คุณทราบไหมว่า คุณต้องตัดสินใจเลือกกี่ครั้ง ในแต่ละวัน คุณเคยนับหรือไม่ว่า คุณทำการเลือกไปทั้งหมดกี่ครั้ง ภายในหนึ่งสัปดาห์ ฉันทำการสำรวจมาเมื่อเร็วๆ นี้ กับชาวอเมริกันกว่า 2000 คน และจำนวนการตัดสินใจเลือกโดยเฉลี่ย ของชาวอเมริกันโดยทั่วไป นับได้ประมาณ 70 ครั้งในแต่ละวัน และมีการศึกษาที่ทำกับเหล่าซีอีโอจำนวนหนึ่ง โดยติดตามซีอีโอเหล่านี้ ตลอดทั้งสัปดาห์ และผู้วิจัยก็ทำการจดบันทึก งานในลักษณะต่างๆ ที่ซีอีโอเหล่านี้ มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ตลอดจนระยะเวลาที่ผู้บริหารใช้ ในการตัดสินใจเกี่ยวกับงานเหล่านั้น และพบว่า บรรดาซีอีโอโดยเฉลี่ย เกี่ยวข้องกับงานต่างๆ ประมาณ 139 อย่างในแต่ละสัปดาห์ งานแต่ละชิ้นก็แน่นอนว่าประกอบไปด้วย ตัวเลือกย่อยๆ ต่างๆ มากมาย 50 เปอร์เซ็นต์ของการตัดสินใจเหล่านั้น กระทำภายในเวลา 9 นาทีหรือน้อยกว่า มีเพียง12 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ที่จำเป็นต้องใช้เวลาหนึ่งชั่วโมง หรือกว่านั้น ลองคิดถึงการตัดสินใจเลือกของคุณเองดูบ้าง ทราบหรือไม่ว่า การตัดสินใจเลือกกี่ครั้ง ที่จัดอยู่ในจำพวก 9 นาที เทียบกับพวกกลุ่มที่ใช้เวลา 1 ชั่วโมง? คุณคิดว่าคุณจัดการกับการตัดสินใจเหล่านั้น ได้ดีเพียงใด?
วันนี้ ฉันอยากพูดถึง ปัญหาใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งเกี่ยวกับการตัดสินใจเลือก ในปัจจุบัน นั่นคือ ปัญหาที่ว่าคือการมีตัวเลือกมากเกินไป ฉันจะกล่าวถึงปัญหา และทางออกในการแก้ปัญหา ในระหว่างที่พูดถึงปัญหานี้ ฉันจำเป็นจะต้องถามคำถามพวกคุณบางข้อ และฉันจะต้องการรู้คำตอบของพวกคุณ ดังนั้น เมื่อฉันถามคำถามคุณ เนื่องจากฉันมองไม่เห็น คุณจะยกมือตอบก็ได้ ถ้าคุณอยากออกกำลังกาย (เสียงหัวเราะ) เพราะฉะนั้นแล้ว เมื่อฉันถามคำถาม และถ้าคำตอบเป็น ใช่ ฉันอยากให้พวกคุณปรบมือ เอาละ สำหรับคำถามแรกในวันนี้ พวกคุณพร้อมที่จะฟัง ปัญหาตัวเลือกล้นมือกันหรือยังคะ? (ปรบมือ) ขอบคุณค่ะ
เมื่อตอนที่ฉันยังศึกษาอยู่ ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ฉันเคยไปที่ร้านขายของชำขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง อย่างน้อยก็ขนาดใหญ่ ในสมัยนั้น มันเป็นร้านที่ชื่อว่า แดรเกอร์ส การไปที่ร้านนี้ ก็เหมือนกับการไปเที่ยวสวนสนุก พวกเขามีมัสตาร์ดและน้ำส้มสายชู ถึง 250 ชนิด มีผักและผลไม้ อีกกว่า 500 ชนิด มีน้ำดื่มบรรจุขวดอีกกว่า 24 แบบให้เลือก นั่นเป็นสมัยที่เรายังดื่มน้ำจากก๊อกน้ำได้อยู่ ฉันเคยชอบไปที่ร้านขายของชำแห่งนี้มาก แต่มีอยู่ครั้งหนึ่ง ฉันถามตัวเองว่า ทำไมฉันไม่เคยซื้ออะไรกลับไปเลย? นี่คือชั้นวางน้ำมันมะกอกในร้าน เขามีน้ำมันมะกอกตั้ง 75 ชนิดให้เลือก รวมถึงแบบที่ปิดผนึกอยู่ในกล่อง ที่ได้มาจากต้นมะกอกอายุกว่าพันปี
ดังนั้น วันหนึ่งฉันจึงเข้าไปหาผู้จัดการร้าน แล้วก็ถามว่า "มีตัวเลือกต่างๆ เยอะแยะขนาดนี้ ได้ผลจริงๆ เหรอ?" เขาก็ชี้ให้ดู กลุ่มนักท่องเที่ยวเต็มรถบัส ที่เข้ามาที่ร้านทุกวัน พร้อมกับกล้องถ่ายรูป เราตัดสินใจที่จะทำการทดลองเล็กๆ โดยเลือกแยมมาทำการทดลอง นี่คือชั้นวางแยมในร้าน พวกเขามีแยมแบบต่างๆ อยู่ 348 แบบ เราตั้งโต๊ะให้ลองชิมแยม อยู่ติดประตูทางเข้าร้าน เราเอาแยมรสต่างๆ 6 ชนิดมาวางไว้ให้ชิมบนโต๊ะ หรืออีกโต๊ะ มีแยมอยู่ 24 รสที่ต่างกัน เราอยากรู้อยู่สองเรื่อง อย่างแรกคือ ในกรณีไหน ที่คนมักจะหยุด เพื่อลองชิมแยมมากกว่ากัน มีคนหยุดชิมแยมมากกว่า หากมี 24 รส คือประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับกรณีที่มีแค่ 6 รส ที่คนหยุดชิมเพียง 40 เปอร์เซ็นต์ อย่างที่สองที่เราอยากรู้ คือในกรณีไหน ที่คนมักจะ ตัดสินใจซื้อแยมซักขวด ในตอนนี้ เราเห็นผลที่แตกต่างออกไป ในบรรดาคนที่หยุดเพื่อที่จะชิมแยม 24 รส มีเพียง 3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ตัดสินใจซื้อแยม ในขณะที่คนที่หยุดชิมแยมแค่ 6 รส เราพบว่า 30 เปอร์เซ็นต์ของคนเหล่านั้น ตัดสินใจซื้อแยม ถ้าคุณลองคำนวณดู คนมีแนวโน้มที่จะซื้อแยมมากกว่า ถึง 6 เท่า ถ้าเขาได้พบกับแยม 6 รสชาติ แทนที่จะเป็น 24 รส
การตัดสินใจเลือกที่จะไม่ซื้อแยม อาจจะเป็นเรื่องดีสำหรับเรา อย่างน้อยก็ดีต่อรอบเอวเรา แต่มันกลายเป็นว่า ปัญหาตัวเลือกมากเกินไป ส่งผลกระทบต่อเรา ในการตัดสินใจเลือกสิ่งที่จะตามมา เราเลือกที่จะไม่เลือกอะไรเลย ถึงแม้ว่ามันจะขัดต่อผลประโยชน์ของเราเอง ลองมาพิจารณา เรื่องการออมเงิน ดูบ้าง ตอนนี้ฉันจะอธิบายให้ฟังเกี่ยวกับงานวิจัยที่ฉันทำ ร่วมกับ เกอร์ ฮิวเบอร์แมน, อีเมียร์ คาเมนิก้า และ เว่ย แจง เราศึกษาการตัดสินใจเลือก แผนการออมเงินเกษียณอายุ ของชาวอเมริกันกว่าล้านคน จากแผนการออมประมาณ 650 แผน ทั่วทั้งสหรัฐฯ และเรามองหาคำตอบว่า จำนวนตัวเลือกของกองทุน สำหรับการเกษียณอายุ ที่เรียกว่า แผน 401 (เค) ได้ส่งผลกระทบอย่างไร ต่อการที่คนจะอดออมเพื่อวันข้างหน้า และเราก็พบว่า ที่จริงแล้ว มีความเกี่ยวพันกัน ในแผนการลงทุนที่มีอยู่ประมาณ 657 รูปแบบ ซึ่งครอบคลุมการลงทุนในกองทุน ตั้งแต่ 2 ไปจนถึง 59 กองทุนแบบต่างๆ และเราได้พบว่า ยิ่งมีจำนวนกองทุนให้เลือกมากเท่าใด อัตราการเข้าร่วมกับแผนนั้น ยิ่งน้อยลง
ถ้าเราพิจารณาถึงกรณีสุดขั้ว คือแผนลงทุนที่เสนอเพียง 2 กองทุน มีอัตราการเข้าร่วมอยู่ที่ 70 กว่าเปอร์เซ็นต์ ยังคงไม่สูงอย่างที่เราอยากให้เป็นนัก เทียบกับแผนการลงทุน ที่มีจำนวนกองทุนมากเกือบ 60 กองทุน ปรากฎว่าอัตราการเข้าร่วมกลับลดต่ำลง ลงมาถึงประมาณที่ 60 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนั้นแล้ว ยังพบอีกว่า ถึงแม้คุณจะเลือกเข้าร่วม เมื่อมีตัวเลือกเป็นจำนวนมาก ก็ยังมีผลลัพธ์ที่เป็นลบตามมาด้วย คือสำหรับกลุ่มคนที่เลือกที่จะเข้าร่วม แผนการลงทุนที่มีตัวเลือกมากกว่า กลายเป็นว่าคนกลุ่มนี้ กลับหลีกเลี่ยงการลงทุนในหุ้นหรือพันธบัตร ยิ่งมีจำนวนตัวเลือกให้เลือกมากเท่าไหร่ ยิ่งมีแนวโน้มว่า ผู้คน จะเลือกลงทุนเงินทั้งหมดในตลาดการเงิน การตัดสินใจในลักษณะสุดขั้วอย่างนั้น เป็นการตัดสินใจที่ พวกเรามักจะไม่แนะนำให้ทำกัน เมื่อพิจารณาผลประโยชน์ทางการเงินในอนาคต
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เราพบว่า มีผลกระทบแง่ลบหลักๆ อยู่ 3 อย่าง ในการที่เสนอตัวเลือกให้ผู้คน มากจนเกินไป พวกเขามีแนวโน้มที่จะ ชะลอการตัดสินใจเลือก แม้ว่าการชะลอนั้น จะมีส่งผลเสียกับพวกเขาเอง พวกเขามีแนวโน้มที่จะเลือกตัวเลือกที่แย่กว่า ตัวเลือกทางการเงิน หรือทางการแพทย์ ที่แย่กว่าที่ควร มีแนวโน้มที่พวกเขาจะเลือก สิ่งที่ทำให้พอใจน้อยกว่า ถึงแม้ว่า ตัวเลือกเหล่านั้น อาจจะดีกว่าก็ตาม เหตุผลสำคัญก็คือว่า ถึงแม้เราจะสนุก กับการเห็นตัวเลือกมากมายเต็มชั้น ของมายองเนส มัสตาร์ด น้ำส้มสายชู หรือแยม แต่เราไม่สามารถคำนวณเปรียบเทียบ ได้ทั้งหมด และไม่สามารถตัดสินใจ เลือก จากชั้นวางที่หลากหลายได้ ดังนั้น สิ่งที่ดิฉันอยากจะเสนอพวกคุณในวันนี้ คือเทคนิคง่ายๆ 4 ประการ เทคนิคที่เราได้ทำการทดสอบมาแล้ว ผ่านทางการศึกษาวิจัย ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งคุณสามารถนำไปใช้ได้ง่ายๆ ในธุรกิจของคุณ
อย่างแรก: ตัดทอน คุณอาจจะเคยได้ยินมาก่อนแล้ว แต่ในวันนี้มันยิ่งมีความหมายมากขึ้น คือ น้อยกว่าแต่ให้ผลมากกว่า ผู้คนโดยทั่วไปมักจะหัวเสียเมื่อฉันบอกว่า "ตัด" พวกเขามักจะกังวลว่า กำลังจะเสียพื้นที่บนชั้นวางไป แต่ความจริงแล้ว เราเห็นว่า ถ้าคุณเต็มใจที่จะตัดทอน ลดจำนวนตัวเลือกที่มากมายซ้ำซ้อนไป ก็จะพบว่า ยอดขายเพิ่มสูงขึ้น แถมยังเป็นการลดต้นทุน และให้ประสบการณ์ในการเลือก ที่ดีขึ้น ต่อผู้บริโภค เมื่อพรอคเตอร์แอนด์แกมเบิล ลดจำนวนแชมพูเฮดแอนด์โชว์เดอร์ จาก 26 ลงเหลือเพียง 15 แบบ พวกเขาพบว่า ยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 10 เปอร์เซ็นต์ เมื่อบริษัทโกลเด้นแคท กำจัดสินค้าเกี่ยวกับแมวที่ขายได้แย่สุด 10 อันดับ พวกเขาพบว่า มีกำไรเพิ่มมากขึ้น ถึง 87 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นผลมาจาก ทั้งการเพิ่มขึ้นของยอดขาย และการลดลงของต้นทุน โดยทั่วไปร้านขายของชำในปัจจุบัน จะมีสินค้าประมาณ 45,000 รายการให้เลือก ห้างวอลล์มาร์ทโดยเฉลี่ย มีสินค้าประมาณ 100,000 รายการ แต่ปรากฎว่า ห้างที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่เก้า ห้างใหญ่อันดับเก้าของโลกนั้น ได้แก่ร้านอัลดี และในร้านมีสินค้าให้เลือกเพียงแค่ 1,400 รายการเท่านั้น มีซอสมะเขือเทศกระป๋องเพียงแค่แบบเดียว
กลับมาดูที่โลกของการออมเงินกันบ้าง ฉันคิดว่า ตัวอย่างหนึ่งที่ดีที่สุดเร็วๆ นี้ ในการจัดการตัวเลือกที่เสนอให้ลูกค้า คือตัวอย่างที่เดวิด เลียบสันเข้าไปมีส่วนร่วมในการออกแบบ ซึ่งเป็นโปรแกรมที่พวกเขาให้ที่ฮาร์วาร์ด พนักงานเจ้าหน้าที่ของฮาร์วาร์ดทุกคน จะได้รับการสมัครโดยอัตโนมัติ เข้าร่วมโปรแกรมตามช่วงเวลาของชีวิต สำหรับกลุ่มคนที่อยากจะมีโอกาสเลือกด้วยตัวเอง พวกเขาจะมีกองทุนให้เลือก 20 กองทุน ไม่ใช่กว่า 300 กองทุน คุณรู้ไหม ผู้คนมักจะกล่าวว่า "ฉันไม่รู้จะตัดทอนอย่างไรดี ตัวเลือกพวกนั้นต่างก็สำคัญทั้งสิ้นเลย" และสิ่งแรกที่ฉันทำก็คือ ฉันถามเจ้าหน้าที่ "บอกให้ฟังหน่อยว่า ตัวเลือกพวกนั้นแตกต่างกันอย่างไร" และถ้าเจ้าหน้าที่เองยังไม่สามารถแยกตัวเลือกพวกนั้นออกจากกันได้ ผู้บริโภคก็ไม่สามารถทำได้เช่นกัน
ก่อนที่จะเริ่มการบรรยายในบ่ายวันนี้ ฉันได้พูดคุยกับแกรี่ และแกรี่ได้บอกว่า เขายินดีที่จะ เสนอให้คนจากกลุ่มผู้ฟัง ไปพักผ่อนวันหยุด โดยค่าใช้จ่ายทั้งหมดฟรี ในสถานที่ที่มีถนนสวยที่สุดในโลก และนี่คือคำบรรยายเกี่ยวกับถนนที่ว่า ฉันอยากให้พวกคุณอ่านมัน ฉันจะให้เวลาคุณซักเล็กน้อยในการอ่าน และหลังจากนั้น ฉันอยากให้คุณปรบมือ ถ้าคุณพร้อมที่จะรับข้อเสนอของแกรี่ (ปรบมือเปาะแปะ) โอเค ใครพร้อมแล้วบ้างที่จะรับข้อเสนอที่ว่า มีแค่นี้เองเหรอ? เอาละ ให้ฉันแสดงให้คุณเห็นมากกว่านี้ (เสียงหัวเราะ) พวกคุณรู้ใช่มั้ย ว่านี่เป็นคำถามหลอก (เสียงแตร) เอาละ คราวนี้ใครพร้อมที่จะไปท่องเที่ยวครั้งนี้บ้าง (ปรบมือ) (หัวเราะ) ฉันคิดว่ามีคนตบมือมากกว่าตอนแรกเสียอีกนะ
เอาละ ในความจริงแล้ว คุณได้รับข้อมูลในคำอธิบายตอนแรก มากกว่ารูปภาพในช่วงหลังนะ แต่ฉันกล้าเดาได้ว่า คุณรู้สึกว่า ข้อมูลในครั้งหลัง ให้ความรู้สึกสมจริงมากกว่า นั่นเพราะรูปภาพทำให้ มันเกิดความสมจริงสำหรับคุณ ซึ่งเป็นเทคนิคที่สอง ในการจัดการกับปัญหาการมีตัวเลือกมากเกินไป นั่นคือการทำให้เห็นเป็นรูปธรรม ในการที่จะให้ผู้คนเข้าใจ ถึงความแตกต่างของตัวเลือกแต่ละอย่าง พวกเขาจะต้องสามารถเข้าใจถึง ผลลัพธ์ที่จะตามมา จากตัวเลือกแต่ละตัว และผลลัพธ์เหล่านั้น จะต้องสามารถ "รู้สึกได้" อย่างชัดเจน ทราบหรือไม่ว่า คนใช้จ่ายมากขึ้น 15 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ เมื่อจ่ายผ่านบัตร ATM หรือบัตรเครดิต เทียบกับจ่ายด้วยเงินสด นั่นเป็นเพราะจ่ายด้วยบัตร ไม่รู้สึกว่ามันเป็นเงิน และมันกลายเป็นว่า การสร้างความรู้สึกที่เป็นรูปธรรมนี้ สามารถที่จะใช้เป็นเครื่องมือในทางบวกได้ โดยช่วยให้คนเราประหยัดอดออมมากขึ้น
ในการวิจัยที่ฉันทำร่วมกับ ชโลโม เบนาร์ทซี และอาเลสซานโดน เพรวิเตโร เราทำการศึกษาเกี่ยวกับผู้คนที่บริษัทไอเอ็นจี พนักงานที่ทำงานอยู่กับบริษัทไอเอ็นจี และพวกเขาต่างก็อยู่ในช่วงของการ สมัครเลือกแผนการเงินแบบ 401 เค และในระหว่างการสมัครนั้น เราทำเหมือนที่เคยทำมาทุกประการ แต่เราเพิ่มสิ่งเล็กๆ เข้าไปอย่างหนึ่ง สิ่งเล็กๆ ที่เราเพิ่มเข้าไปนั้น คือการที่เราถามผู้สมัคร ให้คิดถึงสิ่งดีๆ ทั้งหลายที่อาจจะเกิดขึ้นในชีวิต ถ้ามีการประหยัดออมมากขึ้น โดยการเพิ่มคำถามง่ายๆ นี้เข้าไป ส่งผลให้เกิดการสมัครเพิ่มขึ้นถึง 20 เปอร์เซ็นต์ และจำนวนเงินที่ผู้สมัครเต็มใจที่จะออม ก็เพิ่มขึ้นด้วย จำนวนเงินที่เขายินดีที่จะใส่ลงในบัญชีออมทรัพย์ เพิ่มขึ้นสี่เปอร์เซ็นต์
เทคนิคที่สาม การจัดหมวดหมู่ เราสามารถที่จะจัดการกับหมวดหมู่ ได้มากกว่าการรับมือกับตัวเลือกแต่ละตัว ยกตัวอย่างเช่น มีการศึกษาชิ้นหนึ่งที่เราทำกับแผงนิตยสาร และเราพบว่า ในร้านของชำเว็กแมนส์ ตลอดแนวทางเดินด้านตะวันออกเฉียงเหนือ แผงนิตยสารเรียงรายเต็มไปด้วย นิตยสารหลากหลายตั้งแต่ 331 แบบ ไปจนถึง 664 แต่คุณรู้ไหมว่า ถ้าฉันจัดนิตยสาร 600 ฉบับ แล้วแบ่งมันออกเป็น 10 หมวดหมู่ เมื่อเทียบกับการที่ฉันจัดนิตยสาร 400 ฉบับ และแบ่งออกเป็น 20 หมวดหมู่ คุณจะเชื่อว่า ฉันได้ให้ ตัวเลือก และประสบการณ์การเลือกที่ดีกว่า สำหรับกรณีนิตยสาร 400 ฉบับ มากกว่าในกรณีของ 600 ฉบับ นั่นเป็นเพราะว่า การจัดหมวดหมู่ จะบอกฉันได้ว่าจะแยกมันได้อย่างไร
ที่เห็นอยู่นี่เป็นเครื่องประดับสองแบบที่แตกต่างกัน ชุดหนึ่งเรียกว่า "แจ๊ส" และอีกชุดเรียกว่า "สวิง" ถ้าคุณคิดว่า ชุดเครื่องประดับทางซ้ายคือ สวิง และชุดทางขวาคือ แจ๊ส ขอให้ตบมือ (ตบมือเปาะแปะ) โอเค มีบ้าง ถ้าคุณคิดว่า ชุดทางซ้ายคือแจ๊ส และทางขวาคือสวิง ขอให้ตบมือ โอเค มากกว่าหน่อย เอาละเป็นอันว่า คุณถูก ชุดทางซ้ายคือแจ๊ส และชุดทางขวาคือสวิง แต่คุณรู้อะไรไหม นี่เป็นการจัดหมวดหมู่ที่ไม่ได้เรื่องเป็นอย่างยิ่ง (หัวเราะ) หมวดหมู่จะต้องสื่อถึงอะไรบางอย่าง สื่อกับผู้เลือก ไม่ใช่ผู้สร้างตัวเลือก และคุณมักจะได้เห็นปัญหานี้ เมื่อพิจารณาถึงรายชื่อกองทุนยาวเหยียดเหล่านั้น พวกเขาพยายามจะบอกใครอยู่เหรอเนี่ย?
เทคนิคที่สี่ของฉัน ปรับสภาพรับความซับซ้อน มันกลายเป็นว่า เราสามารถที่จะ รับมือกับปริมาณข้อมูล มากมายกว่าที่เราคิดไว้ เราเพียงแต่ต้องทำให้มันง่ายขึ้นซักหน่อย เราต้องค่อยๆ เพิ่มความซับซ้อนขึ้นทีละน้อย ฉันจะยกตัวอย่างให้ฟัง ว่าฉันหมายถึงอะไร ลองดูการตัดสินใจเลือกที่ค่อนข้างซับซ้อนมากๆ การซื้อรถ นี่คือบริษัทผู้ผลิตรถเยอรมันรายหนึ่ง ที่ให้คุณเลือกปรับแต่งรถของคุณได้อย่างสมบูรณ์ คุณจะต้องตัดสินใจเลือกประมาณ 60 ครั้ง ประกอบกันเป็นรถของคุณโดยเฉพาะ การตัดสินใจเหล่านี้ มีตัวเลือกในแต่ละข้อแตกต่างกันไป สีรถ สีตัวรถภายนอก คุณมีทางเลือก 56 สี เครื่องยนต์ ระบบเกียร์ มี 4 ตัวเลือก สิ่งที่ฉันจะทำ คือปรับเปลี่ยนลำดับ ที่การตัดสินใจเหล่านั้นจะปรากฎขึ้น ลูกค้าครึ่งหนึ่ง จะเริ่มจากตัวเลือกจำนวนมาก สีรถ 56 สี แล้วไปหัวข้อตัวเลือกที่น้อยกว่า ระบบเกียร์สี่รูปแบบ ส่วนลูกค้าอีกครึ่งหนึ่ง จะเริ่มด้วยตัวเลือกน้อยๆ คือระบบเกียร์สี่แบบ ไปยังข้อที่ตัวเลือกเยอะขึ้น คือสีรถ 56 สี
ฉันกำลังอยากรู้อะไร? คุณมีส่วนร่วมมากน้อยแค่ไหน ถ้าคุณคอยแต่กดปุ่มตัวเลือกอัตโนมัติ ในแต่ละการตัดสินใจ นั่นหมายความว่า คุณเจอตัวเลือกเยอะเกินรับไหวแล้ว คุณเริ่มตามไม่ทัน และไม่ใส่ใจ สิ่งที่พบก็คือ ลูกค้าที่เริ่มจากจำนวนตัวเลือกเยอะ มาหาตัวเลือกน้อย พวกเขาคอยแต่ละกดปุ่ม เลือกอัตโนมัติ ครั้งแล้วครั้งเล่า เรากำลังสูญเสียความสนใจจากพวกเขา ส่วนพวกที่เริ่มจากตัวเลือกน้อยๆ ไปหาตัวเลือกที่มากขึ้น พวกเขายังคงใส่ใจอยู่กับเรา ข้อมูลเหมือนเดิน จำนวนตัวเลือก ก็เท่าเดิม สิ่งเดียวที่แตกต่างกัน คือการปรับเปลี่ยนลำดับ ของการนำเสนอข้อมูล ถ้าฉันเริ่มจากง่ายๆ ก่อน ฉันจะเรียนรู้ว่าจะเลือกได้อย่างไร แม้ว่าการเลือกระบบเกียร์ จะไม่ได้บอกอะไรเลยเกี่ยวกับการตกแต่งในรถ แต่มันก็ยังช่วยเตรียมตัว ว่าจะเลือกอย่างไร และทำให้ฉันตื่นเต้นไปกับสินค้า ที่ฉันกำลังประกอบอยู่นี้ด้วย ดังนั้น ฉันเลยเต็มใจและมีแรงจูงใจ ที่จะมีส่วนร่วมให้มากขึ้น
ขอสรุปอีกครั้ง ฉันได้พูดถึงเทคนิคสี่ประการ ที่จะบรรเทาปัญหาของการมีตัวเลือกมากเกินไป ตัดทอน กำจัดตัวเลือกส่วนเกินทิ้งไป ทำให้เป็นรูปธรรม ทำให้สมจริง รู้สึกได้ จัดหมวดหมู่ เราสามารถจัดการกับหมวดหมู่ได้ดีกว่าตัวเลือก ปรับสภาพรับความซับซ้อน เทคนิคทั้งหมดเหล่านี้ที่ฉันอธิบายให้ฟังวันนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้คุณ จัดการกับตัวเลือกของคุณ ดีสำหรับคุณ คุณสามารถใช้เทคนิคเหล่านี้เพื่อตัวเอง และดีสำหรับผู้คนที่คุณทำงานให้ เพราะฉันเชื่อว่า หัวใจของการ ได้สิ่งที่ดีที่สุด จากตัวเลือก คือการพิถีพิถันที่จะเลือก และยิ่งเราพิถีพิถันในการเลือกมากขึ้น เราก็จะยิ่งสามารถ ฝึกฝนศาสตร์แห่งการเลือกได้ดีขึ้น
You can share this video by copying this HTML to your clipboard and pasting into your blog or web page. This video will play with subtitles.
You either have JavaScript turned off or have an old version of the Adobe Flash Player. To view this rating widget you
need to get the latest Flash player.
If your browser allows only "trusted sites" to execute Javascript, you should add the "googleapis.com" domain to your whitelist to allow our Flash detection to work properly.
Got an idea, question, or debate inspired by this talk? Start a TED Conversation.
เราทุกคนต่างก็ต้องการสินค้าและบริการเฉพาะตัว แต่เมื่อต้องเผชิญกับตัวเลือกถึง 700 อย่าง ผู้บริโภคต่างก็ชะงักงัน จากงานวิจัยใหม่ที่น่าสนใจ ชีน่า ไอเยนการ์ แนะนำทางแก้ปัญหาที่จะทำให้การเลือกง่ายขึ้น
Sheena Iyengar studies how people choose (and what makes us think we're good at it). Full bio »
Translated into Thai by Pana-Ek Warawit
Reviewed by Bank Pohtirak Saengsawang
Comments? Please email the translators above.
21:16 Posted: Sep 2006
Views 5,112,063 | Comments 717
19:37 Posted: Sep 2006
Views 3,393,632 | Comments 729
17:30 Posted: Sep 2006
Views 2,565,368 | Comments 289
Just follow the guidelines outlined under our Creative Commons license.
This comment will be attributed to . Not ? Sign Out.