Derek Sivers
7,197,751 views • 3:15

ทุกท่านครับ โปรดลองคิด ถึงเป้าหมายสูงสุดในชีวิตของคุณ เอาจริงๆเลยครับ ลองใช้เวลาครู่หนึ่งนึกดู คุณต้องรู้สึกจริงๆเพื่อที่จะเข้าใจ ใช้เวลาสองสามวินาทีและคิดถึงเป้าหมายสูงสุดในชีวิตของคุณนะครับ จินตนาการว่าตอนนี้ คุณกำลังจะทำตามเป้าหมายนั้น จินตการว่าคุณบอกว่าคุณกำลังจะทำอะไรกับคนที่คุณเจอวันนี้ จินตนาการว่าพวกเขาแสดงความยินกับคุณ และชื่นชมคุณ คุณไม่รู้สึกดีหรือครับที่ได้พูดออกมา คุณไม่รู้สึกหรือว่าเข้าใกล้เป้าหมายเข้าไปอีกขั้นแล้ว เหมือนกับว่ามันได้เป็นส่วนหนึ่งของตัวตนของคุณเรียบร้อยแล้ว

เอ่อ ข่าวร้ายคือ คุณน่าจะเงียบไว้ เพราะความรู้สึกดีๆตอนนี้ จะทำให้คุณไม่ค่อยอยากจะทำตามเป้าหมายเท่าไหร่ การทดลองทางจิตวิทยาหลายๆครั้งพิสูจน์แล้ว ว่าการบอกเป้าหมายของคุณกับใครสักคน จะทำให้การทำตามเป้าหมายนั้นมักไม่เกิดขึ้น ทุกครั้งที่คุณมีเป้าหมาย มีบางขั้นตอนที่คุณต้องปฏิบัติและบางอย่างที่คุณต้องทำ เพื่อที่จะไปถึงเป้าหมายนั้น ตามทฤษฎีแล้ว คุณไม่ควรรู้สึกพอใจจนกว่าคุณจะได้ทำสิ่งนั้นจริงๆ แต่เมื่อบอกเป้าหมายกับใครบางคนและพวกเขารับรู้แล้ว นักจิตว่าพบว่าสิ่งนี้เรียกว่าข้อเท็จจริงทางสังคม จิตจะเหมือนถูกลวงให้รู้สึกว่าได้ทำสิ่งนั้นเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นเนื่องจากว่าคุณรู้สึกพอใจแล้ว คุณจะมีแรงบันดาลใจน้อยลง ที่จะทำงานอย่างหนักที่ต้องทำ ซึ่งความคิดนี้ขัดแย้งกับความคิดดั้งเดิม ที่ว่า เราควรบอกเป้าหมายของเรากับเพื่อนๆ เพื่อที่เพื่อนๆจะมีส่วนให้เรายึดติดกับการทำตามเป้าหมายนั้น

ทีนี้มาดูหลักฐานสนับสนุนกันหน่อยดีกว่า ในปี ค.ศ. 1926 เคิร์ท เลวิน ผู้พัฒนาแนวคิดจิตวิทยาสังคม เรียกสิ่งนี้ว่า "การแทนที่" ในปี ค.ศ. 1933 เวรา มาห์เลอร์ พบว่า เมื่อผู้อื่นรับรู้เรื่องเป้าหมายของเรา เราก็จะรู้สึกว่าเป้าหมายนั้นเป็นจริงไปแล้ว ในปี ค.ศ. 1982 ปีเตอร์ โกลวิทเซอร์ เขียนหนังสือเกี่ยวกับเรื่องนี้ และในปี ค.ศ. 2009 เขาได้ทำการทดลองครั้งใหม่ซึ่งได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่

การทดลองที่ว่าเป็นแบบนี้ครับ มีผู้เข้าร่วมการทดลอง 163 คน ในการทดลอง 4 ครั้ง ทุกคนเขียนเป้าหมายในชีวิตของตนลงบนกระดาษ ครึ่งหนึ่งของผู้เข้าร่วม ประกาศคำมั่นที่จะทำตามเป้าหมายของตน อีกครึ่งหนึ่งเงียบไว้ จากนั้น ทุกคนมีเวลา 45 นาทีในการลงมือ ทำในสิ่งที่จะนำพวกเขาไปสู่เป้าหมายของพวกเขา แต่ทุกคนได้รับแจ้งว่าพวกเขาสามารถหยุดเมื่อไหร่ก็ได้ ผู้ที่เก็บเป้าหมายเป็นความลับนั้น ใช้เวลาทั้ง 45 นาทีโดยเฉลี่ย และเมื่อสอบถามหลังการทดลอง พวกเขาบอกว่า รู้สึกว่าพวกเขายังต้องใช้เวลาอีกมากเพื่อที่จะไปให้ถึงเป้าหมาย แต่ผู้ที่ประกาศเป้าหมายของตน ล้มเลิกหลังจากเวลาผ่านไปเพียง 33 นาทีโดยเฉลี่ย และเมื่อสอบถามหลังการทดลอง พวกเขาบอกว่า เขารู้สึกว่าใกล้จะบรรลุเป้าหมายมากขึ้น

ถ้านี่เป็นความจริง เราจะทำอะไรได้บ้าง คุณควรอดทนต่อความอยาก ที่จะประกาศเป้าหมายของคุณให้ผู้อื่นรู้ คุณจะสามารถชะลอความรู้สึกพึงพอใจ ที่เกิดจากการรับรู้ของสังคม และสามารถตระหนักว่าจิตของคุณ จะเข้าใจผิดคิดว่าการพูดคือการกระทำ แต่หากว่าคุณต้องพูดถึงอะไรบางอย่าง คุณสามารถพูดออกมาในแบบที่ ไม่ทำให้คุณรู้สึกถึงความพึงพอใจ เช่น "ฉันอยากเข้าวิ่งมาราธอนรายการนี้จริงๆ" ดังนั้นฉันต้องฝึกซ้อม 5 ครั้งต่อสัปดาห์ และถ้าฉันไม่ทำ ก็มาเตะก้นฉันได้เลย

เอาล่ะ ทุกท่านครับ คราวหน้าถ้าคุณรู้สึกอยากบอกเป้าหมายของคุณกับใครสักคน คุณจะพูดว่า? นั่นแหละครับ เยี่ยมมากครับ

(เสียงปรบมือ)