Juan Enriquez

ฮวน เอนริเก้: ชีวิตออนไลน์ของคุณ ถาวรเหมือนรอยสัก

1,568,314 views • 5:57
Subtitles in 39 languages
Up next
Details
Discussion
Details About the talk
Transcript 39 languages
Translated by Chatthip Chaichakan
Reviewed by Dollaya Piumsuwan
0:12

เอาล่ะ มาดูสี่อย่าง ที่ดูจะไปด้วยกันได้ดีมาก กันเถอะครับ ข้อมูลขนาดใหญ่ รอยสัก การเป็นอมตะ และชาวกรีก ไปด้วยกันได้ใช่มั้ยครับ?

0:21

ประเด็นเกี่ยวกับรอยสักก็คือว่า ปราศจากคำพูดใดๆ รอยสักสื่อความได้จริงๆ [สวยงาม] [มีเสน่ห์ น่าค้นหา] คุณไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมาก [คำสัตย์ปฏิญาณ] [การชิดใกล้] [ความผิดพลาดร้ายแรง] (เสียงหัวเราะ) และรอยสักยังบอกเรื่องราวมากมายได้ด้วย ถ้าผมสามารถถามคำถามแบบส่งๆ ในจำนวนพวกคุณมีกี่คนที่มีรอยสัก? มีบ้าง แต่ไม่ใช่ส่วนใหญ่ แล้วอะไรจะเกิดขึ้นล่ะ ถ้าเฟซบุค กูเกิ้ล ทวิตเตอร์ ลิงค์อิน มือถือ GPS โฟร์สแควร์ เยลพ์ ทราเวลแอดไวเซอร์ ทั้งหมดทั้งมวลนี้ที่คุณใช้ทุกวัน กลายเป็นรอยสักอิเล็กทรอนิกส์ และถ้าหากว่ามันสามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ว่าคุณเป็นใครและอะไร ได้มากพอๆ กับที่รอยสักสามารถทำได้ล่ะ?

1:21

สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงสองสามทศวรรษที่ผ่านมา ก็คือ สิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับผู้นำรัฐ หรือเซเลบคนดัง ได้เกิดขึ้นกับคุณในทุกวันนี้แล้ว โดยผู้คนทั้งหลายเหล่านี้ ที่ทวีตคุณ บล็อกเกี่ยวกับคุณ ติดตามคุณ เฝ้าดูความน่าเชื่อถือของคุณและสิ่งที่คุณทำกับตัวคุณเอง และรอยสักอิเล็กทรอนิกส์พวกนี้ ก็สื่อความได้ด้วยเช่นกัน และในระหว่างที่คุณกำลังคิดถึงผลลัพธ์ของมันอยู่นั้น ก็เป็นเรื่องยากขึ้นเรื่อยๆ ที่จะซ่อนตัวจากสิ่งเหล่านี้ เพราะมันไม่ได้เป็นเพียงรอยสักอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น มันเป็นการจดจำใบหน้าที่ทำงานได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเหตุนี้คุณถึงสามารถถ่ายรูปด้วยไอโฟน แล้วได้ชื่อของคนเหล่านั้นมาทันที ถึงแม้ว่าบางทีมันจะมีพลาดบ้างก็เถอะ (เสียงหัวเราะ) แต่นั่นหมายความว่าคุณสามารถที่จะถ่ายภาพในบาร์แบบนี้ ถ่ายรูปของผู้ชายคนนี้ ตรงนี้ ได้ชื่อเขามา แล้วก็ดาวน์โหลดข้อมูลมา ก่อนที่คุณจะได้พูดจาสักคำกับใครคนหนึ่ง เพราะทุกคนกำลัง ถูกรอยสักอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้แปะติดไว้

2:23

และแล้วมันก็มีบริษัทอย่างเช่น face.com ที่ตอนนี้ มีรูปใบหน้าคน 1.8 พันล้านคนบนโลกออนไลน์ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับบริษัทนี้ [บริษัทถูกขายให้เฟซบุค 18 มิถุนายน 2012...] ยังมีบริษัทอื่นๆ อีกที่จะวางกล้องไว้ แบบนี้ — อันนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวกับเฟซบุคนะครับ — พวกเขาถ่ายรูปคุณ แล้วก็เอามันไปแปะไว้ในโซเชียลมีเดีย พวกเขาเจอว่าคุณชอบใส่ชุดเดรสสีดำเอามากๆ เพราะงั้น บางทีคนในร้านค้าอาจมาหาคุณแล้วพูดว่า "เฮ้ เรามีชุดเดรสสีดำ 5 ชุด ซึ่งจะดูสวยมากบนตัวคุณนะ"

2:51

แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าแอนดี้คิดผิด? นี่คือทฤษฎีของแอนดี้ [ในอนาคต ทุกคนจะโด่งดังระดับโลกเป็นเวลา 15 นาที] แล้วถ้าเรามองมุมกลับล่ะ? จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณจะกลายเป็นคนนิรนามได้แค่ 15 นาที (เสียงหัวเราะ) เอาล่ะ เพราะเจ้ารอยสักอิเลกทรอนิกส์ บางทีพวกคุณทุกคน พวกเราทุกคน อาจเข้าใกล้การเป็นอมตะ เพราะรอยสักพวกนี้มันจะอยู่ ยืนยาวไปกว่าร่างกายของพวกเรา และถ้านั่นเป็นเรื่องจริง สิ่งที่พวกเราต้องทำก็คือ เราต้องผ่านบทเรียนสี่บทจากชาวกรีก และหนึ่งบทเรียนจากชาวละตินอเมริกัน

3:22

ทำไมต้องเป็นกรีกล่ะ? ก็ชาวกรีกได้คิดเกี่ยวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น เมื่อเทพเจ้า มนุษย์ และความอมตะ ได้ผสานกัน เอาไว้เมื่อนานมาแล้ว

3:31

บทเรียนที่ 1: ซีซิฟัส (Sisyphus) จำได้มั้ยครับ? เขาทำสิ่งที่เลวร้ายมาก และถูกลงโทษให้ กลิ้งหินก้่อนนี้ขึ้น ซึ่งมันมักจะกลิ้งลงมาที่เดิม กลิ้งมันกลับขึ้นไป มันก็กลิ้งลงมา มันก็เหมือนกับชื่อเสียงของคุณ เมื่อคุณมีรอยสักอิเล็กทรอนิกส์แล้ว คุณก็จะถูกดันขึ้นและลงไปเรื่อยๆ เพราะงั้นระหว่างที่คุณใช้สิ่งนี้ ให้ระวังสิ่งที่คุณจะโพสต์ลงไป

3:53

นิทานปรัมปราที่สอง: ออเฟียส (Orpheus) ชายหนุ่มมหัศจรรย์ มีเสน่ห์ดึงให้อยู่ใกล้ เป็นนักสังสรรค์และนักร้องที่ยอดเยี่ยม สูญเสียคนรัก แล้วใช้เสน่ห์ของเขาไปยังโลกใต้พิภพ เป็นคนเดียวที่ทำแบบนั้นได้ ใช้เสน่ห์กับเทพแห่งโลกใต้พิภพ พวกเขาปล่อยสาวงามของเขาด้วยเงื่อนไขว่า เขาจะต้องไม่หันมามองเธอจนกว่าจะออกไปได้ เขาจึงออกเดิน เดินแล้วเดินเล่า แต่แล้วเขาก็ทนไม่ไหว เขาหันไปมองเธอ แล้วก็สูญเสียเธอไปตลอดกาล ด้วยข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่ข้างนอกนั่น มันอาจจะเป็นความคิดที่ดีก็ได้ ที่จะไม่มองย้อนอดีตของคนที่คุณรักไปไกลนัก

4:29

บทเรียนที่สาม: อตาลันต้า (Atalanta) นักวิ่งผู้ยิ่งใหญ่ เธอมักจะท้าทายทุกคน ถ้าคุณชนะ เธอจะแต่งงานกับคุณ ถ้าคุณแพ้ คุณตาย แล้วฮิปโปเมเนส (Hippomenes) เอาชนะเธอได้ยังไงล่ะ? ก็เพราะเขามีเจ้าแอปเปิ้ลทองคำเหล่านี้ไงล่ะ เมื่อเธอวิ่งนำหน้า เขาก็จะกลิ้งเจ้าแอปเปิ้ลทองคำนี้ไป เธอวิ่งนำหน้า เขาก็กลิ้งเจ้าแอปเปิ้ลทองคำนี้ไปอีก เธอเสียสมาธิ แล้วท้ายที่สุดเขาก็ชนะ เพียงจำเอาไว้นะครับ เมื่อเจ้าแอปเปิ้ลทองคำเหล่านี้ มาถึงตัวคุณ แล้วคุณอยากจะโพสต์เกี่ยวกับมัน หรือทวีตเกี่ยวกับ หรือส่งข้อความยามดึกเกี่ยวกับมัน

5:04

และแล้วก็แน่นอนว่าต้องมี นาซิสซัส (Narcissus) คงไม่มีใครที่เคยถูกกล่าวหาว่าเป็น หรือคุ้นเคยกับนาซิสซัสนะครับ (เสียงหัวเราะ) แต่เมื่อคุณคิดถึงนาซิสซัส เพียงอย่าตกหลุมรักเงาสะท้อนของคุณเองเท่านั้นเอง

5:20

บทเรียนสุดท้ายจากชาวละตินอเมริกัน นี่คือกวีผู้ยิ่งใหญ่ ฮอร์ ลูอิส บอร์เกส (Jorge Luis Borges) เมื่อตอนที่เขาถูกข่มขู่โดยอันธพาล จากรัฐบาลทหารแห่งอาร์เจนไตน์ เขากลับมาแล้วก็พูดว่า "โอ ไม่เอาน่า คุณจะมีวิธีการข่มขู่ผู้อื่นที่ยิ่งไปกว่า การข่มขู่ด้วยความตายได้อย่างไร? สิ่งที่น่าสนใจและแปลกใหม่ก็คือ การข่มขู่ใครสักคนด้วยความอมตะ และนั่น แน่นอน ก็คือสิ่งที่พวกเรา กำลังถูกข่มขู่อยู่ทุกวันนี้ จากรอยสักอิเล็กทรอนิกส์นั่นเอง

5:46

ขอบคุณครับ

5:47

(เสียงปรบมือ)

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าแอนดี้ วอร์โฮล (Andy Warhol) คิดผิด แทนที่จะโด่งดัง 15 นาที พวกเรากลับนิรนามเพียง 15 นาที? ในการพูดสั้นๆนี้ ฮวน เอนริเก้ มองไปที่ผลกระทบที่ถาวรอย่างน่าประหลาดใจจากการแบ่งปันเรื่องราวส่วนตัวของพวกเรา เขาเล่าเรื่องราวจากกรีกโบราณเพื่อช่วยให้พวกเราจัดการกับ "รอยสักดิจิตอล" แบบใหม่ของเราได้

About the speaker
Juan Enriquez · Futurist

Juan Enriquez thinks and writes about the profound changes that genomics and other life sciences will bring in business, technology, politics and society.

Juan Enriquez thinks and writes about the profound changes that genomics and other life sciences will bring in business, technology, politics and society.