อโดรา สวิทัก (Adora Svitak)
6,671,076 views • 8:12

หนูขอเริ่มด้วยคำถามหนึ่ง คุณถูกเรียกว่า 'ทำตัวเหมือนเด็ก' ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่? สำหรับเด็กๆอย่างหนู การถูกเรียกแบบนั้นเกิดขึ้นค่อนข้างบ่อย ทุกครั้งที่เราเรียกร้องแบบไม่สมเหตุสมผล, ดื้อรั้น, หรือแสดงสัญญาณอื่นๆ ที่ถือเป็นปกติของชาวอเมริกัน เรามักถูกเรียกว่า 'ทำตัวเหมือนเด็ก' เสมอ ซึ่งมันกวนใจหนูมากจริงๆ กระนั้น ขอให้เรามาลองดูเหตุการณ์เหล่านี้กันก่อน ตั้งแต่การล่าอาณานิคม และ การตั้งอาณานิคม สงครามโลก, ไปจนถึง จอร์จ ดับเบิลยู บุช ถามตัวคุณเองดูค่ะ ว่าใครคือผู้รับผิดชอบ? ก็ผู้ใหญ่ทั้งหลายนั่นเอง

แล้ว เด็กๆล่ะทำไรกันมาบ้าง? แอนน์ แฟรงค์ ครองใจหลายล้านคน ด้วยเรื่องราวที่ทรงพลังจากบันทึกของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ รูบี้ บริดจ์เจส ช่วยลบการเหยียดผิวหรือศาสนาในอเมริกา, และ ล่าสุด หนูน้อย ชาร์ลี ซิมสัน ได้ช่วยเรี่ยไรเงินบริจาค 120,000 ปอนด์ (กว่า 7ล้านบาท) ไปช่วยเฮติ ด้วยจักรยานน้อยๆของเขาเอง ดังนั้น หากคุณมองจากตัวอย่างดังกล่าว อายุ ไม่ได้มีส่วนเลยแม้แต่น้อย คุณลักษณะของการ 'ทำตัวเหมือนเด็ก' ที่สื่อออกมานั้น หลายครั้งผู้ใหญ่ก็เป็นเหมือนกัน และเราก็ควรยกเลิกการใช้คำเชิงกีดกันอายุคำนี้ โดยเฉพาะในการวิจารณ์พฤติกรรม ที่เกี่ยวข้องกับ'การไร้ความรับผิดชอบ' และ 'การคิดแบบไร้เหตุผล'

(เสียงปรบมือ)

ขอบคุณค่ะ

แล้วถามอีกว่า มีใครกล้าพูดได้เต็มปาก ว่าความคิดที่ไร้เหตุผลบางประเภท จะไม่ใช่สิ่งที่โลกเราต้องการ? บางที คุณอาจเคยมีแผนการที่ยิ่งใหญ่มาก่อน แต่ได้หยุดแล้วคิดว่า 'นั่นเป็นไปไม่ได้แน่ๆ' หรือไม่ก็ 'มันต้องลงทุนสูงเกินไป' หรือ 'นั่นคงไม่ให้ประโยชน์ส่วนตัวนักหรอก' ยังไงก็แล้วแต่ เด็กๆอย่างเรา มักไม่เป็นแบบนั้น ที่มักชะงักการลงมือทำด้วยเหตุผลต่างๆ เด็กๆมักเต็มไปด้วยไฟแห่งความปรารถนา และกระบวนการคิดที่เต็มไปด้วยความหวัง เช่น ความปรารถนาของหนูให้ไม่มีคนหิวโหยบนโลก หรือความอยากให้ทุกอย่างฟรีราวกับอยู่ในโลกยูโทเปีย (ดินแดนไร้ทุกข์) แต่มีสักกี่คนในที่นี้ที่ยังฝันเช่นนั้น และเชื่อว่าสักวันมันต้องเป็นไปได้? บางที ความรู้ทางประวัติศาสตร์ และ ความล้มเหลวในอดีตของแนวคิดดินแดนไร้ทุกข์ ก็เป็นตัวถ่วง เพราะ หากทุกอย่างฟรีหมด อาหารต่างๆจากธรรมชาติก็จะลดลงไป และเกิดความขาดแคลน ซึ่งเป็นเหตุการจราจล ในทางกลับกัน เด็กๆอย่างเรายังฝันถึงความสมบูรณ์แบบ ซึ่งเป็นสิ่งดี เพราะว่าในการ ทำฝันให้เป็นจริงได้นั้น คุณต้องฝันถึงมันก่อน

ในหลายแง่มุม ความกล้าที่จะจินตนาการของพวกเรานั้น ได้ช่วยผลักดันขอบเขตของความเป็นไปได้ให้กว้างขึ้น ตัวอย่างเช่น ที่พิพิธภัณฑ์แก้ว ในเมืองทาโคมา รัฐวอชิงตัน บ้านหนูเอง — เย้! วอชิงตัน! — (เสียงปรบมือ) ได้จัดโครงการ Kids Design Glass ขึ้น และเด็กๆก็ได้วาดไอเดียของเขาเองเพื่องานศิลปะจากแก้ว แล้วจิตรกรประจำพิพิธภัณฑ์บอกว่า พวกเขาได้เห็น ไอเดียเด็ดๆหลายอย่างผ่านโครงการนี้ เพราะเด็กไม่เคยคิดอยู่ในขีดจำกัด ของเป่าขวดแก้วให้เป็นรูปทรงต่างๆที่ต้องการได้ พวกเขาแค่ออกไอเดียดีๆเท่านั้น ทีนี้ เมื่อคุณคิดถึงศิลปะจากแก้ว คุณอาจคิดถึง ดีไซน์ที่เต็มไปด้วยสีสันของชิฮิวลี่(นักออกแบบศิลปะแก้ว) หรือไม่ก็อาจจะเป็น แจกันอิตาเลียน แต่เด็กๆเหล่านั้นได้ท้าทายให้เหล่าจิตรกรคิดไปไกลกว่านั้น ไปถึงผลงานอย่าง 'งูน้อยอกหัก' หรือ 'เจ้าหนูเบคอน' (เสียงหัวเราะ)

ภูมิปัญญาที่สืบทอดมาของเรา ไม่ควรจะจำกัดอยู่ในกรอบความรู้เฉพาะทาง พวกเด็กๆได้เรียนรู้จากผู้ใหญ่มาโดยตลอด และเราก็มีหลายอย่างที่อยากแบ่งปันบ้าง หนูคิดว่า ผู้ใหญ่ควรจะเริ่มเรียนรู้จากเด็กๆ เอาล่ะ การไปพูดของหนูส่วนใหญ่ เป็นการพูดให้กับกลุ่มคนทำงานด้านการศึกษา เหล่าคุณครู และนักเรียน แล้วหนูก็ชอบคำอุปมาอุปมัยคำนี้ มันไม่เหมาะสมอีกต่อไปแล้วที่จะให้คุณครูเป็นหัวหน้าห้องเรียนเพียงคนเดียว แล้วบอกนักเรียนว่า ต้องทำนั่น ทำนี่ นักเรียนควรจะได้สอนคุณครูบ้าง การเรียนรู้ระหว่างผู้ใหญ่กับเด็ก ควรเป็นไปในแบบการสื่อสารสองทาง น่าเสียดายที่ความเป็นจริง อาจเป็นไปได้ยากกว่าพูด และมันต้องมีสิ่งที่เรียกว่า การไว้วางใจ หรือไม่ก็ไม่มีเลย

แล้วถ้าคุณไม่ไว้ใจใครสักคน คุณจะวางข้อห้ามแก่เขาใช่ไหมคะ ถ้าหนูสงสัยในความสามารถของพี่สาวของหนู ที่จะจ่ายดอกเบี้ย 10% จากเงิน ที่หนูให้เธอยืมไป หนูก็จะยังไม่ให้สิทธิ์เธอยืมเงินหนูได้มากกว่านี้ จนกว่าเธอจะจ่ายคืนครบ (เสียงหัวเราะ) นี่เป็นเรื่องจริงนะคะ ทีนี้ ผู้ใหญ่หลายคนดูเหมือนว่าจะ มีทัศนคติเชิงลบอันแพร่หลายต่อเด็กๆ ตั้งแต่ทุกๆประโยคที่ว่า "อย่าทำอย่างนั้น" หรือ "อย่าทำอย่างนี้" ในหนังสือคู่มือของโรงเรียน ไปจนถึง กฎข้อบังคับของการใช้อินเตอร์เน็ตโรงเรียน ดังที่ประวัติศาสตร์แสดงให้เราเห็นว่า ระบอบการปกครองจะกลายเป็นแบบกดขี่ เมื่อผู้นำกลัวว่าจะคุมอำนาจไม่อยู่ และถึงแม้ว่า ผู้ใหญ่อาจจะไม่ได้ใช้มาตรการเช่นนั้น อย่างระบอบการปกครองแบบเผด็จการ เด็กๆมักไม่มีสิทธิ์หรือมีน้อยมากในการบัญญัติกฎต่างๆ ในขณะที่จริงๆแล้ว การตั้งกฏต่างๆควรมาจากสองฝ่าย กล่าวคือ ประชากรผู้ใหญ่ควรเรียนรู้และ เอาใจใส่ความต้องการดีๆของ ประชากรเด็ก

แล้วอะไรที่แย่ไปกว่าระเบียบข้อห้ามจากผู้ใหญ่ นั่นคือ การที่ผู้ใหญ่ประเมินความสามารถเด็กตำ่เกินไป พวกเรารักความท้าทาย แต่เมื่อเรารู้สึกความคาดหวังที่ตำ่จากผู้ใหญ่ เชื่อหนูเถอะ ว่าเราก็จะจมตำ่ไปกับมันด้วย พ่อแม่ของหนูให้เกือบทุกสิ่ง ยกเว้นการคาดหวังที่ตำ่แบบนั้นกับหนูและพี่สาว โอเค แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้กดดันให้เราเป็นหมอ หรือทนายความ อะไรทำนองนั้น แต่พ่อของหนูอ่าน บทความของอริสโตเติล และนักสู้เชื้อโรคผู้บุกเบิกให้พวกเราฟัง ในขณะที่เด็กหลายคนกำลังฟังเพลง "เจ้าล้อเล็กๆ หมุนๆไปกับรถบัส" พวกเราก็ได้ฟังเหมือนกัน แต่เรื่องของ "นักต่อสู้กับเชื้อโรคผู้บุกเบิก" เจ๋งกว่า (เสียงหัวเราะ)

หนูชอบการเขียนมาตั้งแต่อายุ 4 ขวบ และเมื่อหนู 6 ขวบ แม่ซื้อคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กพร้อมโปรแกรม Microsoft Word ให้ ขอบคุณค่ะ บิล เกตส์ ขอบคุณค่ะแม่ หนูเขียนเรื่องสั้นไว้กว่า 300 เรื่อง บนเจ้าโน้ตบุ๊กเครื่องนั้น และหนูอยากให้มันถูกตีพิมพ์ แทนที่จะดูถูกหรือต่อต้านความคิดสุดโต่ง ว่าเด็กจะมาเขียนหนังสือขาย หรือบอกว่า รอให้โตก่อนนะลูก พ่อแม่หนูกลับสนับสนุนเต็มที่ แต่หลายสำนักพิมพ์ไม่ค่อยส่งเสริมความฝันของหนูเท่าไรนัก และที่น่าสนใจคือ มีสำนักพิมพ์สำหรับเด็กแห่งหนึ่งพูดว่า พวกเขาไม่ทำงานร่วมกับเด็กๆ สำนักพิมพ์สำหรับเด็กๆ ไม่ทำงานร่วมกับเด็กๆเหรอคะ? หนูไม่รู้ล่ะ แต่คุณกำลังไล่ลูกค้ารายใหญ่ออกไป (เสียงหัวเราะ) แล้วก็มีสำนักพิมพ์ชื่อ Action Publishing ที่เต็มใจช่วยหนู และเชื่อมั่นในตัวหนู และรับฟังในสิ่งที่หนูอยากพูด พวกเขาตีพิมพ์หนังสือเล่มแรกของหนู "Flying Fingers" ที่คุณเห็นอยู่นี้ การได้ตีพิมพ์หนังสือ ได้พาหนูไปพูดที่หลายร้อยโรงเรียน ปราศัยให้นักการศึกษานับพัน และล่าสุดก็พาหนูมายืนอยู่ตรงนี้ พูดต่อหน้าคุณ

หนูยกย่องชื่นชมการให้ความสนใจของทุกท่านวันนี้ เพราะมันแสดงว่า คุณให้ความสนใจอย่างแท้จริง คุณฟัง แต่มันมีปัญหาเกี่ยวกับภาพที่ฟังดูสวยงาม ของการที่เด็กๆสามารถทำหลายสิ่งได้ดีกว่าผู้ใหญ่ ซึ่งก็คือ เด็กๆเหล่านั้นมักโตไปเป็นอีกหนึ่งในพวกคุณ (เสียงหัวเราะ) หรือเป็นได้แค่คุณ จริงๆเหรอคะ? เป้าหมายตรงนี้คือไม่ได้เปลี่ยนเด็กๆ ให้กลายเป็นแค่ผู้ใหญ่แบบคุณเท่านั้น แต่ต้องดีกว่าในแบบที่คุณเคยเป็นมา ซึ่งมันอาจฟังดูท้าทายนิดหน่อย เมื่อคิดถึงสิ่งต่างๆที่พวกคุณได้ทำมา แต่หนทางที่การก้าวไปข้างหน้าเกิดขึ้นได้ ก็เพราะมี คนรุ่นใหม่ และยุคสมัยใหม่ ที่เติบโตและพัฒนา และกลายเป็นรุ่นที่ดีกว่ารุ่นก่อนๆ นี่คือเหตุผลที่ทำให้เราหลุดพ้นจากยุคมืด ไม่ว่าสถานะทางชีวิตของคุณจะเป็นเช่นไร มันเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะสร้างโอกาสให้กับเด็กๆ เพื่อว่าเราจะได้เติบโต แล้วทำให้พวกคุณทึ่ง (หัวเราะ)

ผู้ใหญ่และชาวTED ทั้งหลายคะ พวกท่านจำเป็นต้องฟังและเรียนรู้จากเด็กๆอย่างเรา ไว้ใจพวกเราและ คาดหวังจากตัวพวกเราให้มากกว่านี้ ท่านต้องเงี่ยหูของพวกท่านฟังเราในวันนี้ เพราะเราจะกลายเป็นผู้นำในวันพรุ่งนี้ ซึ่งหมายความว่า เรากำลังจะดูแลพวกท่าน เมื่อพวกท่านแก่และใกล้ฝั่ง อุ้ย! หนูหยอกเล่นค่ะ จริงๆแล้ว คือเรากำลังจะกลายเป็นรุ่นต่อไป รุ่นที่จะนำโลกเราก้าวไปข้างหน้า และในกรณีที่บางท่าน ไม่เห็นคุณค่าในสิ่งที่หนูพูดมานี้ โปรดจำไว้ว่า การโคลนนิ่ง สามารถเป็นไปได้ตลอด และนั่นก็เกี่ยวกับการกลับไปในวัยเด็กอีกครั้ง วัยซึ่งพวกท่านเรียกร้องให้พวกเราฟังบ้าง เหมือนที่พวกหนูกำลังทำตอนนี้ ตอนนี้ โลกเรากำลังต้องการ 'โอกาส' สำหรับผู้นำใหม่ๆ และไอเดียใหม่ๆ เด็กๆก็ต้องการโอกาสที่จะนำพวกเขาไปสู่เส้นชัย พวกท่านพร้อมกับการท้าทายนี้หรือเปล่าคะ? เพราะปัญหาต่างๆในโลกใบนี้ ไม่สมควรจะเป็นมรดกตกทอดของมนุษยชาติอีกต่อไป

ขอบคุณค่ะ (เสียงปรบมือ) ขอบคุณค่ะ ขอบคุณมาก