Return to the talk Return to talk

Transcript

Select language

Translated by Pathumjit Atikomkamalasai
Reviewed by Penchan Kongpet

0:12 ผมจะพูดเรื่อง ชิปคอมพิวเตอร์ กวี และเด็กชายคนหนึ่งนะครับ

0:17 เมื่อประมาณ 20 ปีก่อน เดือนมิถุนายน 1994 อินเทลประกาศว่า ชิปเพนเทียมของบริษัท มีข้อบกพร่องที่แก่นกลางของชิป อยู่ที่โค้ดของอัลกอริทึ่ม SRT ที่ใช้คำนวณผลลัพธ์ระหว่างกลางที่จำเป็น สำหรับจำนวนจุดลอยตัวของการหารซ้ำๆ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าหมายถึงอะไร แต่วิกิพิเดียเขียนว่างั้น มันมีข้อบกพร่องที่ทำให้เกิดข้อผิดพลาด แปลว่าจะมีโอกาสที่ ผลลัพธ์ที่ได้จากการคำนวณจะออกมาผิด โอกาสของการคำนวณผิดที่ว่า นี่คือ 1ใน 360 พันล้าน ง่ายๆ เลยคือ อินเทลบอกว่าโดยเฉลี่ย ในโปรแกรมพวกสเปรดชีต จะเกิดจุดผิดพลาดหนึ่งครั้งในทุกๆ 27,000 ปี พวกเขาไม่คิดว่ามันไม่ได้มีผลรุนแรง แต่ประชาคมเดือดดาลมากทีเดียว ประชาคม พวกนักคอมพิวเตอร์น่ะ บอกว่า ข้อบกพร่องต้องได้รับการแก้ไข พวกเขาจะไม่ยอมยืนเฉยๆ ให้อินเทลจำหน่ายชิปพวกนี้หรอก มีการปฏิวัติเกิดขึ้นทั่วโลก ผู้คนออกมาเดินขบวนเรียกร้อง... จริงๆ ก็ไม่ถึงขนาดนั้นแต่ว่า พวกเขาก็รวมตัวกันแล้วเรียกร้อง ให้อินเทลแก้ข้อบกพร่องนี่เสีย อินเทลใช้เงินไปกว่า 475 ล้านดอลลาร์ เพื่อเป็นทุนสำหรับเปลี่ยนชิปนับล้าน เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องนี้ เงินหลายล้านล้านในสังคมเรา ถูกใช้เพื่อแก้ไขปัญหานี้ ปัญหาที่เกิดขึ้น 1 ครั้ง ในทุกๆ 360 พันล้านการคำนวณ

1:42 เรื่องที่สอง กวี ชายคนนี้คือ มาร์ติน นีมูลเลอร์ คุณคุ้นเคยกับผลงานเขาดี โด่งดังมาพร้อมกับยุคของนาซี เขาใช้คำซ้ำในบทกลอน เริ่มจาก "ตอนแรก พวกเขามาจับพวกคอมมิวนิสต์ แต่ผมก็ไม่ทำอะไร ไม่ได้คัดค้าน เพราะผมไม่ใช่คอมมิวนิสต์ ต่อมา พวกเขาก็มาจับพวกสังคมนิยม แล้ว พวกเขาก็มาจับพวกสหภาพแรงงาน แล้ว พวกเขาก็มาจับชาวยิว สุดท้าย พวกเขาก็มาจับผม แต่ไม่มีใครเหลือมาช่วยคัดค้านให้ผมแล้ว" นีมูลเลอร์แสดงให้เราเห็นถึงแก่นแท้ เห็นถึงแก่นแท้ของสติปัญญา ขอเรียกมันว่า ปัญญาหยั่งรู้ แล้วกัน เป็นเหมือนแบบทดสอบอย่างนึง ว่าคุณสามารถรับรู้ ถึงปัญหาที่คืบคลานเข้ามาและตอบสนองได้หรือเปล่า คุณจะช่วยตัวเองและเพื่อนพ้องได้ไหม มดเก่งมากเรื่องนี้เลยรู้ไหม วัว ไม่ค่อยเท่าไหร่ เห็นแบบแผนไหมครับ คุณเห็นแบบแผน มองออก และลงมือทำอะไร ได้ไหม อันนี้คือ เรื่องที่สอง เรื่องที่สาม เด็กชาย คนนี้คือเพื่อนผม แอรอน สวาร์ตซ เขาเป็นเพื่อนของทิม เป็นเพื่อนของพวกคุณหลายคน 7 ปีที่แล้ว แอรอนมาหาผมแล้วถามคำถาม ก่อนที่ผมจะขึ้นพูด TED Talk ครั้งแรก ผมภูมิใจมากเลย ผมเล่าให้เขาฟังเรื่อง Talk ของผม "กฎหมายที่ปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์" ("Laws that choke creativity.") แอรอนมองหน้าผม เขาดูกระสับกระส่ายนิดหน่อย แล้วบอกว่า "แล้วคุณจะแก้ปัญหา ที่คุณพูดถึงเนี่ยอย่างไงหรือ เรื่องนโยบายลิขสิทธิ์ อินเตอร์เน็ต คุณจะพูดถึงการแก้ไขปัญหาพวกนี้ได้ยังไง ตราบใดที่ยังมีการคอร์รัปชั่นถึงรากฐาน ในการทำงานของรัฐบาล"

3:23 ผมรู้สึกจ๋อยลงไปหน่อย เขาไม่เห็นดีใจไปกับผมเลย ผมบอกเขาไปว่า "รู้ไหม แอรอน ผมไม่เชี่ยวเรื่องนั้นน่ะ ผมไม่เชี่ยว"

3:31 เขาตอบว่า "หมายถึง ในฐานะนักวิชาการ มันนอกแวดวงคุณ"

3:34 "ใช่ ในฐานะนักวิชาการ มันไม่ใช่งานผม"

3:37 เขาตอบว่า "งั้นถ้าในฐานะพลเมืองละ ในฐานะพลเมือง"

3:43 แอรอน เขาเป็นคนแบบนี้แหละครับ เขาไม่บอกเราตรงๆ แต่เขาถามคำถาม คำถามที่ชัดเจนไม่ต่างกับ อ้อมกอดของลูกอายุ 4 ขวบของผม เขาบอกผมว่า "คุณต้องรู้นะ คุณต้องรู้ เพราะว่า มีข้อบกพร่องที่แก่นของระบบการทำงาน ในระบอบประชาธิปไตยนี้ และมันไม่ใช่ข้อบกพร่องที่จะเกิดขึ้น ทุกๆ 360 พันล้านครั้ง ขณะที่รัฐบาลพยายามตัดสินใจอะไรสักอย่าง แต่เกิดขึ้นทุกครั้ง กับทุกปัญหาสำคัญ เราต้องหยุดความเฉยชาต่อการเมืองในสังคมนี้ เราต้องรับเอาทัศนคติ ซึ่งเรียกว่า ทัศนคติอย่างมด (fourmi-formatic attitude) อินเทอร์เน็ตบอกผมว่าใช้คำนี้นะครับ ทัศนคติเห็นคุณค่าแบบมด (ant's appreciative attitude) ที่จะทำให้เราเห็นข้อบกพร่องพวกนี้ แล้วช่วยเหลือพวกพ้องเรา ช่วยเหลือประชาชน

4:36 ถ้าคุณรู้จักแอรอน สวาร์ตซ คุณจะรู้ว่า เขาจากเราไป เมื่อประมาณปีที่แล้วนี่เอง ตอนนั้นคือ 6 อาทิตย์ ก่อนที่ผมจะขึ้นพูด TED Talk ผมขอบคุณคริสมาก ที่ขอให้ผมมาพูด TED Talk ครั้งนี้ ไม่ใช่เพราะว่า ผมได้มีโอกาสพูดกับพวกคุณ ถึงแม้นั่นจะเยี่ยมมากก็ตาม แต่เพราะว่ามันช่วยให้ผมฟื้นตัว ขึ้นมาจากอาการซึมเศร้า ที่เศร้าจนผมไม่รู้จะอธิบายยังไง เพราะผมต้องทุ่มเทความสนใจ ทุ่มความสนใจว่า นี่ผมจะมาพูดอะไรให้คุณฟัง มันช่วยชีวิตผม

5:10 แต่หลังจาก ความสุข ความตื่นเต้น และพลังงานทั้งหลายที่ได้มาจากชุมชนนี้ ผมก็เริ่มโหยหาวิธีที่ มีความเป็นวิชาการน้อยลงในการพูดถึงปัญหาพวกนี้ ปัญหาที่ผมกำลังพูดถึง พวกเราเริ่มต้นกันที่ นิว แฮมป์เชียร์ ให้เป็น เป้าหมายสำหรับการเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งนี้ เพราะการเลือกตั้งขั้นต้นที่ นิว แฮมป์เชียร์ มีความสำคัญมาก มีกลุ่มคนที่เรียกว่า กบฏนิว แฮมป์เชียร์ ที่ริเริ่มคุยกันว่า เราจะทำให้ประเด็น การคอรัปชั่นนี้เป็นประเด็นหลัก ที่ต้องแก้ไขในปี 2016 ได้ยังไง แต่อีกอย่างนึงที่ดึงความสนใจผมไปคือ ผู้หญิงที่ชื่อว่า ดอริส แฮดด็อก หรือ แกรนนี่ ดี วันที่ 1 มกราคม 1999 เมื่อ 15 ปีที่แล้ว ตอนมีอายุได้ 88 แกรนนี่ ดี เริ่มเดิน เธอเริ่มต้นที่ ลอส แองเจลลิส แล้วเดินไปที่ วอชิงตัน ดี.ซี. มีแผ่นป้ายห้อยไว้ที่อก เขียนว่า "เรียกร้องให้มีปฏิรูปการเงิน" 18 เดือนต่อมา เมื่อเธอมีอายุได้ 90 เธอไปถึงวอชิงตัน พร้อมกับผู้ติดตามนับร้อย ที่รวมถึงสมาชิกคองเกรสที่ขึ้นรถ ขับออกไปนอกเมืองประมาณไมล์นึง แล้วเดินเข้ามากับเธอ (เสียงหัวเราะ)

6:27 ผมไม่มีเวลา 13 เดือน ในการเดินทั่วทั้งประเทศ ผมมีลูก 3 คนที่เกลียดการเดินมาก และภรรยาที่ ยังคงเกลียดที่ผมไม่อยู่บ้าน ด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้น สำหรับ ผม ทำไม่ได้ แต่ผมก็คิดว่า เราเอาวิธีของแกรนนี่ ดี มาประยุกต์ได้ไหม ทำไมไม่มาเดินกัน แทนที่จะเป็น 3,200 ไมล์ ก็เป็น 185 ไมล์ ทั่ว นิว แฮมป์เชียร์แทน ในเดือนมกราล่ะ

6:54 เพราะฉะนั้นวันที่ 11 มกรา วันครบรอบการเสียชีวิตของแอรอน เราเริ่มการเดินที่จบลงในวันที่ 24 มกรา วันเกิดของแกรนนี่ ดี มีคน 200 คนร่วมเดินกับเราวันนั้น ตั้งแต่เหนือสุดจรดใต้สุดของนิว แฮมป์เชียร์ พูดคุยกันเรื่องประเด็นปัญหานี้ สิ่งที่ผมประหลาดใจมาก สิ่งที่ผมไม่คิดเลยว่าจะเจอ คือทั้งความรักและความโกรธ ที่ทุกคนที่เราพูดคุยเรื่องปัญหานี้มีร่วมกัน ในผลโพล เราพบว่า 96 % ของคนอเมริกัน เชื่อว่า เราจะต้องลดทอนอำนาจเงินตรา ในระบบการเมือง นักการเมืองและผู้เชี่ยวชาญบอกเราว่า ไม่มีทางแก้ไขปัญหานี้ได้หรอก คนอเมริกันไม่สนใจ แต่เหตุผลจริงๆ แล้วคือ 91 % ของชาวอเมริกัน เชื่อว่า ไม่มีทางแก้ไขปัญหานี้ได้ ช่องว่างระหว่าง 96 กับ 91 นี่เอง ที่อธิบายการยอมจำนนของเราในเรื่องการเมือง พวกเราอย่างน้อยๆ 96 % อยากบินได้เหมือนซูเปอร์แมน แต่เพราะว่า พวกเราอย่างน้อย 91 % เชื่อว่าเราบินไม่ได้ เราเลยไม่โผตัวออกจากตึก ทุกครั้งที่เราอยากทำ เพราะว่า พวกเรายอมรับขีดจำกัด กับการปฏิรูปนี่ก็เหมือนกัน แต่เมื่อเราให้ความหวังแก่ประชาชน เราก็เริ่มละลายไอ้ความคิดที่ว่าเป็นไปไม่ได้นั่นไป อย่างที่ ฮาร์วี่ มิลค์พูดไว้ ถ้าเราให้ความหวัง เราก็ให้โอกาส ให้ความคิด ที่ว่า ความเปลี่ยนแปลงนั่นเป็นไปได้ ความหวัง ความหวังคือสิ่งที่เรา เพื่อนๆ ของแอรอน ทำให้เขาผิดหวัง เพราะเราปล่อยให้ เขาท้อแท้และหมดหวัง ผมรักเด็กคนนั้นเหมือนลูกของตัวเอง แต่เราทำให้เขาผิดหวัง และผมรักประเทศนี้ ผมจะไม่ยอมทำให้มันผิดหวังเด็ดขาด ผมจะไม่ยอมทำให้มันผิดหวังเด็ดขาด เราจะต้องยึดมั่นในความหวังนี้ พวกเราจะต้องสู้เพื่อมัน ถึงแม้ศึกครั้งนี้จะดูความหวังจะดูริบหรี่ก็ตาม

9:18 ต่อกันนะครับ พวกเราเริ่มเดินขบวนด้วยคน 200 คน ปีหน้า จะเป็น 1,000 คน เดินกันหลายๆ เส้นทาง ในเดือนมกราคม และมารวมตัวกันที่ลานคองคอร์ด เพื่อเฉลิมฉลองจุดประสงค์นี้ และในเดือน 2016 ก่อนการเลือกตั้งขั้นต้น จะมีคน 10,000 คนที่เดินขบวนทั่วทั้งรัฐนั้น มาเจอกันที่คองคอร์ดเพื่อเฉลิมฉลองจุดประสงค์นี้ และหลังจากที่เราเดินขบวนไปครั้งหนึ่ง ผู้คนในรัฐอื่นๆ ก็เริ่มคุยกันว่า "เราจะทำแบบนั้น ในรัฐของเราบ้างได้ไหม" เราก็เลยเริ่มแพลตฟอร์มที่เรียกว่า นักเดิน จี.ดี. ย่อมาจาก นักเดินแกรนนี่ ดี และนักเดินแกรนนี่ ดี ทั่วทั้งประเทศ จะเดินขบวนกันเพื่อการปฏิรูปนี้ ประเด็นที่หนึ่ง ประเด็นที่สอง ในการเดินขบวนครั้งนี้ เดวิด แคสสิโน หนึ่งในผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ ธันเดอร์แคล์ป (Thunderclap) ร่วมเดินกับเราด้วย "เราทำอะไรได้บ้าง" เขาถาม พวกเขาเลยพัฒนาแพลตฟอร์ม ที่เรานำเสนอวันนี้ แพลตฟอร์มที่จะช่วยรวมตัว ผู้มีสิทธิออกเสียงที่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ในรัฐหรือนอกรัฐนิว แฮมป์เชียร์ คุณสมัครได้เลยและจะได้รับข้อมูล ว่าผู้สมัครคนไหนที่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ คุณจะได้เลือกถูกว่าจะลงคะแนนให้ใคร เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ แนวคิดปฏิรูปนี้กลายมาเป็นความจริง สุดท้าย ประเด็นที่สาม ที่ยากที่สุด เราอยู่ในช่วงยุคของซูเปอร์แพ็ค (Super PAC: หน่วยงานอิสระที่สนับสนุนทางการเงินแก่ผู้สมัครเลือกตั้ง) ที่จริง เมื่อวานนี้เอง เมอร์เรียมออกมาประกาศว่า เมอร์เรียม-เว็บสเตอร์จะบรรจุคำว่า Super PAC ลงไป เป็นคำอย่างเป็นทางการในพจนานุกรม เพราะฉะนั้นในวันที่ 1 พฤษภาคม คือวันเมย์เดย์ (วันแรงงาน) เราจะทดลองอะไรนิดหน่อย เราจะเริ่มโครงการ ที่เรามองว่าเป็นซูเปอร์แพ็คของเรา เพื่อล้มล้างซูเปอร์แพ็คทั้งหมดนี้ อธิบายง่ายๆ ก็คือ ปีที่แล้ว เราได้ร่วมงานกับ นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญทางการเมือง เพื่อคำนวณดูว่าจะต้องใช้เงินเท่าไหร่ ถึงจะได้คะแนนเสียงในสภาคองเกรสมากพอ ที่จะทำให้การปฏิรูปถึงรากฐานครั้งนี้เป็นไปได้ ต้องเป็นจำนวนเท่าไหร่ ครึ่งพันล้าน พันล้าน ตัวเลขเป็นเท่าไหร่ และไม่ว่าเลขจะเป็นเท่าไหร่ เราจะเริ่มต้นแบบเว็บไซต์คิกสตาร์ทเตอร์ (Kickstarter) คือ คล้ายๆ น่ะฮะ เพราะเราใช้เว็บไซต์คิกสตาร์ทเตอร์ เพื่องานการเมืองไม่ได้ เอาเป็นว่า การเริ่มต้นครั้งนี้นะ จะเริ่มจากล่างขึ้นบน ให้ผู้คนเริ่มบริจาคเงินเล็กๆ น้อย เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ และเมื่อบรรลุเป้าหมายแล้ว เราก็จะหันไปหาผู้บริจาครายใหญ่ ให้พวกเขาบริจาคให้ได้มากที่สุด เพื่อให้เราสามารถดำเนินการกลุ่มซูเปอร์แพ็ค ที่จำเป็นต่อการแก้ไขปัญหานี้ได้ เพื่อเปลี่ยนแปลงอำนาจเงินตราที่มีต่อการเมือง ในวันที่ 8 พฤศจิกายน ที่ผมเพิ่งรู้เมื่อวานนี้เองว่า หากแอรอนยังมีชีวิตอยู่ เขาจะอายุครบ 30 ปี ในวันที่ 8 พฤศจิกายน เราจะได้ตัวแทน 218 ในรัฐสภา และ ส.ว. อีก 60 คน ในวุฒิสภาของอเมริกา ที่ร่วมด้วยกับแนวคิด การปฏิรูปในระดับรากฐานนี้

12:25 เมื่อคืน เราได้ยินเรื่องคำขอ อันนี้คือคำขอของผมนะครับ คำขอข้อแรก ขอให้อุดมการณ์ของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง รวมประเทศเป็นหนึ่งเดียว ภายใต้แนวคิดสำคัญหนึ่งอัน ที่ว่า เราเป็นประชาชนหนึ่งเดียว เป็นประชาชนที่ควรจะมีรัฐบาล รัฐบาลที่สัญญาว่า จะพึ่งพิงแค่ประชาชนเท่านั้น ประชาชน อย่างที่เมดิสันบอกพวกเราว่า ไม่ได้หมายถึง คนรวยมากกว่าคนจน คำขอข้อแรก และขอให้คุณ ขอให้คุณเข้าร่วมการเคลื่อนไหวนี่ ไม่ใช่เพราะคุณคือนักการเมือง ไม่ใช่เพราะคุณคือผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่เพราะว่านี่คือแวดวงของคุณ แต่เพราะว่าคุณเป็นพลเมือง คุณเป็นพลเมือง แอรอนขอผมไว้อย่างนั้น ผมจะขอกับพวกคุณบ้าง

13:24 ขอบคุณมากครับ

13:26 (เสียงปรบมือ)