ไดอานา ไนด์ (Diana Nyad)
5,975,085 views • 15:35

มันเป็นครั้งที่ห้า ที่ฉันยืนอยู่บนชายฝั่ง ของประเทศคิวบา มองออกไปยังเส้นขอบฟ้าที่ห่างออกไป และเชื่อมั่นอีกครั้ง ว่าฉันจะต้องทำได้ ฉันจะว่ายข้ามมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ที่เถื่อนและแสนอันตรายนี้ไปได้ ไม่ใช่แค่ฉันคนเดียว ที่ได้พยายามมาแล้วถึงสี่ครั้ง แต่สุดยอดนักว่ายน้ำของโลก ก็ได้พยายามกันมาแล้วตั้งแต่ปี 1950 แต่ก็ยังไม่มีใครทำสำเร็จ

ทีมของเราภูมิใจกับความพยายามทั้งสี่ครั้ง มันเป็นคณะเดินทางที่มีคนราวๆ 30 คน บอนนี่เป็นเพื่อนสนิทของฉัน และเป็นผู้จัดการใหญ่ ผู้ซึ่งไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ดี เป็นผู้เรียกแรงใจ เฮือกสุดท้ายในตัวฉัน เมื่อฉันคิดว่ามันไม่เหลือแล้ว หลังจากอยู่ในทะเลเป็นเวลาหลายวันหลายคืน มีฝูงฉลามผู้เชี่ยวชาญในการล่า กลุ่มใหญ่ว่ายอยู่เบื้องล่าง แมงกะพรุนกล่อง (box jellyfish) สัตว์ที่มีพิษร้ายแรงที่สุด ในมหาสมุทร ก็อยู่ในทะเลแห่งนี้ และฉันก็เกือบจะเอาชีวิตไม่รอดเพราะพวกมัน ในการว่ายข้ามมหาสมุทรครั้งที่แล้ว ตัวปัจจัยต่างๆ นอกจากระยะทางที่ยาวไกลมากกว่า 100 ไมล์ ในการข้ามมหาสมุทรเปิด คือกระแสน้ำและวังน้ำวน แถมยังมีกระแสน้ำอุ่นของมหาสมุทรแอตแลนติก (Gulf Stream) ที่คาดเดายากที่สุดในโลก

แต่ก็นะ ฉันก็ขำ ในสิ่งที่สื่อมวลชน และผู้คนมักจะถามฉัน ก่อนความพยายามในครั้งนี้ "คุณจะไปพร้อมกับเรือ กับใคร หรืออะไรบ้างหรือเปล่า" และฉันก็คิดว่า พวกเขากำลังคิดอะไรกันเนี่ย คิดว่าฉันจะใช้ระบบการเดินเรือดาราศาสตร์ (celestial navigation) คาบมีดโบวีในปาก ล่าปลาแล้วก็ขอดเกล็ดกินมันสดๆ และบางทีอาจจะลากพืชกรองน้ำเกลือ ไปข้างหลังฉัน เพื่อจะได้มีน้ำจืด (เสียงหัวเราะ)

ใช่ ฉันมีทีม (เสียงหัวเราะ) และเป็นทีมผู้เชี่ยวชาญซะด้วย เป็นทีมที่กล้าหาญ เต็มเปี่ยมไปด้วยนวัตกรรม และความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ไม่ต่างกับคณะเดินทางใหญ่ๆ บนโลกใบนี้

และพวกเราได้เดินทางไกล และมันก็เป็นที่ถกเถียงกันแพร่หลายกัน จริงไหม ตั้งแต่สมัยกรีกแล้ว ว่านี่มันอะไรกัน ชีวิตคือการเดินทาง มากกว่าการเป็นจุดหมาย ไม่ใช่หรือ และนี่เราก็ได้เดินทาง และความจริงก็คือ มันช่างน่าตื่นเต้น เรายังไปไม่ถึงอีกฝั่ง แต่กระนั้นใจเราก็มีความทะนงและตั้งมั่น ความตั้งมั่นที่ไม่สั่นคลอน เมื่อฉันอายุ 60 ฝันนั้นก็ยังไม่ตาย จากที่ฉันได้พยายามมาแล้วตอนช่วงอายุ 20 และฝันถึงมัน คิดถึงมัน ห้วงน้ำที่ขึ้นชื่อที่สุดในโลก ฉันจินตนาการถึงการว่ายน้ำจากคิวบาถึงฟลอริดา ลึกๆ ในจิตวิญญาณของฉัน เมื่อฉันอายุได้ 60 มันไม่ได้สำคัญที่เรื่องความสำเร็จในการกีฬา มันไม่ใช่ทิฐิที่ว่า "ฉันอยากจะเป็นคนแรก" นั่นมันมีอยู่เสมอและมันก็ปฏิเสธไม่ได้หรอก แต่มันลึกซึ้งกว่านั้น มันเกี่ยวกับว่าชีวิตนั้นเหลืออยู่เท่าไร เผชิญหน้ากับมันเถอะ เรามีชีวิตเดียวจริงไหม และเราจะทำอย่างไรล่ะ เราจะทำอย่างไรเมื่อเราเดินไปข้างหน้า เพื่อที่จะไม่ต้องหันกลับมาเสียดาย และตลอดปีที่แห่งการฝึกซ้อม ฉันมีวาทะของ เท็ดดี้ รูสเวลต์ (Teddy Roosevelt ) วนเวียนอยู่ในหัว พูดประมาณว่า "ไปเลย ไปนั่งให้สบายในเก้าอี้นุ่มๆ คอยวิจารณ์และเป็นผู้เฝ้าดู หรือจะเป็นผู้กล้าที่กระโดดลงสนามและเข้าต่อสู้ เลือดตกยางออก สกปรกมอมแมม และพ่ายแพ้ ครั้งแล้วครั้งเล่า ถึงกระนั้น ก็ยังไม่กลัว ไม่ขลาด และใช้ชีวิตไปอย่างกล้าหาญ"

แน่นอน ฉันอยากจะทำมันให้จงได้ นี่คือเป้าหมายของฉัน และฉันคงบ้องตื้นเหลือเกินที่จะพูดว่า ปีนี้ ปลายทางนั้นหอมหวาน มากกว่าการเดินทาง (เสียงหัวเราะ) (เสียงปรบมือ) แต่ตัวการเดินทางเองนั้นมันช่างเลอค่า และ ณ จุดนี้ ในฤดูร้อนนี้ ทุกๆ คน ไม่ว่าจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์การกีฬา ผู้เชี่ยวชาญด้านความทรหดอดทน นักประสาทวิทยา หรือแม้แต่ทีมของฉันเอง บอนนี่ ต่างพากันบอกว่ามันเป็นไปไม่ได้ มันไม่สำเร็จแน่ๆ บอนนี่บอกกับฉัน "แต่ถ้าเธอจะออกเดินทาง ฉันจะล่มหัวจมท้ายไปด้วยจนถึงที่สุด ฉันจะไปอยู่ตรงนั้นด้วย"

และเราก็อยู่ตรงนั้น และเมื่อเรามองออกไป เป็นดั่งวินาทีที่เหมือนฝัน ก่อนจ้วงแขนว่ายครั้งแรก ฉันยืนอยู่บนหิน ณ มารินา เฮมิงเวย์ (Marina Hemingway) มีธงคิวบาโบกอยู่เบื้องบน ทุกคนในทีมของฉันอยู่บนเรือ ชูมือขึ้นในอากาศ "เราอยู่ตรงนี้ เราอยู่ตรงนี้กับคุณ" บอนนี่และฉันมองหน้ากัน และเราพูดว่า ปีนี้ บทสวดมนต์มีว่า — และฉันก็เคยใช้มันในตอนฝึก — จงออกแสวงหา คุณมีความฝัน และคุณมีอุปสรรคขวางข้างหน้า เหมือนๆ กันทุกคน ไม่มีใครสักคนที่ผ่านชีวิตนี้ไปได้ โดยไม่ปวดร้าว โดยไม่สับสน และถ้าคุณเชื่อและมีศรัทธา และถ้าคุณล้มลง แต่สามารถลุกขึ้นได้อีกครั้ง และคุณเชื่อในความมานะอุตสาหะ ว่าเป็นสุดยอดแห่งความเป็นคน คุณจะพบหนทาง และบอนนี่ก็กุมไหล่ฉัน และเธอก็พูดว่า "มาหาทางไปฟลอริด้ากันเถอะ

และเราก็เริ่ม และ 53 ชั่วโมงหลังจากนั้น มันช่างเป็นประสบการณ์ชีวิตที่เข้มข้นและลืมไม่ลง จุดสุดยอดมันช่างสุดยอด น่ายำเกรง ฉันไม่ใช่คนเคร่งศาสนา แต่ฉันจะบอกให้ว่า เมื่ออยู่ในกระแสน้ำอุ่นแอตแลนติก ที่มีสีฟ้าราวกับท้องฟ้า ราวกับว่า เมื่อคุณกำลังหายใจ คุณมองลงไปเบื้องล่างลึกเป็นไมล์ๆ เพื่อที่จะรู้สึกได้ถึงดาวเคราะห์สีฟ้า อันทรงสง่าที่เราอาศัยอยู่ มันช่างน่าจับใจอย่างที่สุด ฉันมีรายการเพลงประมาณ 85 เพลง และโดยเฉพาะตอนกลางดึก คืนที่ เราไม่สามารถใช้ไฟได้ เพราะจะไฟจะล่อแมงกะพรุน และล่อปลาฉลามเข้ามา ไฟจะล่อปลาเล็กๆ ทำให้ปลาฉลามก็มาด้วย ดังนั้นเราจึงต้องเดินทางกันในความมืดแห่งราตรี เชื่อเหอะ คุณไม่เคยเห็นอะไรมืดได้เท่าความมืดนี้ คุณไม่เห็นแม้กระทั้งมือของคุณ และคนบนเรือ บอนนี่และทีมของฉันบนเรือ พวกเขาแค่ได้ยินเสียงแขนของฉันกระทบน้ำ ซึ่งทำให้พวกเขารู้ว่าฉันอยู่ตรงไหน เพราะว่ามันมองไม่เห็นโดยสิ้นเชิง และฉันก็ประมาณว่าเคลิ้มๆ ไปกับรายการเพลงเล็กๆ ของฉัน (เสียงหัวเราะ) ฉันใส่หมวกยางรัดแน่น ฉะนั้นฉันไม่ได้ยินอะไรเลย ฉันสวมแว่นตากันน้ำและฉันหันศีรษะ 50 ครั้งต่อนาที และฉันก็ร้องเพลง ♪จินตนาการดูสิว่าไม่มีสรวงสวรรค์ ♪ ♪ดู ดู ดู ดู ดู ♪ ♪มันไม่ยากหรอก ถ้าลองคิดดู ♪ ♪ดู ดู ดู ดู ดู ♪ และฉันก็ร้องเพลงนั้นติดต่อกันได้เป็นพันๆ เที่ยว (เสียงหัวเราะ) นี่มันเป็นพรสวรรค์ในตัวมันเองเลยนะ (เสียงหัวเราะ) (เสียงปรบมือ) และทุกครั้งที่ฉันจบที่ ♪โอ เธออาจบอกว่าฉันมันช่างฝัน แต่ก็ไม่ได้มีแค่ฉันสักหน่อย♪ 222 ♪จินตนาการดูสิว่าไม่มีสรวงสวรรค์ ♪ และเมื่อฉันร้องเพลง "อิมเมจิน" (Imagine) ของจอห์น เลนนอน (John Lennon) จบที่พันรอบ ฉันได้ว่ายน้ำครบ 9 ชั่วโมง 45 นาที พอดีแป๊ะ

และวิกฤตก็เกิดขึ้น แน่ล่ะมันต้องเกิดอยู่แล้ว อาการอาเจียนเริ่มเกิดขึ้น น้ำทะเลทำให้คุณรู้สึกไม่สบาย คุณสวมหน้ากากป้องกันแมงกะพรุน เพื่อการป้องกันแบบสุดๆ มันทำให้ว่ายน้ำยากขึ้น แม้หน้ากากจะทำให้ ภายในปากของฉันเป็นรอยถลอก แต่มันก็ป้องกันหนวดของแมงกะพรุนได้ และภาวะตัวเย็นเกิน (hypothermia) ก็เกิดขึ้น แม้น้ำจะอุณหภูมิ 29 องศาเซลเซียส แต่คุณก็ยังสูญเสียน้ำหนักตัว และต้องใช้พลังงานอยู่ดี เมื่อว่ายไปที่ ทางด้านข้างของตัวเรือ ซึ่งฉันไม่ได้รับอนุญาตให้จับมัน ไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นจากน้ำ แต่บอนนี่และทีมของเธอ ทำได้เพียงยื่นอาหารให้ฉัน และถามว่า ฉันเป็นอย่างไรบ้าง ไม่เป็นไรใช่ไหม ฉันเห็นทัชมาฮาลอยู่ตรงนั้น ฉันสติหลุดไปไกลละ และฉันก็คิดว่า ว้าว ไม่คิดเลยนะเนี่ย ว่าฉันจะมาเจอทัชมาฮาลเข้าตรงนี้ มันงามมากเลย ฉันหมายถึงว่า พวกเขาสร้างมันนานแค่ไหนเนี่ย มันแบบว่า — เอ่อ อ่า ยู้ฮู (เสียงหัวเราะ) และเราก็เหมือนจะมีกฎหลัก ที่ฉันไม่เคยได้รับรู้จริงๆ ว่ามันไกลแค่ไหน เพราะเราไม่รู้ว่ามันไกลแค่ไหน คิดดูสิ อะไรจะเกิดขึ้นกับคุณ ระหว่างจุดนี้ไปจนถึงจุดนั้น อะไรจะเกิดขึ้นกับลมฟ้าอากาศ และกระแสน้ำ และสวรรค์ทรงโปรด คุณโดนเข็มพิษ เมื่อคุณคิดไม่ถึงว่า จะโดนเข็มพิษได้ในชุดป้องกันนี้ และบอนนี่ก็ได้ตัดสินใจ เมื่อเข้าสู่เช้าวันที่สาม วันที่ฉันทรมาน และชีวิตกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย ตอนนั้นเธอบอกฉันว่า "มานี่สิ" ฉันก็เข้าไปใกล้ๆ เรือ และเธอก็บอกว่า "ดูนั่นสิ ดูทางนั้น" และฉันก็เห็นแสง เพราะว่ากลางวันนั้นมันเห็นง่ายกว่ากลางคืน และฉันจึงคิดว่านี่คงใกล้รุ่งเช้าแล้ว ฉันเห็นเส้นแสงสีขาว เลียดไปกับเส้นขอบฟ้า และฉันบอกว่า "กำลังจะเช้าแล้วสิ" และเธอบอกว่า "ไม่ นั่นเป็นแสงไฟ จาก คีย์ เวส (Key West)" มันห่างออกไปอีก 15 ชั่วโมง ซึ่งสำหรับนักว่ายน้ำส่วนใหญ่แล้ว มันนานทีเดียว (เสียงหัวเราะ) (เสียงปรบมือ) คุณไม่รู้หรอกว่าฉันฝึกว่ายน้ำนาน 15 ชั่วโมงมาแล้วกี่หน

เราก็ลุยตามนั้น และอย่างไรก็ดี โดยปราศจากความคิดใดๆ ฉันก็จ้วงอย่างไม่นับ และไม่ได้ร้องเพลง ไม่ได้คิดถึงวาทะ ของสตีเฟน ฮอว์คิง (Stephen Hawking) และตัวแปรต่างๆ ของเอกภพ ฉันได้แต่เข้าไปในห้วงความคิดเกี่ยวกับฝันนี้ และคำถามว่าทำไม และอย่างไร และอย่างที่ฉันบอก เมื่อฉันอายุได้ 60 มันไม่ได้เกี่ยวกับคำถามว่า "ฉันทำได้หรือเปล่า" นั่นมันเป็นแผนการของทุกๆ วันอยู่แล้ว มันคือการฝึกฝน และมันคือการเตรียมพร้อม และมันก็มีความหยิ่งทะนงอยู่ในนั้น แต่ในระหว่างที่ฉันเดินทาง ฉันตัดสินใจที่จะคิดถึง โวหารที่บอกให้ไขว่คว้าดวงดาว และในกรณีของฉัน มันเป็นการไขว่คว้าเส้นขอบฟ้า และเมื่อคุณพยายามเอื้อมให้ถึงเส้นของฟ้า อย่างที่ฉันได้พิสูนน์แล้ว ถึงคุณจะไปไม่ถึงตรงนั้น แต่ตัวตนและจิตวิญญาณที่คุณได้ทุ่มลงไปนั้น มันช่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน ทุนที่คุณทุ่มลงไป เพื่อที่จะเอื้อมให้ถึงเส้นขอบฟ้า

และตอนนี้ฝั่งก็ใกล้เข้ามา ส่วนเล็กๆ ของฉันนั้นก็เศร้า เพราะการเดินทางอันยิ่งใหญ่กำลังจะปิดฉาก

ผู้คนมากมายเข้ามาหาฉัน แล้วถามว่า "คุณจะทำอะไรต่อไป? พวกเราชอบมากเลย จุดเล็กๆ บนคอมพิวเตอร์นั่น แสดงการติดตามคุณ ใช่หรือเปล่า? เมื่อไรคุณจะทำแบบนี้อีก? พวกเราอดใจรอแทบไม่ไหวแล้ว" แหม พวกเขามารอดูผลอยู่ตรงนั้นแค่ 53 ชั่วโมง แต่ฉันนี่สิพยายามทำมาตั้งหลายปี มันจะไม่มีการเดินทางอันยิ่งใหญ่ ในมหาสมุทรแบบนี้อีกหรอก

แต่ประเด็นก็คือ ชีวิตของเราทุกๆ วันนั้นยิ่งใหญ่ และฉันจะบอกคุณให้ ตอนที่ฉันเดินขึ้นมาบนหาด ตะเกียกตะกายขึ้นไปบนหาด และหลายครั้งหลายหนเหลือเกิน ที่ฉันได้ฝึกซ้อมว่าฉันจะพูดอะไรบนหาดนั้น ในแบบที่แสนจะหยิ่งลำพอง เมื่อบอนนี่คิดว่า คอของฉันบวม และเธอนำทีมแพทย์เข้ามายังเรือของเรา เพื่อจะบอกว่า ฉันเริ่มที่จะมีปัญหา เกี่ยวกับการหายใจ หลังจาก 12, 24 ชั่วโมง ในน้ำทะเล หลังจากทุกสิ่งทุกอย่าง — ฉันคิด ในวินาทีแห่งจิตหลอนนั้นว่า ฉันได้ยินคำว่า การผ่าตัดหลอดลม (เสียงหัวเราะ) และบอนนี่ก็บอกกับแพทย์ "ฉันไม่ได้ห่วงว่าเธอจะไม่หายใจ แต่ถ้าเธอพูดไม่ได้ตอนไปถึงฝั่ง เธอคงอารมณ์เสียแน่ๆ" (เสียงหัวเราะ)

แต่ความจริงก็คือ สุนทรพจน์เหล่านั้น ที่ฉันได้คิด เพื่อฉันจะได้บรรลุเป้าหมาย ของการฝึกซ้อมว่ายน้ำ ดั่งว่ามันเป็นแรงผลักดัน มันกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย มันคือวินาที ท่ามกลางฝูงชน กับทีมของฉัน เราทำได้แล้ว ฉันไม่ได้ทำสำเร็จ แต่พวกเราทำสำเร็จ และเราจะไม่ลืมมัน มันจะเป็นส่วนหนึ่งของเราตลอดไป

และมีอยู่สามอย่างที่ฉันได้โพล่งออกไป ตอนที่เราถึงฝั่ง อย่างแรกคือ "ขออย่ายอมแพ้" ฉันดำเนินชีวิตตามคำพูดของโสเครติส ที่เราพูดถึงวันนี้ อะไรนะ ตัวตนอยู่ที่การกระทำ ฉันไม่ได้แค่ยืนขึ้นและพูดว่า อย่ายอมแพ้นะ ความจริงคือฉันไม่ยอมแพ้ และการกระทำของฉันสนับสนุนคำพูดเหล่านี้

อย่างที่สองก็คือ "คุณสามารถไล่ตามฝันของคุณได้ ไม่ว่าคุณอายุเท่าไร คุณไม่มีวันแก่เกินไป" ณ อายุหกสิบสี่ ไม่ว่าใครหน้าไหน ไม่ว่าเพศหรืออายุเท่าไร สามารถทำได้หรือเคยทำได้ ในความคิดฉันนั้นปราศจากข้อกังขาใดๆ ที่ว่าวันนี้ฉันนั้นอยู่ในวัยที่ดีที่สุดของชีวิต (เสียงปรบมือ) ใช่แล้ว ขอบคุณค่ะ

และอย่างที่สามที่ฉันพูดบนหาดนั่นคือ "มันดูเหมือนเป็นความพยายามที่โดดเดี่ยวที่สุดในโลก และในหลายๆ แง่มุม แน่ล่ะ มันเป็นเช่นนั้น แต่ในแง่มุมอื่นๆ ซึ่งสำคัญยิ่ง มันเป็นความพยายามของทั้งทีม และถ้าคุณคิดว่าฉันนี่มันเก่งสุดยอด คุณต้องเจอบอนนี่ซะก่อน" (เสียงหัวเราะ)

บอนนี่ อยู่ไหน อยู่ไหนๆ นั่น บอนนี่ สโตล์ (Bonnie Stoll) (เสียงปรบมือ) คู่หูของฉัน

วาทะของ เฮนรี เดวิด ทอโร (Henry David Thoreau) กล่าวว่า เมื่อคุณถึงฝั่งฝัน มันไม่สำคัญว่าคุณได้อะไร เท่ากับว่าคุณได้เปลี่ยนไปเป็นใคร และใช่ ฉันยืนอยู่ต่อหน้าคุณตอนนี้ สามเดือนหลังจากการว่ายน้ำนั้นสิ้นสุด ฉันนั่งคุยกับโอปรา (Oprah) และไปเยือนห้องทำงานของประธานาธิปดีโอบามา ฉันได้รับเชิญให้มาพูด ต่อหน้าผู้เป็นที่นับหน้าถือตาอย่างพวกคุณ ฉันได้เซ็นสัญญากับสำนักพิมพ์ใหญ่ ฉันไม่ได้จะทำให้เรื่องดีๆ ทั้งหมดนี้เสื่อมค่า ฉันภูมิใจกับทุกสิ่ง แต่ความจริงก็คือ ฉันอยู่อย่างสง่าผ่าเผย เพราะว่าฉันเป็นคนห้าวหาญ ไม่ขลาดกลัว และจะเป็นเช่นนี้ ทุกๆ วัน จวบจนกว่าวันเวลาจะสิ้นสุดลง

ขอบคุณมากๆ และขอให้สนุกกับงานสัมมนาค่ะ

ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ (เสียงปรบมือ) ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ จงออกแสวงหา! (เสียงปรบมือ)