บิล กรอส (Bill Gross)
7,184,011 views • 6:40

ผมตื่นเต้นมากครับที่ได้มาเล่าถึง เรื่องน่าทึ่งที่ผมพบ ว่าอะไรที่ทำให้บริษัทประสบความสำเร็จสูงสุด ปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ผู้ประกอบการ ประสบความสำเร็จ

ผมเชื่อว่าธุรกิจสตาร์ทอัพ (Startup) เป็นรูปแบบองค์กรที่เปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้น ถ้าคุณรวมกลุ่มคนที่มีไฟ มีแรงจูงใจที่เข้ากันได้พอดี แล้วสร้างพวกเค้าเป็นสตาร์ทอัพ คุณจะปลดปล่อยศักยภาพของมนุษย์ ได้อย่างที่ไม่เคยเป็นได้มาก่อน จะทำให้พวกเค้าสามารถ สร้างสิ่งเหลือเชื่อได้มากมาย

แต่ถ้าผู้ประกอบการมันเจ๋งขนาดนั้น ทำไมหลาย ๆ ธุรกิจถึงล้มล่ะ นั่นคือสิ่งที่ผมอยากรู้ ผมอยากรู้ว่าอะไร ที่มีผลที่สุด ในความสำเร็จของสตาร์ทอัพ

และผมอยากจะให้ได้ข้อสรุป เป็นกฎเกณฑ์ซักหน่อย และเลี่ยงความรู้สึกส่วนตัว และ ความเข้าใจผิดผมมีจากประสบการณ์ ของผมกับหลาย ๆ บริษัทในช่วงหลายปีมานี้

ผมเลยอยากจะรู้เรื่องนี้ เพราะผมเริ่มต้นทำธุรกิจตอนอายุ 12 ผมขายลูกอมที่ป้ายรถเมล์ ตอนมัธยมต้น พอมัธยมปลาย ผมทำอุปกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์ ตอนมหาวิทยาลัย ผมก็ผลิตลำโพง และหลังเรียนจบ ผมก็เริ่มทำบริษัทซอฟต์แวร์ และ 20 ปีก่อนผมก่อตั้งไอเดียแล็บ และในช่วง 20 นั้น เราทำมากกว่า 100 บริษัท สำเร็จก็เยอะ เสียหายหนักก็มากครับ เราเรียนรู้จากความล้มเหลวเหล่านั้น

ผมเลยอยากจะมองไปถึงปัจจัย ที่ทำให้บริษัทประสบความสำเร็จ หรือล้มเหลว ผมจึงเฝ้ามอง 5 สิ่งนี้ครับ อย่างแรก ไอเดีย ผมเคยคิดว่าความคิดสร้างสรรค์คือทุกสิ่ง บริษัทผมเลยได้ชื่อว่าไอเดียแล็บ เพื่อแสดงว่าผม ชอบแค่ไหนเวลาที่เราพูดว่า "อาฮ่า!" ตอนเรามีไอเดียใหม่ ๆ แต่นาน ๆ เข้า ผมเริ่มคิดว่า ทีมงาน, วิธีทำงาน, การปรับตัว ต่างหาก ที่สำคัญมากกว่าไอเดีย

ผมก็ไม่นึกว่าจะต้องอ้างคำพูดนักมวย อย่าง ไมค์ ไทสัน บนเวที TED หรอกนะครับ แต่เค้าเคยพูดว่า ทุกคนจะเดินตามแผน จนกว่าจะโดนชกเข้าเต็มหน้า (เสียงหัวเราะ) ซึ่งผมว่ามันจริง และใช้กับเรื่องธุรกิจได้ พอมาเทียบกับเรื่องวิธีการทำงาน มันคือความสามารถและกับปรับตัว เวลาลูกค้าชกเข้าหน้าเรา ลูกค้าเนี่ยแหละความจริงของชีวิต และนั่นทำให้ผมคิดได้ว่า ทีมงานอาจเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

ผมเลยเริ่มมองหา โมเดลธุรกิจ (business model) บริษัทมีแนวทางชัดเจน ที่จะดึงดูดลูกค้าได้ต่อเนื่องมั้ย เรื่องนี้ได้อันดับบนสุดในความคิดผมตอนนั้น ว่ามันสร้างความสำเร็จได้มากที่สุด

แล้วผมก็มาคิดถึงเรื่องทุน บางครั้งบริษัทต่าง ๆ ได้เงินทุนมหาศาล นั่นอาจเป็นปัจจัยที่สำคัญหรือเปล่า

และแน่นอนครับ เรื่องจังหวะเวลา ไอเดียนั้นมาเร็วเกินไป โลกนี้ยังไม่พร้อมสำหรับมันหรือเปล่า หรือมันเร็ว แต่คุณเห็นโอกาสล่วงหน้า คุณแค่ต้องบอกให้โลกรู้จักมัน ถูกจังหวะมั้ย หรือคุณช้าไป มีบริษัทคู่แข่งมากเกินไปหรือไม่

นั่นแหละครับ ผมเลยมาดู 5 ปัจจัยนี้อย่างจริงจัง โดยผ่านบริษัทมากมาย และผมก็ใช้ทั้ง 100 บริษัทของไอเดียแล็บ บวกกับ 100 บริษัทอื่น ๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ ที่เป็นวิทยาศาสตร์ซักหน่อย

ส่วนแรกเลย บริษัทจากไอเดียแล็บ 5 บริษัทที่มีลำดับสูงสุด ซิตี้เซิร์ช, คาร์ไดเร็ค, โกทู, เน็ตซีโร่, ทิคเก็ตส์ ดอท คอม ซึ่งประสบความสำเร็จระดับพันล้านดอลล่า และ 5 บริษัทท้ายแถว ซีดอทคอม, อินไซเดอร์ เพจเจส,มายไลฟ์, เดสทอป คอมปานี่, แฟคตอรี่, พีเพิลลิงค์ ซึ่งเราหวังไว้สูงแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ

ผมเอามาจัดลำดับโดยผ่านปัจจัยทั้ง 5 ว่าแต่ละบริษัทได้คะแนนเท่าไหร่ในแต่ละมิติ และสำหรับบริษัทนอกไอเดียแล็บ ผมเลือกที่มีความสำเร็จในวงกว้าง อย่าง แอร์บีเอ็นบี, อินสตาแกรม, อูเบอร์, ยูทูบ, ลิงค์อิน

และกลุ่มที่ล้มเหลว: เว็บแวน, คอซโม, เพ็ทส์ ดอท คอม ฟลูซ และ เฟรนสเตอร์ บริษัทกลุ่มบ๊วย ก็ได้เงินมหาศาล หรือบางที่มีโมเดลธุรกิจด้วยซ้ำ แต่พวกเค้าก็ทำไม่สำเร็จ ผมพยายามหาปัจจัย ว่าอะไรบ้าง ที่ส่งผลสูงสุด ต่อความสำเร็จและล้มเหลว ผ่านบริษัทเหล่านี้ และผลลัพธ์ทำให้ผมประหลาดใจมากครับ

อันดับ 1 คือ จังหวะเวลา เวลามีผลถึง 42% ของผลต่างระหว่างกลุ่มสำเร็จกับกลุ่มล้มเหลว ทีมงานและการดำเนินงานเป็นอันดับสอง และไอเดีย ไอเดียที่สร้างความต่าง, ไอเดียที่ไม่มีใครเหมือน มาเป็นอันดับ 3 ครับ

จริง ๆ นี่ไม่ใช่การชี้ขาดหรอกครับ คงพูดไม่ได้ว่าไอเดียไม่สำคัญ แต่ผมก็แปลกใจมากว่า ไอเดียกลับไม่ใช่ สิ่งสำคัญที่สุด บางครั้งไอเดียได้ผล เมื่อทำในเวลาที่เหมาะสม

สองอันดับสุดท้ายคือ โมเดลธุรกิจ และทุน ก็ถือว่าไม่ผิดคาดเท่าไหร่ ผมว่าโมเดลธุรกิจได้อันดับต่ำ ก็เข้าใจได้ เพราะธุรกิจเกิดได้ โดยไม่ต้องมีโมเดลธุรกิจ แล้วมาทำทีหลังได้ ตราบใดที่ลูกค้ายังซื้อสิ่งที่คุณทำ และเงินทุน ก็เหมือนกัน ถ้าคุณไม่มีทุน แต่ผลตอบรับดี โดยเฉพาะในโลกปัจจุบัน มันง่ายมากที่ทุนก้อนโตจะตามมา

ผมขอยกตัวอย่างที่ชัดเจนขึ้นสำหรับแต่ละข้อ ความสำเร็จอย่างใหญ่โตของ แอร์บีเอ็นบี อย่างที่ทุกคนรู้นั้น จริง ๆ เป็นที่รู้กันว่าบริษัทนี้ ผ่านมือนักลงทุนเก่ง ๆ มากมาย เพราะแต่ก่อนคนคิดว่า "ไม่มีใครเปิดบ้าน ให้คนแปลกหน้ามาเช่าอยู่หรอกน่า" แน่นอนครับ ตอนนี้ทุกคนรู้ว่าไม่จริงเลย เหตุผลนึงที่สร้างความสำเร็จนั้น นอกเหนือจากโมเดลธุรกิจที่ดี, ไอเดียที่ดี, วิธีทำงานที่ยอดเยี่ยม คือจังหวะเวลา

ช่วงที่บริษัทเข้าสู่ตลาด เศรษฐกิจกำลังถดถอย เป็นเวลาที่ผู้คนต้องการรายได้พิเศษ จนช่วยให้ก้าวข้าม ข้อคัดค้านที่จะเปิดบ้าน ให้คนแปลกหน้าเช่าได้

เหมือนกับ อูเบอร์ (Uber) อูเบอร์เปิดตัว เป็นบริษัทที่ยอดเยี่ยม โมเดลธุรกิจดีเหลือเชื่อ ระบบการทำงานก็เยี่ยม แต่จังหวะเวลานี่สิ ที่ไร้ที่ติ สำหรับการหาคนขับรถเข้าระบบของอูเบอร์ คนขับรถเองก็มองหาช่องทางหารายได้เสริม นี่จึงสำคัญมาก จริง ๆ

ส่วนความสำเร็จของเรา เช่น ซิตี้เซิร์ช (Citysearch) เปิดตัวตอนที่คนต้องการเว็บเพจ หรือโกทูดอทคอม (GoTo.com) ซึ่งเปิดตัวใน TED ปี 1998 ซึ่งหลายบริษัทกำลังมองหาวิธีเพิ่ม ฐานลูกค้าอย่างได้ผล เราคิดว่าไอเดียนี้สุดยอดแล้ว แต่จริง ๆ แล้ว ช่วงเวลากลับสำคัญกว่า และอีกหลายตัวอย่างความล้มเหลว เราเปิดบริษัทชื่อว่า ซี ดอท คอม (Z.com) เป็นบริษัทสื่อบันเทิงออนไลน์ เราตื่นเต้นกับมันมาก เราเตรียมทุนไว้เพียงพอ เรามีโมเดลธุรกิจที่สุดยอด เราเคยหาคนเก่ง ๆ จากฮอลลีวูด มาร่วมงานด้วยซ้ำ แต่สัญญาณบรอดแบนด์ในช่วงปี 1999-2000 ยังแย่มาก มันยากเกินไปที่จะดูวีดีโอออนไลน์ คุณต้องใส่โคเดค(codecs)ในบราวเซอร์ แล้วก็ตั้งค่าอีกหลายอย่าง ในที่สุดเราก็ต้องปิดบริษัทตอนปี 2003

หลังจากนั้นแค่ 2 ปี ปัญหาเรื่องโคเดคได้รับการแก้ไข โดย อะโดบี แฟลช (Adobe Flash) และการกระจายสัญญาณครอบคลุม 50 เปอร์เซ็นของอเมริกา ยูทูป (YouTube) ออกมาได้เหมาะเจาะ ไอเดียดี แถมจังหวะก็ดีเหลือเชื่อ จริง ๆ แล้ว ยูทูปไม่มีโมเดลธุรกิจด้วยซ้ำตอนเริ่มต้น ไม่รู้เลยว่าจะดำเนินธุรกิจยังไง แต่ช่วงเวลานั้นยอดเยี่ยม สวยงามมาก ๆ

ดังนั้นสิ่งที่ผมจะสรุปก็คือ กระบวนการทำงานสำคัญมาก ไอเดียสำคัญมาก แต่ช่วงเวลานั้นสำคัญกว่าทุกอย่าง และวิธีที่ดีที่สุดที่จะประเมินจังหวะเวลา คือดูว่าเวลานั้นกลุ่มลูกค้าเค้าพร้อมมั้ย กับสิ่งที่เราจะเสนอให้ ซึ่งต้องประเมินอย่างตรงไปตรงมาจริง ๆ อย่าหลอกตัวเองกับผลลัพธ์ที่เห็น เพราะถ้าคุณมีสิ่งที่คุณรักจะทำและ ต้องการส่งมอบมัน คุณก็ต้องดูลงไปอย่างซื่อสัตย์กับตัวเอง ในเรื่องของจังหวะเวลา

ตามที่บอกในตอนต้น ผมคิดว่าสตาร์ทอัพทั้งหลายสามารถเปลี่ยนโลก และทำให้โลกใบนี้ดีขึ้นได้ ผมจึงหวังว่าบทวิเคราะห์นี้ จะช่วยพวกคุณ เพิ่มอัตราความสำเร็จได้บ้าง และนั่นจะสร้างบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ให้กับโลกใบนี้ หรืออาจะไม่เกิดขึ้นเลยถ้าเราทำไม่สำเร็จ

ขอบคุณมาก ๆ ครับ คุณคือผู้ชมที่สุดยอดมาก ๆ

(เสียงปรบมือ)