สวัสดีครับ ในขณะนี้มีการปฏิวัติทางการแพทย์กำลังเกิดขึ้นรอบๆตัวเรา และมันจะช่วยให้เราสามารถเอาชนะ โรคภัยต่างๆที่เราหวาดกลัวกันมากที่สุด รวมทั้ง โรคมะเร็ง การปฏิวัติทางแนวคิดนี้เรียกว่า แองจิโอเจนนีสีส (angiogenesis) และมันมีพื้นฐานมาจากกระบวนการ ที่ร่างกายของเราสร้างหลอดเลือด
แล้วทำไมเราต้องใส่ใจเกี่ยวกับหลอดเลือดด้วยล่ะ ? ร่างกายของคนเรานั้นแท้จริงแล้ว มีหลอดเลือดเต็มไปหมด มันมีความยาวรวม 60,000 ไมล์ในผู้ใหญ่ทั่วไป ซึ่งถ้ารวมกันเป็นเส้นเดียวแล้ว สามารถวนรอบโลกของเราได้ถึงสองรอบ หลอดเลือดที่เล็กที่นั้นคือเส้นเลือดฝอย พวกเรามีเส้นเลือดฝอยกว่า 19,000 ล้านเส้นในร่างกายของเรา พวกมันคือ เส้นเลือดแห่งชีวิต และที่ผมจะบอกคุณก็คือ พวกมันก็อาจกลายเป็น เส้นเลือดมรณะ ได้เช่นกัน สิ่งที่สำคัญมากเกี่ยวกับหลอดเลือด ก็คือ มันมีความสามารถ ที่จะเปลี่ยนไปตามสิ่งแวดล้อมที่มันเติบโตขึ้นมา ตัวอย่างเช่น ในตับ มันเปลี่ยนตัวเองเป็นเส้นทางลำเลียง เพื่อที่จะฟอกเลือด ในปอด มันเปลี่ยนสภาพเป็นถุงลมเพื่อแลกเปลี่ยนก๊าซ ในกล้ามเนื้อ มันม้วนเป็นเกลียวเพื่อให้กล้ามเนื้อหดตัว โดยที่ไม่ต้องหยุดการไหลเวียนเลือด และในเส้นประสาท มันเรียงตัวเป็นแนวคล้ายสายไฟฟ้า เพื่อที่จะหล่อเลี้ยงให้เส้นประสาทมีชีวิต และเราสร้างหลอดเลือดเหล่านี้มากที่สุด เมื่อเวลาที่เรายังอยู่ในครรภ์แม่ และนั่นหมายความว่า เมื่อเราเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว หลอดเลือดเหล่านี้โดยปกติจะไม่เจริญเติบโตอีก ยกเว้นในสภาพแวดล้อมพิเศษบางอย่างเท่านั้น ในผู้หญิง หลอดเลือดเติบโตทุกๆเดือน เพื่อสร้างเยื่อบุของมดลูก ในขณะที่ตั้งครรภ์ พวกมันเปลี่ยนไปเป็นรก ที่เชื่อมต่อระหว่างแม่และเด็ก ภายหลังการเกิดบาดแผล หลอดเลือด จะเติบโตภายใต้สะเก็ดแผล เพื่อที่จะรักษาบาดแผล และนี่คือสิ่งที่จริงๆแล้วเกิดขึ้น หลอดเลือดเป็นร้อยเป็นพัน เจริญเติบโตไปที่ศูนย์กลางของบาดแผล
ในก็คือร่างกายของคนเรามีความสามารถที่จะควบคุม จำนวนของหลอดเลือดที่เกิดขึ้น ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง และมันสามารถทำงานได้ผ่านทางระบบที่พิถีพิถัน และดีเลิศในการตรวจสอบและสร้างสภาวะสมดุลย์ ระหว่างสารกระตุ้นและสารยับยั้งกระบวนการสร้างหลอดเลือด โดยที่ เมื่อเราต้องการให้มีการสร้างหลอดเลือด ร่างกายก็จะทำงานโดยการปลดปล่อยสารกระตุ้นออกมา ในรูปแบบของโปรตีน ที่เรียกว่า แองจิโอเจนนิค แฟคเตอร์ ที่จะทำงานคล้ายกับปุ๋ยธรรมชาติ และกระตุ้นให้หลอดเลือดใหม่แตกกิ่งก้านสาขาออกไป และเมื่อมีหลอดเลือดเกิดขึ้นที่มากเกินความต้องการแล้ว ร่างกายก็จะทำให้พวกมันมีจำนวนลดลงจนถึงระดับปกติ โดยใช้สารยับยั้งกระบวนการสร้างหลอดเลือดที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ในสถานการณ์อื่นๆที่เราเริ่มต้นต่ำกว่าระดับปกติ และเราต้องการที่จะสร้างหลอดเลือดเพียงเพื่อให้กลับเข้าสู่ระดับปกติ ตัวอย่างเช่น หลังจาการบาดเจ็บ และร่างกายสามารถทำได้ โดยให้กลับไปสู่ระดับที่ปกติ ระดับที่กำหนดเอาไว้
แต่ที่เรารู้ในปัจจุบันก็ืคือ มีหลายโรค ที่เกิดความบกพร่องของระบบ โดยที่ร่างกายไม่สามารถที่จะลดระดับของหลอดเลือดที่มากเกินไป หรือไม่สามารถที่จะสร้างหลอดเลือดได้อย่างเพียงพอ ถูกที่ถูกเวลา และในสถานการณ์เหล่านี้ กระบวนการสร้างหลอดเลือด กำลังอยู่ในสภาวะขาดสมดุลย์ และเมื่อกระบวนการสร้างหลอดเลือดไม่อยู่ในสภาวะที่สมดุลย์ ก็จะส่งผลให้เกิดโรคต่างๆได้อย่างมากมายมหาศาล ตัวอย่างเช่น กระบวนการสร้างหลอดเลือดที่ไม่เพียงพอ ทำให้มีหลอดเลือดไม่เพียงพอ นำไปสู่ บาดแผลที่รักษาไม่หาย หัวใจวาย ขาที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อิสระ การตายจากเส้นเลือดแตกในสมองเฉียบพลัน เส้นประสาทถูกทำลาย ในทางตรงกันข้าม กระบวนการสร้างหลอดเลือดที่มากเกินไป หลอดเลือดที่มากเกินไป ก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ และเราเห็นได้จาก โรคมะเร็ง ตาบอด โรคปวดข้อ โรคอ้วน โรคสมองเสื่อมเอาไซเมอร์ ทั้งหมดแล้ว มีมากกว่า 70 โรคที่สำคัญ ที่มีผลกระทบต่อผู้คนมากกว่า 1,000 ล้านคนทั่วโลก ที่หากมองอย่างผิวเผินแล้วมีความแตกต่างกัน แต่จริงๆแล้วทั้งหมดมีสิ่งที่เหมือนกันคือ กระบวนการสร้างหลอดเลือดที่ผิดปกติ เป็นปัจจัยร่วมพื้นฐาน และปัจจัยร่วมนี้ ทำให้เรา ต้องเปลี่ยนแนวคิดใหม่ ในแนวทางที่เราจะปฏิบัติต่อโรคภัยเหล่านี้ โดยการควบคุมกระบวนการสร้างหลอดเลือด
ผมจะมุ่งความสนใจไปที่โรคมะเร็ง เพราะว่ากระบวนการสร้างหลอดเลือดนั้นเป็นลักษณะเด่นของโรคมะเร็ง โรคมะเร็งทุกชนิด ลองดูสิ่งต่อไปนี้ครับ นี้คือเนื้องอก สีดำ เทา ซึ่งดูไม่ค่อยดีเลย กำลังเติบโตอยู่ข้างในสมอง และภายใต้กล้องจุลทรรศน์ คุณจะเห็นว่า มีหลอดเลือดสีน้ำตาลเป็นร้อยๆ คือเส้นเลือดฝอยที่กำลังให้อาหารหล่อเลี้ยงเซลมะเร็ง นำพาอ๊อกซิเจนและสารอาหารต่างๆ แต่มะเร็งไม่ได้มีจุดเริ่มต้นอย่างที่เห็นนี้ และ จริงๆแล้ว มะเร็งไม่ได้เริ่มต้น โดยที่มีเลือดไปหล่อเลี้ยง พวกมันเริ่มต้นจากเซลขนาดเล็ก เป็นกลุ่มเซลขนาดจิ๋ว ซึ่งสามารถเติบโต โดยมีขนาดครึ่งลูกบาศก์มิลลิเมตร นั่นคือขนาดของปลายปากกาลูกลื่น จากนั้นพวกมันไม่สามารถมีขนาดใหญ่ขึ้นเพราะพวกมันไม่มีเลือดมาเลี้ยง พวกมันไม่มีอ๊อกซิเจนและสารอาหารอย่างเพียงพอ
และจริงๆแล้ว พวกเราก็อาจจะสร้างมันในตัวเราอยู่ เซลมะเร็งขนาดจิ๋วนี้ตลอดเวลาในร่างกายของเรา จากการชันสูตรผู้ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ พบว่าประมาณร้อยละ 40 ของผู้หญิง ที่มีอายุระหว่าง 40 และ 50 ปี จริงๆแล้วมีเซลมะเร็งขนาดจิ๋ว ในทรวงอกของพวกเขา ประมาณร้อยละ 50 ของผู้ชายในช่วงอายุ 50 และ 60 ปี มีเซลมะเร็งต่อมลูกหมาก และจริงๆแล้วเกือบจะ 100 เปอร์เซนต์ของพวกเรา ในขณะที่พวกเรามีอายุได้ 70 จะมีเซลมะเร็งติบโตในต่อมธัยรอยด์ของพวกเรา แต่ว่า ถ้ายังไม่มีเลือดไปเลี้ยง เซลมะเร็งส่วนใหญ่ จะไม่เป็นอันตราย ดร. จูดาห์ ฟอล์คแมน ผู้ซึ่งเป็นอาจารย์พี่เลี้ยงของผม และเป็นผู้บุกเบิกในสาขาวิชา angiogenesis เคยเรียกสิ่งนี้ว่า "มะเร็งไม่ใช่โรค"
ดังนั้น ความสามารถในการปรับสมดุลของกระบวนการสร้างหลอดเลือดของร่างกาย เมื่อทำงานได้อย่างถูกต้อง จะป้องกันหลอดเลือดจากการให้อาหารกับเซลมะเร็ง และนี้จึงกลายมาเป็น กลไกการป้องกันที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง ต่อโรคมะเร็ง จริงๆแล้ว ถ้าคุณขัดขวางกระบวนการสร้างหลอดเลือด และป้องกันหลอดเลือดไม่ให้เติบโตไปสู่เซลมะเร็ง เนื้องอกก็ไม่อาจเติบโตได้ แต่ถ้าหากกระบวนการสร้างหลอดเลือดได้เกิดขึ้นเสียแล้ว เซลมะเร็งจะเติบโตอย่างรวดเร็ว และนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ เซลมะเร็งเปลี่ยนแปลงจาก ไม่มีพิษมีภัยไปเป็นเซลมรณะ เซลมะเร็งจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ให้มีความสามารถที่จะปลดปล่อย สารกระตุ้นมากมายออกมา ซึ่งจะทำให้เสียสมดุลย์ในทางที่หลอดเลือด จะเจริญเข้าไปเลี้ยงเซลมะเร็ง และเมื่อหลอดเลือดเข้าไปเลี้ยงเซลมะเร็งแล้ว มันสามารถขยายตัว และรุกรานเนื้อเยื่อใกล้เคียง และหลอดเลือดเดียวกันที่กำลังให้อาหารเนื้องอก จะนำเซลมะเร็งให้เข้าไปในกระแสเลือด และนั่นคือการแพร่กระจายของมะเร็ง และ โชคร้าย โรคมะเร็งในระยะสุดท้ายนี้ เป็นระยะที่ส่วนใหญ่ จะถูกตรวจพบได้ เมื่อกระบวนการสร้างหลอดเลือดถูกเริ่มต้นแล้ว เซลมะเร็งก็จะเติบโตอย่างบ้าคลั่ง
ดังนั้น ถ้ากระบวนการสร้างหลอดเลือด คือจุดเปลี่ยน ระหว่างมะเร็งที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับมะเร็งที่เป็นอันตราย ดังนั้นการปฏิวัติกระบวนการสร้างหลอดเลือด จึงเป็นแนวทางใหม่ในการรักษาโรคมะเร็ง โดยการตัดการส่งเลือดไปเลี้ยงเซลมะเร็ง เราเรียกวิธีการนี้ว่า การบำบัดแบบต่อต้านการสร้างหลอดเลือด (antiangiogenic) และมันแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากเคมีบำบัด เพราะว่ามันเลือกจำเพาะเจาะจง ไปที่หลอดเลือดที่ให้อาหารกับเซลมะเร็ง และเราสามารถทำเช่นนี้ได้เพราะว่า หลอดเลือดของเนื้องอกนั้นไม่เหมือนกับหลอดเลือดปกติที่มีสุขภาพดี ่ที่เราพบในส่วนอื่นๆของร่างกาย พวกมันมีความผิดปกติ พวกมันไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาอย่างดี และเพราะว่าเช่นนั้น พวกมันจึงอยู่ในสภาวะที่เสี่ยงอย่างมาก ต่อการรักษาที่มุ่งเป้าไปที่พวกมัน ผลที่เกิดขึ้น เมื่อเราให้การรักษาแบบมุ่งเป้า กับผู้ป่วย นี่คือ ยาที่ได้ทดลองให้กับเนื้องอกในสมอง (glioma) ซึ่งคือเนื้องอกในสมองชนิดหนึ่ง คุณสามารถเห็นได้ว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก เมื่อเนื้องอกกำลังจะถูกทำให้อดตาย นี่คือผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นมะเร็งเต้านม ที่ได้รับการรักษาแบบ antiangiogenic โดยยาที่เรียกว่า Avastin ที่ได้รับการอนุมัติจาก FDA (อย.) แล้ว และคุณจะเห็นว่าวงรอบของการไหลของเลือด หายไปหลังจากได้รับการรักษา
ผมเพิ่งได้แสดงให้คุณเห็น โรคมะเร็งสองชนิดที่แตกต่างกันเป็นอย่างมาก แต่ว่ามะเร็งทั้งสองชนิดต่างตอบสนองต่อการรักษาแบบ antiangiogenic สองสามปีที่ผ่านมานี้ ผมตั้งคำถามกับตัวเองว่า "เราจะก้าวข้ามไปอีกขึ้นหนึ่ง และรักษาโรคมะเร็งชนิดอื่นๆ แม้แต่กระทั่งกับสิ่งมีชีวิตอื่นๆได้หรือไม่ ?" นี่คือ สุนัขพันธุ์บ๊อกเซอร์อายุ 9 ปี ชือ ไมโล ที่มีเนื้องอกที่ร้ายแรงมาก ที่เรียกว่า malignant neurofibroma เติบโตอยู่ที่ไหล่ของมัน มะเร็งได้ลุกลามเข้าไปในปอดทั้งสองข้าง สัตวแพทย์บอกว่ามันมีเวลาเพียงแค่ 3 เดือนที่จะมีชีวิตอยู่ เราได้ปรุงส่วนผสมของยา antiangiogenic หลายๆขนาน ที่สามารถจะผสมเข้าไปในอาหารสุนัขได้ รวมทั้งครีม antiangiogenic ที่สามารถนำไปทาบนผิวของเนื้องอก และหลังการรักษาได้สองสามสัปดาห์ เราสามารถจะชะลอการเติบโตของมะเร็ง โดยสุดท้ายเราสามารถจะยืดอายุของไมโลได้ ยาวกว่าที่สัตวแพทย์ได้ทำนายเอาไว้ถึง 6 เท่า โดยที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี
และเราได้ให้การรักษาสุนัขมากกว่า 600 ตัวหลังจากนั้น ประมาณร้อยละ 60 ให้ผลตอบสนองต่อการรักษา และเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของสัตว์เลี้ยงเหล่านี้ ที่เกือบจะต้องถูกทำให้พ้นทุกข์ไปเสียแล้ว ให้ผมแสดงตัวอย่างให้คุณเห็น อีกสักสองสามตัวอย่างที่น่าสนใจ นี่คือปลาโลมาอายุ 20 ปีที่อยู่ในฟลอริด้า เธอมีบาดแผลเหล่านี้ในปากของเธอ ซึ่งภายในเวลาสามปี ได้พัฒนาไปเป็นเซลมะเร็งที่ลุกลาม เราจึงได้ทำยาทาที่เป็น antiangiogenic และทาไปที่ผิวของมะเร็ง สามครั้งต่อสัปดาห์ และทำไปตลอดเจ็ดสัปดาห์ มะเร็งได้หายไปหมดเลย และเมื่อตัดเนื้อเยื่อไปตรวจก็พบว่าเป็นปกติ
นี่คือมะเร็งที่เติบโตบนริมฝีปาก ของม้าแข่งที่ชื่อว่ากินเนส มันเป็นมะเร็งชนิดที่น่ากลัวอย่างมากที่เรียกว่า angiosarcoma มันได้แพร่เข้าไปถึงต่อมน้ำเหลืองของมันแล้ว เราได้ใช้ครีม antiangiogenic ทาไปที่ริมฝีปาก และยากินเพื่อที่จะได้รักษาจากข้างใน นอกจากการทาข้างนอกแล้ว และหลังจากการรักษาหกเดือน มันไม่มีอาการของโรคมะเร็งหลงเหลืออยู่เลย และนี่คือมันหลังจากนั้นหกปี กินเนสกับเจ้าของที่มีความสุขของมัน
เป็นที่แน่ชัดว่า การรักษาแบบ antiangiogenic สามารถนำไปใช้กับโรคมะเร็งได้หลากหลายชนิด และ ความจริงแล้ว การรักษาแรกๆ ในคน เช่นเดียวกับ สุนัข ได้เริ่มให้บริการแล้ว มียาที่แตกต่างกันอยู่ 12 สูตร สำหรับมะเร็ง 11 ชนิด แต่คำถามที่แท้จริงก็คือ มันได้ผลดีแค่ไหนในการนำไปใช้จริง ? นี่คือข้อมูลการอยู่รอดของผู้ป่วยจริงๆ จากโรคมะเร็ง 8 ชนิด และกราฟแท่งแสดงถึงระยะเวลาการอยู่รอด จากสมัยที่ การรักษามีเพียงแค่เคมีบำบัด หรือ การผ่าตัด หรือ การฉายแสง เท่านั้น แต่ตั้งแต่ปี 2004 เป็นต้นมา เมื่อเริ่มมีการนำการรักษาแบบ antiangiogenic มาใช้ คุณจะเห็นได้ว่า มีการพัฒนาถึง ร้อยละ 70 ถึง 100 ของการอยู่รอดที่ยาวนานขึ้น สำหรับคนที่เป็นมะเร็งที่ไต มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งลำไส้ และเนื้องอกในทางเดินอาหาร มันน่าทึ่ง แต่สำหรับเนื้องอกและมะเร็งชนิดอื่นๆแล้ว มีการอยู่รอดที่ยาวนานขึ้นไม่มากมาย
ผมจึงเริ่มต้นตั้งคำถามกับตัวเอง "ทำไมเราไม่เคยทำได้ดีกว่านี้เลยหรือ ?" และคำตอบ สำหรับผมแล้ว มันชัดเจนว่า เรากำลังรักษามะเร็งก็เมื่อเมื่อมันสายไปเสียแล้ว เมื่อมันได้เกิดขึ้นแล้ว และ บ่อยครั้งที่มันอยู่ในระยะแพร่กระจายแล้ว และในฐานะของแพทย์ ผมทราบว่า เมื่อโรคได้ดำเนินไปจนถึงระยะที่พัฒนาแล้ว การรักษาได้สำเร็จ นั้นคงจะยาก แม้ว่ายังมีโอกาส ผมจึงมองกลับไปที่ชีววิทยา ของกระบวนการสร้างหลอดเลือด และเริ่มที่จะคิดว่า จะเป็นไปได้หรือไม่ ที่คำตอบสำหรับมะเร็ง คือการป้องกันกระบวนการสร้างหลอดเลือด หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง โดยที่มะเร็งไม่สามารถเปลี่ยนเป็นอันตรายได้ วิธีนี้สามารถช่วยคนที่มีสุขภาพดี และคนที่เคยชนะมะเร็งได้แล้ว หนึ่งหรือสองครั้ง และต้องการที่จะหาวิธีที่จะป้องกันไม่ให้มะเร็งกลับมาอีก ดังนั้นเพื่อที่จะหาวิธีที่จะป้องกันกระบวนการสร้างหลอดเลือดในมะเร็ง ผมกลับไปมองที่ต้นเหตุต่างๆของโรคมะเร็ง และสิ่งที่ทำให้ผมแปลกใจก็คือ อาหาร เป็นสาเหตุถึงร้อยละ 30 ถึง 35 ของโรคมะเร็งต่างๆที่ต้นเหตุมาจากสิ่งแวดล้อม
มันเห็นได้ชัดเลยว่าสิ่งที่จะคิดถึง ก็คือเราควรงดอาหารประเภทใด แต่จริงๆแล้วผมได้ใช้แนวทางที่ตรงกันข้ามกันอย่างสิ้นเชิง และเริ่มต้นที่จะถามว่า: อะไรที่เราจะเพิ่มเข้าไปในรายการอาหารของเรา อาหารตามธรรมชาติที่ต่อต้านกระบวนการสร้างหลอดเลือด อาหารซึ่งสามารถส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย และมุ่งเป้าไปที่หลอดเลือดที่ให้อาหารกับเซลมะเร็ง ? อีกนัยหนึ่งก็คือ เราจะกินอาหารเพื่อที่จะทำให้เซลมะเร็งอดตายได้หรือไม่ ? คำตอบคือ ได้ และผมจะแสดงให้คุณเห็นว่ามันทำได้อย่างไร เมื่อเราค้นหา ในตลาด ฟาร์ม และในตู้เครื่องเทศ เราก็พบว่า ธรรมชาติได้ให้ อาหาร เครื่องดื่ม และสมุนไพร มากมาย ที่ประกอบไปด้วยสารยับยั้ง กระบวนการสร้างหลอดเลือด
นี่คือระบบที่เราพัฒนาขึ้นเพื่อทดสอบ ที่ตรงกลางคือวงแหวนที่มีหลอดเลือดเป็นร้อยๆ กำลังเติบโตและกระจายออกเป็นรูปดาว และเราใช้ระบบนี้ เพื่อทดสอบค่าของอาหาร ที่มีความเข้มข้นเท่าๆกับที่เราได้รับเมื่อกินเข้าไป ให้ผมได้แสดงให้คุณเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อเราใส่ สารสกัดจากองุ่นแดง ที่มีส่วนประกอบของ reveratrol ที่พบได้ในไวน์แดง มันช่วยยับยั้งการเจริญของหลอดเลือดที่ผิดปกติ ได้ร้อยละ 60 นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเราเพิ่มสารสกัดจากสตรอเบอรี่ มันมีความสามารถในการยับยั้งขบวนการสร้างหลอดเลือด และสารสกัดจากถั่วเหลือง และนี่คือรายชื่อของ อาหารและเครื่องดื่มที่ต่อต้านกระบวนการสร้างหลอดเลือด ที่เรากำลังให้ความสนใจและศึกษาอยู่ และสำหรับอาหารแต่ละชนิด เราเชื่อว่ามันมีศักยภาพแตกต่างกัน ในแต่ละสายพันธุ์ที่หลากหลาย และเราต้องการจะวัดค่าเหล่านี้เพราะว่า เช่น ถ้าคุณกำลังกินสตรอเบอรี่ หรือกำลังดื่มชาอยู่ ทำไมไม่เลือกอันที่มันมีศักยภาพสูงสุด สำหรับป้องกันโรคมะเร็งล่ะ
่นี่คือชา 4 ประเภทที่เราได้ทดสอบ พวกมันเป็นชาปกติทั่วๆไป ชามะลิจีน ชาเขียวญี่ปุ่นเซนฉะ ชาเอิร์ลเกรย์ และชาผสมสูตรพิเศษที่เราเตรียมขึ้น และคุณจะเห็นได้ชัดว่า ชาเหล่านี้มีศักยภาพที่แตกต่างกัน จากศักยภาพต่ำไปถึงสูง แต่ที่เยี่ยมก็คือ เมื่อเรานำชาสองชนิดมารวมกัน สองชนิดที่มีศักยภาพต่ำ แต่เมื่อนำมาผสมกัน จะมีศักยภาพมากกว่ากินแต่ละชนิดแยกกัน นี่หมายความว่ามันมีการเสริมฤทธิ์ซึ่งกันและกันของอาหาร
นี่คือข้อมูลเพิ่มเติมจากการทดสอบของเรา ในห้องทดลอง เราจำลองกระบวนการสร้างหลอดเลือดของเนื้องอก ที่แสดงได้ด้วยกราฟแท่งสีดำ และใช้ระบบนี้ เราสามารถทดสอบศักยภาพของยาต้านมะเร็ง ยิ่งกราฟแท่งสั้นลง ยิ่งเกิดกระบวนการสร้างหลอดเลือดน้อยลง นั่นหมายถึงสิ่งที่ดี และนี่เป็นยาทั่วๆไปบางชนิด ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลดความเสี่ยง ของโรคมะเร็งในคน ยาลดไขมันในเลือด ยาแก้ปวด ลดอักเสบบางชนิด และยาอื่นๆบางประเภท พวกมันยับยั้งขบวนการสร้างหลอดเลือดด้วย และนี่คือสารอาหารต่างๆที่ได้จาการกิน เปรียบเทียบตัวต่อตัวกับยาพวกนี้ คุณจะเห็นได้ว่า พวกมันมีศักยภาพ และในบางกรณี มีศักยภาพมากกว่า ยาต้านมะเร็งเสียด้วยซ้ำ ถั่วเหลือง ผักชีฝรั่ง กระเทียม องุ่น เบอร์รี่ ผมสามารถกลับไปบ้านและทำอาหารมื้ออร่อยได้ โดยใช้ส่วนประกอบเหล่านี้ ลองคิดดูว่าถ้าเราสามารถสร้าง ระบบให้คะแนน ที่เราสามารถให้คะแนนอาหารต่างๆ ตามค่าคุณสมบัติ การป้องกันโรคมะเร็ง และที่เรากำลังทำอยู่ในขณะนี้
ที่ผมได้แสดงข้อมูลจากห้องทดลองให้คุณดู และคำถามจริงๆก็คือ อะไรเป็นสิ่งที่พิสูจน์ว่าคน ที่กินอาหารบางชนิดนั้น สามารถลด กระบวนการสร้างหลอดเลือดในมะเร็งได้จริง ? ตัวอย่างที่ดีที่สุดที่ผมทราบก็คือ การศึกษาในผู้ชาย 79,000 ราย ตลอดระยะเวลา 20 ปี ซึ่งพบว่าในกลุ่มผู้ชายที่บริโภค มะเขือเทศที่ทำให้สุก สองถึงสามครั้งต่อสัปดาห์ มีอัตราการลดลงถึงร้อยละ 50 ของความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก เราทราบดีว่ามะเขือเทศเป็นแหล่งอาหารของไลโคปีน และไลโคปีนนั้นมีคุณสมบัติต้านการสร้างหลอดเลือด แต่สิ่งที่น่าสนใจมากกว่าจากผลการศึกษาก็คือ ในกลุ่มของผู้ชายที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก คนที่กินซ๊อสมะเขือเทศมากกว่า จะมีจำนวนหลอดเลือด ที่ไปเลี้ยงเซลมะเร็งน้อยกว่า การศึกษาในคนนี้เป็นตัวอย่างที่สำคัญ ของสารอาหารที่ต่อต้านการสร้างหลอดเลือด ที่พบในอาหารและหากได้รับการบริโภคในระดับหนึ่ง จะสามารถมีผลกระทบต่อมะเร็งได้อย่างไร และเรากำลังศึกษา ถึงผลกระทบของการกินอาหารเพื่อสุขภาพ กับ Dean Ornish และมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย และ มหาวิทยาลัย Tufts ต่อบทบาทของตัวบ่งชี้ของกระบวนการ angiogenesis ที่เราพบได้ในกระแสเลือด
เห็นได้เลยว่าผมได้แบ่งปันประสบการณ์กับคุณในเรื่องที่เกี่ยวพันในวงกว้าง ที่ไปไกลเกินกว่างานวิจัยด้านมะเร็งด้วยซ้ำ เพราะว่าถ้าแนวคิดของเราถูกต้อง มันจะมีผลกระทบต่อการให้ความรู้กับผู้บริโภค ร้านอาหารต่างๆ การสาธารณสุข และแม้แต่กระทั่งธุรกิจประกัน จริงๆแล้ว บริษัทประกันหลายแห่ง กำลังเริ่มที่จะคิดในแนวทางเหล่านี้ ลองดูโฆษณานี้จากบริษัท Blue Cross Blue Shield จากมินเนโซต้า และสำหรับคนส่วนมากในโลกนี้ การป้องกันมะเร็งโดยการกินอาหาร อาจเป็นเพียงหนทางเดียวที่เป็นไปได้ เพราะว่าไม่ทุกคนที่จะสามารถจ่ายค่ารักษาที่สูงมากสำหรับมะเร็งขั้นสุดท้าย แต่ทุกๆคนสามารถจะได้ประโยชน์จาก การกินอาหารสุขภาพจากผลิตผลในท้องถิ่น และมีความยั่งยืน
สุดท้ายนี้ ผมได้พูดเกี่ยวกับอาหาร และผมได้พูดเกี่ยวกับมะเร็ง ผมยังต้องบอกกับคุณเกี่ยวกับโรคอีกอย่างหนึ่ง นั่นคือโรคอ้วน เพราะว่ามันกลายเป็นว่า เนื้อเยื่อที่ประกอบด้วยไขมันและไขมัน นั้นมีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการแองจิโอเจนนีสิส เหมือนกับเนื้องอก ไขมันเติบโตเมื่อหลอดเลือดเติบโต ดังนั้นคำถามก็คือ: เราสามารถทำให้ไขมันหดตัวลง โดยการตัดเลือดที่มาหล่อเลี้ยงมันหรือไม่ ? กราฟข้างบนแสดงน้ำหนักตัว ของหนูที่อ้วนโดยพันธุกรรม มันกินอย่างไม่หยุด จนกระทั่งมันอ้วนเหมือนกับลูกเทนนิสขนยาว และกราฟข้างล่างเป็นน้ำหนักตัวของหนูปกติ
ถ้าคุณเอาหนูอ้วนมาและให้ สารยับยั้งกระบวนการสร้างหลอดเลือดแก่มัน มันน้ำหนักตัวลด ถ้าหยุดการรักษา น้ำหนักเพิ่มขึ้นกลับมาเหมือนเดิม เริ่มต้นการรักษาใหม่ น้ำหนักลดอีกครั้ง หยุดการรักษา น้ำหนักเพิ่มขึ้นกลับมาเหมือนเดิม ความจริงแล้ว คุณสามารถทำน้ำหนักให้ขึ้น-ลงเป็นวัฏจักร ง่ายๆโดยการยับยั้งกระบวนการสร้างหลอดเลือด ดังนั้นวิธีการนี้ที่เราใช้ในการป้องกันมะเร็ง อาจสามารถนำไปใช้ กับโรคอ้วนได้ สิ่งที่น่าสนใจมากๆเกี่ยวกับสิ่งนี้ก็คือ เราไม่สามารถนำหนูอ้วนเหล่านี้ เอามาลดน้ำหนัก ให้มากไปกว่าที่น้ำหนักของหนูปกติควรจะเป็น อีกนัยหนึ่งก็คือ เราไม่สามารถสร้างซูเปอร์โมเดลหนูได้ (หัวเราะ) และนี่บ่งบอกถึงบทบาทของแองจิโอเจนนิสีส ในการควบคุมจุดสมดุลย์ของการมีสุขภาพดี
อัลเบิร์ต เซนท์-จอร์จี้ เคยกล่าวเอาไว้ว่า "การค้นพบนั้นคือการเห็นในสิ่งที่ทุกๆคนมองเห็น แต่คิดในสิ่งที่ไม่มีใครคิดมาก่อน" ผมหวังว่าผมได้ทำให้คุณเชื่อว่า สำหรับโรคเช่นมะเร็ง โรคอ้วน หรือโรคอื่นๆ บางทีมันอาจมีอำนาจที่ยิ่งใหญ่ ในการต่อสู้กับปัจจัยร่วมที่สำคัญ คือกระบวนการสร้างหลอดเลือด และนั่นคือสิ่งที่ผมคิดว่าโลกกำลังต้องการในขณะนี้ ขอบคุณครับ
June Cohen: ดังนั้นสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ -- มันไม่ได้อยู่ในการรักษาโรคมะเร็งกระแสหลักในขณะนี้ สำหรับใครก็ตามที่เป็นมะเร็ง คุณจะให้คำแนะนำอย่างไร ? คุณจะแนะนำให้รักษาแบบนี้ สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งส่วนใหญ่หรือ ?
วิลเลี่ยม ลี: มันมีการรักษาแบบ antiangiogenic ที่ได้รับอนุมัติจาก FDA (อย.) แล้ว และถ้าคุณเป็นผู้ป่วยโรคมะเร็ง หรือกำลังช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็ง คุณควรจะสอบถามเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ และมันมีการศึกษาทางคลินิกมากมาย มูลนิธิแองจิโอเจนนีสีส (Angiogenesis) กำลังติดตามบริษัทกว่า 300 บริษัท และมันมีตัวยามากกว่า 100 ที่กำลังอยู่ในกระบวนการทดสอบนี้ ดังนั้นให้ิพิจารณาตัวยาที่ได้รับการอนุมติ มองหาการศึกษาทางคลินิกต่างๆ แต่ระหว่างสิ่งที่หมอสามารถทำให้คุณได้ เราต้องเริ่มถามตัวเราเองว่าอะไรที่เราสามารถทำเพื่อตัวเราเองได้บ้าง และนี่คือหนึ่งในแนวทางที่ผมพูดถึง ถ้าเราสามารถทำ ในสิ่งที่หมอไม่สามารถทำให้เราได้ นั่นคือใช้องค์ความรู้ที่มีและเริ่มทำเลย และถ้าธรรมชาติได้ชี้ทางแก่พวกเราแล้ว เราคิดว่ามันอาจมีอนาคตใหม่ ในคุณค่าของสิ่งที่เรากินเข้าไป และสิ่งที่เรากินเข้าไปนั้นจริงๆืแล้วก็คือ เคมีบำบัดวันละสามเวลา
JC: ค่ะ และตามแนวทางเหล่านี้ สำหรับคนที่อาจมีความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็ง คุณจะแนะนำอย่างไรให้ปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันโรคมะเร็ง หรือง่ายๆเพียงแค่กินให้ถูกต้อง โดยใส่ซ๊อสมะเขือเทศเยอะๆ ?
วิลเลี่ยม ลี: คุณก็รู้่ว่า มันมีหลักฐานอย่างมากมาย และผมคิดว่าในยุคของข้อมูลข่าวสาร มันไม่เป็นการเสียเวลามาก ในการเข้าไปสู่แหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ เช่น Pubmed, the National Library of Medicine เพื่อที่จะหารายงานการศึกษา ที่เกี่ยวกับการลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็ง โดยพื้นฐานจากการกินอาหารและการใช้ยาทั่วไป และนั่นเป็นอะไรที่แน่นอนที่ใครก็ได้สามารถจะเข้าไปดูได้
You can share this video by copying this HTML to your clipboard and pasting into your blog or web page. This video will play with subtitles.
You either have JavaScript turned off or have an old version of the Adobe Flash Player. To view this rating widget you
need to get the latest Flash player.
If your browser allows only "trusted sites" to execute Javascript, you should add the "googleapis.com" domain to your whitelist to allow our Flash detection to work properly.
Got an idea, question, or debate inspired by this talk? Start a TED Conversation.
วิลเลี่ยม ลี นำเสนอแนวคิดใหม่ที่เกี่ยวกับการรักษาโรคมะเร็ง: แองจิโอเจนนีสิส (angiogenesis) กระบวนการที่มุ่งเป้าไปที่หลอดเลือดที่ให้อาหารกับเนื้องอก ขั้นตอนแรก (และเป็นขั้นตอนที่ดีที่สุด): โดยการกินอาหารที่ต้านมะเร็ง เพื่อเอาชนะมะเร็งโดยใช้วิธีเดียวกับที่เราให้อาหารมัน
William Li heads the Angiogenesis Foundation, a nonprofit that is re-conceptualizing global disease fighting. Full bio »
Translated into Thai by Mongkut Piantanakulchai
Reviewed by Chirayu Wongchokprasitti
Comments? Please email the translators above.
19:25 Posted: Jul 2007
Views 728,493 | Comments 124
18:49 Posted: Oct 2006
Views 466,181 | Comments 182
23:44 Posted: Feb 2010
Views 332,115 | Comments 154
Just follow the guidelines outlined under our Creative Commons license.
This comment will be attributed to . Not ? Sign Out.