ชาร์เมน กูช (Charmian Gooch)
1,621,847 views • 14:27

เมื่อเราพูดถึงคอร์รัปชั่น มีคนจำพวกหนึ่งที่โผล่เข้ามาในความคิดทันที

มีพวกคลั่งอำนาจและความมั่งคั่งในโซเวียตสมัยก่อน ซาปาร์มูรัต นิยาซอฟ (Saparmurat Niyazov) เขาเป็นหนึ่งในนั้น จนกระทั่งการตายของเขาในปี 2006 เขาเป็นผู้นำที่ทรงอำนาจสูงสุดของเติร์กเมนิสถาน ประเทศเอเชียกลางที่ร่ำรวยไปด้วยแก๊สธรรมชาติ เขารักที่จะออกกฤษฎีกาต่างๆ มาก หนึ่งในนั้นคือการตั้งชื่อเดือนต่างๆ ในรอบปีเสียใหม่ โดยตั้งตามชื่อของเขาและแม่ของเขาด้วย เขาใช้จ่ายเงินเป็นล้านๆ ดอลลาร์ เพื่อสร้างภาพลักษณ์อันแปลกประหลาดของเขา และผลงานอันยิ่งใหญ่ของเขาก็คือ การสร้าง รูปปั้นตัวเขาเอง ความสูงขนาด 40 ฟุต หุ้มด้วยทอง ซึ่งยืนอย่างภาคภูมิอยู่ที่จัตุรัสใจกลางเมืองหลวง และมันหมุนตามดวงอาทิตย์เสียด้วย เขาเป็นคนค่อนข้างจะแปลกสักหน่อย

แล้วก็มีแบบฉบับเดิมๆ ของจอมเผด็จการ รัฐมนตรี หรือข้าราชการ ชาวแอฟริกัน เช่น ธีโอโดริน โอเบียง (Teodorin Obiang) พ่อของเขาเป็นประธานาธิบดีของประเทศอีควิทอเรียลกินี (Equatorial Guinea) จนกระทั่งเสียชีวิต อีควิทอเรียลกินี คือประเทศแอฟริกันตะวันตก ที่ส่งออกน้ำมันเป็นพันๆ ล้านดอลลาร์ตั้งแต่ยุค 90 แต่ก็ยังมีสถิติทางด้านสิทธิมนุษยชนที่น่าสะพรึงกลัว คนส่วนใหญ่ในประเทศนี้ มีชีวิตอยู่ในความยากจนแสนสาหัส ถึงแม้ว่ารายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชากรจะอยู่ในระดับ ที่พอๆ กับประเทศโปรตุเกส โอเบียงจูเนียร์ได้ซื้อ แมนชั่นราคา 30 ล้านดอลลาร์ ในมาลิบู แคลิฟอร์เนียให้ตัวเขาเอง ฉันได้ไปเห็นประตูหน้ามาแล้ว ฉันบอกคุณได้เลยว่ามันเป็นอะไรที่อลังการมาก เขาซื้อคอลเลกชั่นงานศิลปะราคา 18 ล้านยูโร ซึ่งเคยเป็นของนักออกแบบแฟชั่น อีฟ แซง โลรอง (Yves Saint Laurent) มาก่อน รถสปอร์ตหรูๆ จำนวนมาก บางคันราคาเป็นล้านดอลลาร์ อ้อ แล้วก็เครื่องบินเจ็ตกัลฟ์สตรีมด้วย ทั้งนี้ ขอให้เข้าใจนะคะว่า ที่ผ่านมาจนเมื่อเร็วๆ นี้ เขารับเงินเดือนข้าราชการ ซึ่งน้อยกว่า 7,000 ดอลลาร์ต่อเดือนเสียอีก

แล้วก็ยังมี แดน เอเตเต้ (Dan Etete) เขาเป็นอดีตรัฐมนตรีด้านน้ำมันของไนจีเรีย ในสมัยของประธานาธิบดีอาบาชา และเขาก็เป็นผู้ต้องหาคดีฟอกเงินด้วย เราใช้เวลามากมาย ตรวจสอบข้อตกลงเรื่องน้ำมัน มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ ถูกแล้วค่ะ 1 พันล้านดอลลาร์ ที่เขาเข้าไปเกี่ยวข้อง และสิ่งที่เราเจอก็ค่อนข้างน่าตกใจ แต่เอาไว้พูดถึงมันหลังจากนี้นะคะ

ดังนั้น มันง่ายที่จะคิดว่าการคอร์รัปชั่นเกิดขึ้น ที่ไหนสักที่ตรงนั้น โดยกลุ่มทรราชย์ตะกละตะกลาม ที่ไม่ได้หวังจะทำอะไรดีๆให้ประเทศต่างๆ ที่พวกเราอาจจะแทบไม่รู้จัก และไม่รู้สึกเกี่ยวข้องกับประเทศเหล่านี้เลย และไม่ได้รับผลกระทบอะไร จากสิ่งที่กำลังเป็นไป แต่มันเกิดขึ้นแค่ตรงนั้นหรือ

เอาล่ะ ตอนที่ฉันอายุ 22 ฉันโชคดีมากๆ งานแรกของฉันหลังจากจบมหาวิทยาลัย คือการตรวจสอบการลักลอบค้างาช้างแอฟริกัน ความสัมพันธ์ของฉันกับคอร์รัปชั่น มีจุดเริ่มต้นจริงๆ แบบนี้ล่ะ ในปี 1993 ฉันกับเพื่อนอีกสองคนที่ทำงานด้วยกัน ไซมอน เทย์เลอร์ (Simon Taylor) และ แพทริก แอลลีย์ (Patrick Alley) เราตั้งองค์กรหนึ่งขึ้นมาชื่อว่า โกลบอล วิทเนส (Global Witness) งานแรกของพวกเราคือ การตรวจสอบบทบาทของ การค้าไม้เถื่อนเพื่อนำเงินไปใช้จ่ายในสงครามในกัมพูชา

ไม่กี่ปีหลังจากนั้น ในปี 1997 ฉันอยู่ในอังโกลา ปลอมตัวเข้าไป ตรวจสอบเรื่องอัญมณีเลือด คุณอาจเคยดูหนังฮอลลีวูด เรื่อง "อัญมณีสีเลือด" (Blood Diamond) ที่มีลีโอนาร์โด ดิแคปริโอแสดง บางส่วนในหนังนั้นมาจากงานของพวกเราค่ะ ลอนดา (Launda) เป็นที่ที่เต็มไปด้วยเหยื่อกับระเบิด ผู้ซึ่งกำลังดิ้นรนเพื่ออยู่รอดบนท้องถนน และเด็กกำพร้าจากสงครามที่อาศัยอยู่ในท่อระบายน้ำใต้ถนน และกลุ่มชนชั้นนำเล็กๆ ที่สุดแสนจะร่ำรวย ผู้ซึ่งคอยแต่จะเม้ากันเรื่องทริปชอปปิ้ง ในบราซิลและโปรตุเกส มันเป็นที่ที่ค่อนข้างบ้าบอ

ดังนั้น ฉันนั่งอยู่ในห้องพักของโรงแรมที่แสนจะร้อนและอุดอู้ รู้สึกท่วมท้นเอ่อล้นอย่างมากมาย แต่มันไม่เกี่ยวกับอัญมณีเลือดเลย เพราะฉันได้ไปคุยกับผู้คนมากมายที่นั่น ซึ่งพูดถึงปัญหาที่ต่างออกไป เกี่ยวกับเครือข่ายใหญ่โตของการคอร์รัปชั่นระดับโลก และเงินค่าน้ำมันหลายล้านดอลลาร์ที่หายไป และสำหรับองค์กรเล็กๆ ในตอนนั้น ที่มีคนไม่กี่คน แค่พยายามเริ่มคิดว่าเราจะจัดการกับปัญหานั้นยังไง ก็ถือว่าเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่มาก และในหลายปีมานี้ ทีมของเราทั้งหมดได้รณรงค์และตรวจสอบ ฉันได้เห็นซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า สิ่งที่ทำให้การคอร์รัปชั่น ในระดับโลกเป็นไปได้นั้น มันไม่ใช่แค่ความโลภหรือการใช้อำนาจในทางที่ผิด หรือวลีคลุมเครืออย่าง "ธรรมาภิบาลที่อ่อนแอ" ฉันหมายความว่า ใช่ มันคือทั้งหมดนั่น แต่คอร์รัปชั่น ยังเป็นไปได้เพราะการกระทำ ของผู้อำนวยความสะดวกระดับโลก (global facilitators)

ดังนั้น เรามาย้อนกลับไปดูบางคน ที่ฉันได้พูดถึงไปก่อนหน้านี้ ตอนนี้ ทุกคนคือคนที่เรากำลังตรวจสอบ และพวกเขาไม่สามารถทำสิ่งที่พวกเขาทำอยู่ ได้ด้วยตัวคนเดียว ดูโอเบียงจูเนียร์เป็นต้น เขาไม่อาจซื้อ งานศิลปะชั้นสูงและบ้านหรูได้ โดยปราศจากความช่วยเหลือ เขาทำธุรกรรมผ่านธนาคารระดับโลก ธนาคารแห่งหนึ่งในปารีส มีบัญชีของบริษัทเขาหลายบัญชี หนึ่งในนั้นใช้ซื้องานศิลปะ และยังมีธนาคารอเมริกันที่เขาผ่องถ่าย เงิน 73 ล้านดอลลาร์เข้าไปในสหรัฐ บางส่วนใช้ซื้อแมนชั่นที่แคลิฟอร์เนียหลังนั้น และเขาไม่ได้ทำทั้งหมดนี่ภายใต้ชื่อเขา เขาใช้บริษัทลม (shell companies) หลายๆ บริษัท เขาใช้หนึ่งในนั้นเพื่อซึ้อสินทรัพย์ และอีกหนึ่ง ซึ่งอยู่ภายใต้ชื่อของคนอื่น เพื่อจ่ายค่าสาธารณูปโภคต่างๆ สำหรับบ้านนั้น

และแล้วเราก็มีแดน เอเตเต้ ตอนที่เขาเป็นรัฐมนตรีน้ำมัน เขาได้มอบบ่อน้ำมันที่ตอนนี้มีมูลค่า มากกว่า 1000 ล้านดอลลาร์ ให้แก่บริษัทที่ ลองเดาดูมั้ยคะ ใช่ค่ะ เขาเป็นเจ้าของอยู่เบื้องหลัง แล้วหลังจากนั้นค่อนข้างนาน มันก็ถูกขายต่อ ด้วยความช่วยเหลือจากรัฐบาลไนจีเรีย — ตอนนี้ฉันต้องระวังในสิ่งที่ฉันจะพูดตรงนี้ล่ะค่ะ — ให้กับบริษัทลูกของเชลล์ (Shell) และบริษัทสัญชาติอิตาเลียน เอนิ (Eni) สองในบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ที่สุดตอนนี้

เอาล่ะ ความจริงก็คือว่า กลไกของการคอร์รัปชั่น มันดำรงอยู่ไกลโพ้นออกไปนอกชายฝั่งของประเทศ อย่างเอควิทอเรียลกินี หรือไนจีเรีย หรือเติร์กเมนิสถาน กลไกนี้ มันถูกขับเคลื่อน โดยระบบธนาคารระหว่างประเทศของพวกเรา โดยปัญหาของบริษัทลมนิรนาม และโดยความลับที่ว่า จริงๆ เรามีการดำเนินการ ขุดเจาะน้ำมัน แก๊ส และเหมืองขนาดใหญ่ และที่สำคัญยิ่งยวดไปกว่าทั้งหมดนั่น คือ โดยความล้มเหลวของนักการเมือง ในการทำตามคำพูดสวยหรูของพวกเขา แล้วทำอะไรสักอย่าง ที่มีความหมายและเป็นระบบ เพื่อจัดการเรื่องพวกนี้

ตอนนี้เรามาดูกันที่ธนาคารต่างๆ ก่อน เอาล่ะ มันก็ไม่ได้จะดูน่าประหลาดใจหรอก ถ้าฉันจะบอกคุณว่าธนาคารต่างๆ รับเงินสกปรก แต่พวกเขาจัดลำดับความสำคัญของผลกำไรที่ได้ ในทางที่เป็นอันตรายด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น ในซาราวัก (Sarawak) มาเลเซีย ในภูมิภาคนี้ มีป่าไม้เหลือ เพียง 5% เท่านั้น แค่ 5% แล้วมันเกิดขึ้นได้ยังไงล่ะ เอาล่ะ นั่นก็เพราะชนชั้นนำ และผู้อำนวยความสะดวกของพวกเขา ทำเงินได้เป็นหลายล้านดอลลาร์ จากการสนับสนุนการทำอุตสาหกรรมป่าไม้ เป็นเวลาหลายปี ดังนั้น พวกเราส่งผู้สืบสวนปลอมตัวเข้าไป แอบถ่ายการประชุมระหว่าง สมาชิกของชนชั้นนำที่เป็นผู้ปกครอง และวิดีโอต้นฉบับที่ได้มานั้น ทำให้หลายคนโกรธมากๆ คุณหาดูวิดีโอนี้ได้จาก Youtube แต่มันได้พิสูจน์สิ่งที่เราสงสัยมาเป็นเวลานาน เพราะมันแสดงให้เห็นถึงวิธีการที่ผู้นำของรัฐ ถึงแม้เขาจะปฏิเสธในภายหลัง เราได้เห็นว่าเขาใช้อำนาจ การควบคุมใบอนุญาตเหนือที่ดินและป่าไม้ สร้างฐานะให้ตัวเองและครอบครัวอย่างไร และ HSBC เอาล่ะ เรารู้ว่า HSBC ให้เงินทุน แก่บริษัททำไม้ขนาดใหญ่ที่สุดของรัฐ ซึ่งอยู่เบื้องหลังความเสียหายบางส่วน ที่เกิดขึ้นในซาราวักและที่อื่นๆ การทำแบบนี้ เท่ากับธนาคารฝ่าฝืนนโยบายความยั่งยืนของตัวเอง แต่พวกเขาทำเงินได้ประมาณ 130 ล้านดอลลาร์ เอาล่ะ ไม่นานหลังจากถูกเราเปิดโปง แค่แป๊บเดียวหลังจากการเปิดโปงของพวกเราเมื่อต้นปี ธนาคารแห่งนี้ได้ประกาศ ว่าจะทบทวนนโยบายเรื่องนี้ นี่ถือว่าเป็นความก้าวหน้ารึเปล่า อาจจะนะคะ แต่เราจะต้องจับตามองเรื่องนี้ อย่างใกล้ชิด

แล้วก็ยังมีปัญหาเรื่องบริษัทลมนิรนามอีก เอาล่ะ ฉันคิดว่าเราล้วนได้ยินมาบ้างแล้วว่ามันคืออะไร และเราต่างก็รู้ว่ามันถูกใช้ โดยคนและบริษัทที่พยายามจะเลี่ยง การจ่ายเงินที่เขาควรจ่ายให้สังคม ซึ่งรู้จักกันในนามของ ภาษี แต่สิ่งที่คนในวงกว้างไม่ค่อยรู้ คือการที่บริษัทลมเหล่านี้ถูกใช้เพื่อขโมย เงินก้อนใหญ่ เงินที่ถูกฟอกหรือแปรสภาพมา จากประเทศยากจนต่างๆ การคอร์รัปชั่นแทบทุกกรณีที่เราตรวจสอบ มีบริษัทลมเหล่านี้ปรากฏอยู่ และบางครั้งก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะค้นหาว่า จริงๆ แล้วใครกันแน่ ที่เกี่ยวข้องในการทำธุรกรรมนั้น

งานวิจัยล่าสุดโดยธนาคารโลก ศึกษาการคอร์รัปชั่น 200 กรณี แล้วพบว่ามากกว่า 70% ของกรณีเหล่านี้ ได้ใช้บริษัทลมนิรนาม กับเงินเกือบห้าหมื่นหกพันล้านดอลลาร์ บริษัทเหล่านี้หลายๆ บริษัทอยู่ในอเมริกา หรือไม่ก็สหราชอาณาจักร อาณานิคมโพ้นทะเล และดินแดนคราวน์ดิเพนเดนซี่ (Crown dependencies) ของสหราชอาณาจักร ดังนั้น มันจึงไม่ใช่เรื่องนอกประเทศแล้วล่ะ มันเป็นเรื่องในประเทศของเราด้วย บริษัทลมเหล่านี้เป็นแกนหลักสำคัญ ในข้อตกลงทางธุรกิจลับๆ ที่สร้างผลประโยชน์ให้ชนชั้นนำที่ร่ำรวย มากกว่าประชาชนธรรมดาทั่วไป

กรณีหนึ่งที่โดดเด่นเมื่อเร็วๆ นี้ ที่พวกเราได้สืบสวน คือ กรณีที่รัฐบาลในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ได้ขายสินทรัพย์การทำเหมือง ที่เป็นของรัฐและมีมูลค่าสูง ให้บริษัทลมในหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน (British Virgin Islands) เราได้พูดคุยกับแหล่งข่าวในประเทศ ควานหาไปในเอกสารบริษัทและข้อมูลอื่นๆ พยายามต่อชิ้นส่วนต่างๆ ของภาพที่แท้จริงของธุรกรรมนี้เข้าด้วยกัน และเราก็พบว่า บริษัทลมเหล่านี้ ได้แปลงสินทรัพย์เหล่านี้จำนวนมาก ให้เป็นกำไรมหาศาลแก่ บริษัททำเหมืองนานาชาติยักษ์ใหญ่หลายแหล่ง ที่จดทะเบียนในลอนดอน ตอนนี้ คณะกรรมการความก้าวหน้าของแอฟริกา (the Africa Progress Panel) นำโดย โคฟี อันนัน ได้คำนวณแล้วว่า คองโกอาจจะขาดทุนไป มากกว่า 1.3 พันล้านดอลลาร์จากธุรกรรมเหล่านี้ นั่นเกือบจะเป็นสองเท่า ของงบประมาณประจำปีด้านสาธารณสุข และการศึกษาของคองโกรวมกัน และชาวคองโกล่ะ พวกเขาจะได้เงินของพวกเขาคืนบ้างมั้ย คำตอบของคำถามนั้น และคำถามที่ว่าใครเป็นผู้เกี่ยวข้องที่แท้จริง และจริงๆ เกิดอะไรขึ้น อาจจะถูกเก็บล็อกไว้ ในบริษัทลับที่จดทะเบียนในหมู่เกาะบริติชเวอร์จิ้นและที่อื่น หากว่าพวกเราไม่ทำอะไรสักอย่างกับมัน

แล้วบริษัทน้ำมัน แก๊ส และเหมืองแร่ล่ะ ใช่ มันอาจจะดูเฝือๆ ที่จะพูดเกี่ยวกับพวกนี้ คอร์รัปชั่นในธุรกิจเหล่านี้ ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจเลย คอร์รัปชั่นมีทุกที่ ทำไมต้องเน้นไปที่ธุรกิจเหล่านี้ล่ะ นั่นก็เพราะมันมีเงินมหาศาลเข้ามาเกี่ยวข้องน่ะสิ ในปี 2011 การส่งออกทรัพยากรธรรมชาติ มีมูลค่ามากกว่าเงินช่วยเหลือที่หมุนเวียนอยู่ ในแอฟริกา เอเชีย และละตินอเมริกา เกือบ 19 เท่า เงินนั่นเอาไปสร้าง โรงเรียน มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล ธุรกิจตั้งต้น ได้มากมาย แต่ก็ไม่ได้เกิดขึ้น และจะไม่มีทางเกิดขึ้น เพราะเงินบางส่วนนั้นได้ถูกขโมยหายไปง่ายๆ

ตอนนี้ กลับมาที่บริษัทน้ำมันและเหมืองแร่ และกลับไปที่ แดน เอเตเต้ กับธุรกรรมมูลค่าหนึ่งพันล้านดอลลาร์นั่น และต้องขอโทษด้วยนะคะ ฉันจะต้องอ่านสิ่งต่อไปนี้ เพราะมันเป็นประเด็นปัจจุบันมากๆ และทนายของพวกเรา ได้ดูเรื่องนี้ในเชิงรายละเอียด และพวกเขาต้องการให้ฉันพูดมันให้ถูกต้อง

เอาล่ะ บนฉากหน้า ธุรกรรมนี้ดูเหมือนจะตรงไปตรงมา บริษัทลูกของเชลล์ (Shell) และอีนิ (Eni) ได้จ่ายเงินค่าแหล่งขุดเจาะให้รัฐบาลไนจีเรีย รัฐบาลไนจีเรียได้โอนเงิน จำนวนเท่ากันนั้น ทุกดอลลาร์ ไปยังบัญชีของบริษัทลม ที่เอเตเต้เป็นเจ้าของอยู่แบบลับๆ เอาล่ะ การสืบไปถึงตัวนักฟอกเงินต้องคดีนั้นไม่ยากหรอก แต่ที่สำคัญคือ หลังจากที่เราได้ขุดค้น และอ่านเอกสารจำนวนหลายร้อยหน้า เป็นเวลาหลายเดือน เราพบหลักฐานที่ว่า แท้จริงแล้ว เชลล์และอีนิ รู้อยู่ก่อนแล้วว่า เงินจะถูกโอนไปยังบริษัทลมนั้น และพูดตรงๆ มันยากที่จะเชื่อว่าพวกเขาไม่รู้ ว่าพวกเขากำลังทำธุรกิจกับใครอยู่กันแน่

มันไม่ควรเลยที่จะต้องใช้ความพยายามขนาดนี้ ในการค้นหาว่าเงินจากการทำธุรกรรมนี้จะไปที่ไหน ฉันหมายความว่า นี่มันคือสินทรัพย์ของรัฐ มันน่าจะถูกใช้ไปเพื่อประโยชน์ ของประชาชนในประเทศ แต่ในบางประเทศ ประชาชนและสื่อมวลชน ที่พยายามจะเปิดโปงเรื่องแบบนี้ กลับถูกข่มขู่และจับกุม และบางคนได้เสี่ยงชีวิตพวกเขาในการทำเช่นนั้น

และท้ายที่สุดนี้ มีหลายคนที่เชื่อว่า คอร์รัปชั่นหลีกเลี่ยงไม่ได้ มันเป็นหนทางสำหรับการทำธุรกิจบางอย่าง มันซับซ้อนและยากที่จะเปลี่ยน แล้วผลคือยังไงล่ะ เราก็แค่ยอมรับมัน แต่ในฐานะนักรณรงค์และผู้สืบสวน ฉันมีมุมมองที่ต่างไป เพราะฉันได้เห็นแล้วว่า มันเกิดขึ้นได้ เมื่อไอเดียหนึ่งได้รับกระแสสนับสนุน ยกตัวอย่างเช่น ในธุรกิจน้ำมันและเหมืองแร่ ตอนนี้ มีการริเริ่ม มาตรฐานความโปร่งใสระดับโลกอย่างแท้จริง ที่จะสามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้บ้าง ในปี 1999 เมื่อ Global Witness เรียกร้องให้ บริษัทน้ำมันจ่ายเงินในการทำธุรกรรมอย่างโปร่งใส บางคนหัวเราะเยาะความใสซื่ออย่างที่สุด ของไอเดียเล็กๆ นั้น แต่เอาเข้าจริงๆ กลุ่มประชาสังคมเป็นร้อยๆ จากทั่วโลกรวมตัวกัน ต่อสู้เพื่อความโปร่งใส และตอนนี้ มันกำลังจะกลายมาเป็นบรรทัดฐานและกฎหมาย สองในสามของมูลค่า ของบริษัทน้ำมันและเหมืองแร่ต่างๆ บนโลก ตอนนี้อยู่ภายใต้กฎหมายความโปร่งใส สองในสามเลยนะคะ

ดังนั้น นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น นี่คือความก้าวหน้า แต่เรายังทำไม่สำเร็จหรอก เพราะจริงๆ แล้ว มันไม่ใช่เรื่องว่า คอร์รัปชั่นในที่ไหนสักที่ตรงนั้น ใช่มั้ยคะ ในโลกไร้พรมแดน คอร์รัปชั่น คือ ธุรกิจไร้พรมแดนอย่างแท้จริง และเป็นสิ่งที่ต้องการทางออกระดับโลก ซึ่งได้รับการหนุนและผลักดันโดยพวกเราทั้งหมด ในฐานะประชากรโลก ณ ที่นี้

ขอบคุณค่ะ

(เสียงปรบมือ)