ผมชื่อ Seth Priebatsch. ผมเป็นนินจาอาวุโสแห่ง SCVNGR. ผมภูมิใจกับการตัดสินใจลาออกมาจากมหาวิทยาลัยพริ้นซ์ตัน และผมก็ภูมิใจมากที่ได้ย้ายถิ่นฐานมาที่บอสตั้น สถานที่ทำให้ผมเติบโตขึ้นมาอีกขั้น ใช่ครับ, บอสตั้น เดาง่ายนะ ผมน่าจะเอ่ยชื่อประเทศอื่นแถวๆนี้ แทน เอาล่ะ ผมมีความตั้งใจที่จะทดลอง และสร้าง เลเยอร์ของเกม ทีอยู่เหนือโลกใบนี้ และนี่เป็นแนวคิดที่ค่อนข้างใหม่ และเป็นแนวคิดที่สำคัญมาก เพราะว่า ในขณะที่ทศวรรษที่ผ่านมา เป็นทศวรรษของสังคม และเป็นทศวรรษที่โครงร่าง ที่เราใช้สานสัมพันธ์กับผู้คนได้ถูกสร้างขึ้นมา ในทศวรรษถัดไปนี้ จะเป็นทศวรรษที่ โครงร่างของเกมถูกสร้างขึ้น ซึ่งเป็นที่ที่แรงจูงใจที่เราใช้ในการโน้มน้าวพฤติกรรม และโครงข่ายที่ถูกสร้างขึ้น ได้ถูกกำหนด และนั่นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก
และผมก็ได้พูดว่าผมต้องการจะสร้างเลเยอร์ของเกมขึ้นมาอยู่เหนือโลก แต่นั่นไม่ค่อยจะถูกต้องซักเท่าไหร่ เพราะมันกำลังถูกสร้างขึ้น มันกำลังเกิดขึ้น และมันก็เป็นแบบนี้ ในตอนนี้ มันเหมือนกับสิ่งที่เว็บทำ ในปี 1997 ใช่มั้ยครับ มันไม่ได้ดีมาก มันยุ่งเหยิงวุ่นวายไปหมด มันเต็มไปด้วยสิ่งที่แตกต่างกันหลายสิ่ง ซึ่งพูดสั้นๆได้ว่า มันไม่ได้น่าสนุกเลยครับ มันมีทั้งโปรแกรมเครดิตการ์ด, การสะสมไมล์การบิน และการ์ดคูปอง และแผนการสร้างความภักดีทั้งหมดนี้ ที่ได้ใช้แรงผลักดันของเกม และกำลังสร้างเลเยอร์ของเกมขึ้นมา ของพวกนี้มันห่วย และพวกมันไม่ได้ถูกดีไซน์ขึ้นมาอย่างดี ใช่มั้ยครับ นั่นเป็นอะไรที่โชคร้ายจริงๆ แต่เรายังโชคดีครับ อย่างที่วีรบุรุษนักบู๊คนโปรดของผม บ๊อบ เดอะ บิลด์เดอร์ ได้กล่าวไว้ "เราทำได้ดีกว่านี้ เราสามารถสร้างสิ่งนี้ให้ดีกว่านี้ได้อีก" และอุปกรณ์ รวมถึงทรัพยากรทั้งหลาย ที่เราใช้สร้างเลเยอร์ของเกม ก็คือแรงผลักดันทั้งหลายทั้งปวงของเกมนั่นเอง และประเด็นสำคัญที่ผมอยากจะนำเสนอทุกท่าน 4 แรงผลักดันของเกมที่สำคัญ และน่าสนใจมากๆ ที่ถ้าคุณนำมันไปใช้ดีๆ คุณสามารถใช้มันในการจูงใจพฤติกรรม ทั้งในทางที่ดี และไม่ดี หรือระหว่างนั้นได้เลย หวังว่าจะเป็นไปในทางที่ดีนะครับ แต่นี้เป็นขั้นตอนสำคัญ ที่โครงร่างจะถูกสร้างขึ้น ดังนั้นเราจึงต้องมาคิดถึงสิ่งนี้อย่างจริงจังแล้ว
ก่อนที่เราจะโดดลงไป มันมีคำถามประเภท "ทำไมมันถึงสำคัญ?" ผมขอบอกเลยว่ามันมีเลเยอร์ของเกมอยู่เหนือโลกใบนี้ และมันเป็นสิ่งสำคัญ ที่เราจะต้องสร้างมันให้ดี เหตุผลน่ะหรือครับ เพราะว่าในทศวรรษที่ผ่านมา สิ่งที่ได้สร้างเลเยอร์ของสังคม ที่เราได้เห็นมา ได้กลายเป็นโครงร่างของการติดต่อสื่อสาร และการสร้างเลเยอร์นั้นก็เสร็จสมบูรณ์ ครับ ยังมีอะไรอีกมากมายให้สำรวจ ยังมีผู้คนอีกมากมายที่พยายามจะไขปริศนาของสิ่งที่เรียกว่า "สังคม" และเราจะยกระดับสังคมได้อย่างไร เราจะใช้งานมันได้อย่างไร แต่ตัวโครงข่ายน่ะ เสร็จไปแล้วครับ มันมีชื่อว่า เฟซบุ๊ค และนั่นมันก็โอเค ใช่มั้ยครับ? ผู้คนมากมายก็มีความสุขกับเฟซบุ๊คดี ผมค่อนข้างที่จะชอบมันมากครับ พวกเขาสร้างสิ่งที่เรียกว่า Open Graph ขึ้นมา และพวกเขาก็เป็นเจ้าของการติดต่อสื่อสารของพวกเราทั้งหมด พวกเขาเป็นเจ้าของผู้คนกว่าห้าร้อยล้าน และเมื่อใดก็ตามที่คุณต้องการจะสร้างเลเยอร์ของสังคมขึ้นมา โครงข่ายได้ถูกกำหนดไว้แล้ว มันก็คือ Open Graph API นั่นเอง และถ้าคุณโอเคกับมัน ก็เยี่ยมเลย แต่ถ้าไม่ ก็แย่หน่อยล่ะครับ ไม่มีอะไรที่คุณทำได้แล้ว
แต่ในทศวรรษถัดมานี้ --และมันเป็นเรื่องจริงนะครับ ผมหมายความว่า เราต้องการจะสร้างโครงข่าย ในทางที่ทำให้มันเป็นที่ยอมรับ และทำให้มัน, คุณก็รู้, ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เอาล่ะ ในขณะที่เลเยอร์ของสังคมนั้นหมายถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน เลเยอร์ของเกมนั้น ก็หมายถึงการโน้มน้าวผู้คน มันไม่ใช่แค่การเพิ่มเส้นใยสังคมลงไปบนเว็บไซต์ และเชื่อมต่อคุณกับคนอื่นๆ ทุกที่ที่คุณอยู่ และทุกที่ที่คุณไป เลเยอร์ของเกมเป็นเรื่องของการใช้แรงผลักดัน ในการโน้มน้าวพฤติกรรม ของสถานที่ที่คุณอยู่ สิ่งที่คุณทำอยู่ ณ ที่นั้น และวิธีที่คุณทำ มันเป็นอะไรที่ทรงพลังมาก และมันจะกลายเป็นสิ่งที่มีความสำคัญกว่าเลเยอร์ทางสังคมเสี่ยอีก มันกำลังจะมีผลกระทบกับชีวิตของพวกเราอย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น และบางทีก็อาจจะถูกเห็นได้น้อยลงด้วย ดังนั้น มันจึงเป็นอะไรที่มีความสำคัญมาก ที่ในเวลานี้ ในขณะที่มันกำลังถูกสร้างขึ้นมาอยู่นี้ ในขณะที่โครงร่างอย่างเฟซบุ๊ค อย่าง Open Graph นั้นกำลังถูกสร้างขึ้นมาสำหรับสิ่งที่เท่าเทียมกับเลเยอร์ของเกม และที่เราคิดถึงมันอย่างจริงจัง และที่เราทำมันในทางที่เปิดเผย ที่มีอยู่ และที่เราสามารถยกระดับเพื่อสิ่งที่ดีกว่าได้
และนั่นเป็นสิ่งที่ผมต้องการจะพูดถึงแรงผลักดันของเกมครับ เพราะว่าการสร้างนั้นเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และยิ่งเราตั้งใจใคร่ครวญถึงเรื่องนี้มากขึ้นเท่าไหร่ เราก็จะสามารถเอามันไปใช้ประโยชน์ได้มากยิ่งขึ้นครับ สำหรับทุกสิ่งที่เราต้องการ ก็อย่างที่กล่าวไปครับ หนทางที่คุณจะผ่าน และสร้างสรรค์สิ่งต่างๆบนเลเยอร์ของเกมนั้น ไม่ใช่ด้วยแก้ว หรือเหล็กกล้า หรือซีเมนต์ และทรัพยากรที่เราใช้ ก็ไม่ใช่ บริเวณที่ดินที่เรามี ทรัพยากรนั้นคือการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ส่วนวัตถุดิบก็คือแรงผลักดันของเกมเหล่านี้แหละครับ และด้วยสิ่งนั้น, คุณก็รู้, แรงผลักดันสองชนิดของเกมที่เรากำลังจะพูดถึง สี่ครับ. ที่ SCVNGR เราชอบล้อเล่นกันเสมอ ว่าด้วยแรงผลักดันเจ็ดชนิดของเกม คุณจะสามารถทำให้ทุกคนสามารถทำทุกอย่างได้ และในวันนี้ ผมจะแสดงให้คุณเห็น สี่แรงผลักดันครับ เพราะผมยังหวังว่า หลังจากที่ผมพูดจบ ผมยังจะมีความได้เปรียบในการแข่งขันอยู่ครับ
เอาล่ะครับ สำหรับแรงผลักดันของเกมอันแรกนั้น เป็นอะไรที่ง่ายๆ ครับ มันมีชื่อว่า แรงผลักดันในการนัดหมาย และนี่เป็นแรงผลักดันที่ ถ้าผู้เล่นต้องการจะเอาชนะ ผู้เล่นจะต้องทำบางสิ่งในเวลาที่กำหนด และโดยทั่วไปแล้ว ก็จะต้องทำในสถานที่ที่กำหนดด้วย และแรงผลักดันเหล่านี้ค่อนข้างน่ากลัวในบางครั้งนะครับ เพราะว่า คุณลองคิดดูสิ คนอื่นสามารถใช้แรงผลักดันที่จะกำหนด การมีปฏิสัมพันธ์ของผม สิ่งที่ผมทำ สถานที่ที่ผมทำ และเวลาที่ผมทำ การสูญเสียอิสรภาพทางความคิดแบบนี้ ที่เกิดขึ้นในเกม บางทีก็น่าขนลุกนะครับ เอาล่ะ สำหรับแต่ละแรงผลักดับ ผมจะยกตัวอย่างซักสามข้อนะครับ อันแรกจะแสดงให้เห็นว่า แรงนี้ถูกเอาไปใช้งานในโลกแห่งความเป็นจริงอย่างไรในตอนนี้ คุณจะได้ลองคิดถึงเหตุและผลลัพธ์ของมันได้บ้าง ตัวอย่างที่สอง จะแสดงให้เห็นว่า สิ่งที่เราคิดว่าเป็นเกมโดยทั่วไปเนี่ย ผมคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเกมครับ แนวคิดนี้ค่อนข้างจะ กว้างกว่าที่คุณคิด ว่าเกมต้องเล่นอยู่บนกระดาน หรือบนจอคอมพิวเตอร์ และตัวอย่างสุดท้าย คือเราจะนำแรงผลักดันนี้ไปใช้ให้เป็นประโยชน์ได้อย่างไร เราจะได้เห็นภาพว่า แรงเหล่านี้อาจจะมีพลังมากก็ได้
สำหรับอันแรก แรงผลักดันในการนัดหมายที่โด่งดังที่สุดในโลก คือสิ่งที่เรียกว่า "ชั่วโมงแห่งความสุขสันต์" ผมเพิ่งจะลาออกมาจากพรินซ์ตั้น และสุดท้ายก็จบที่การไปบาร์ครั้งแรก แล้วผมก็ได้เห็น "ชั่วโมงแห่งความสุขสันต์" เหล่านี้ทั่วไปหมดครับ ใช่แล้ว นี่แหละคือแรงผลักดันแห่งการนัดหมาย มาที่นี่ในช่วงเวลาที่กำหนด ลดราคาเครื่องดื่มลงครึ่งนึง ในการที่จะชนะรางวัล สิ่งที่คุณต้องทำก็คือปรากฏตัวขึ้นในสถานที่และเวลาที่ถูกต้าง แรงผลักดันของเกมอันนี้ทรงพลังมาก มันไม่ใช่แค่โน้มน้าวพฤติกรรมของพวกเรา แต่มันโน้มน้าว "วัฒนธรรม" ของเราทั้งหมดเลยล่ะครับ นั่นเป็นความคิดที่ค่อนข้างน่ากลัว ที่แรงผลักดันของเกมอันหนึ่ง จะสามารถเปลี่ยนสิ่งต่างๆได้อย่างทรงพลังขนาดนี้
แรงอันนี้ก็มีให้เห็นในเกมรูปแบบดั้งเดิมนะครับ ผมมั่นใจว่าคุณทุกคนต้องเคยได้ยินชื่อ ฟาร์มวิลล์ บ้างล่ะ ถ้าคุณไม่เคย ผมแนะนำให้คุณไปลองเล่นดูครับ แล้วคุณจะไม่ทำอย่างอื่นไปตลอดวันเลยล่ะ ฟาร์มวิลล์ มีผู้ใช้งานมากกว่าทวิตเตอร์เสียอีก มันเป็นอะไรที่ทรงพลังสุดๆ และมันมีแรงผลักดันนี้อยู่ด้วย แรงที่ทำให้คุณต้องกลับมาในเวลาที่กำหนด มารดน้ำพืชผล - ปลอมๆ - หรือไม่มันก็จะเฉาตายไป และนี่ก็ทรงพลังถึงขนาดที่ว่า เมื่อมีการปรับเปลี่ยนค่าภายในเกม เมื่อเกมบอกว่าพืชผลของคุณจะเหี่ยวเฉา เมื่อเวลาผ่านไป 8 ชั่วโมง, หรือ 6 ชั่วโมง, หรือ 24 ชั่วโมง มันจะเปลี่ยนวงจรชีวิต ของผู้คนกว่า 70 ล้านคนในแต่ละวัน ฑวกเขาจะกลับมาอย่างสม่ำเสมอ ในเวลาที่ต่างกันไป ดังนั้น ถ้าผู้ทำเกมอยากให้โลกถึงจุดจบ อยากให้ผลิตภาพหยุดลง ผู้ทำเกมสามารถทำให้วงจรนี้เหลือ 30 นาที และจะไม่มีใครทำอะไรอย่างอื่นอีกต่อไป (เสียงหัวเราะ) น่ากลัวนิดๆ นะครับ
แต่สิ่งนี้ก็สามารถเอาไปใช้ในทางที่ดีได้เหมือนกัน มีบริษัทท้องถิ่นแห่งหนึ่ง ชื่อ ไวทัลลิตี้ และพวกเขาก็ได้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ ที่จะช่วยให้ผู้คนกินยาให้ตรงเวลา นั่นคือการนัดหมาย นั่นคือสิ่งที่ผู้คนทำได้ไม่ค่อยดีนัก และพวกเขามี โกลว์แคปส์ ซึ่งส่งอีเมลไปเตือนคุณ และทำสิ่งเจ๋งๆ ทุกอย่าง เพื่อเตือนให้คุณกินยา ในตอนนี้มันยังไม่ใช่เกม แต่มันควรจะเป็นครับ คุณควรจะได้แต้ม ถ้าคุณทำตรงเวลา คุณควรจะเสียแต้ม ถ้าคุณทำไม่ตรงเวลา พวกเขาควรจะพิจารณาอย่างจริงจัง ว่าพวกเขาได้สร้างแรงผลักดันของการนัดหมาย และยกระดับเกมขึ้น และจากนั้นคุณก็จะสามารถทำสิ่งดีๆได้สำเร็จ ด้วยวิธีที่น่าสนใจ
เรากำลังจะข้ามไปสู่แรงผลักดันถัดไปนะครับ, อาจจะ. ใช่แล้ว การโน้มน้าว และสถานะ นี่เป็นหนึ่งในแรงผลักดันของเกมที่โด่งดังมากที่สุด มันถูกนำไปใช้ในทั่วทุกที่ มันถูกใช้ในกระเป๋าสตางค์ของคุณ ตอนนี้เลย เราทุกคนต้องการเครดิตการ์ตที่อยู่ซ้ายมือสุด เพราะมันมีสีดำ และคุณเห็นคนบางคนที่ ซีวีเอส หรือ ไม่ใช่ ซีวีเอส แต่เป็นที่ คริสเตียน ดิออร์ หรืออะไรทำนองนั้น จากนั้นก็... ผมก็ไม่รู้แฮะ ผมไม่มีบัตรสีดำ ผมมีแค่เดบิตการ์ดใบเดียวเอง (เสียงหัวเราะ) แล้วพวกเขาก็เอาออกมาโชว์ แล้วคุณก็เห็นผู้ชายพวกนั้น เขามีบัตรสีดำใบนั้น ผมอยากได้ เพราะมันหมายความว่าพวกเขาเท่กว่าผม และผมต้องการมัน
และนี่ก็เป็นสิ่งที่เราใช้ในเกมเหมือนกันครับ "โมเดิร์น วอร์แฟร์" หนึ่งในเกมที่ประสบความสำเร็จที่สุดตลอดกาล ผมแค่ผู้เล่นระดับสี่ แต่ผมต้องการที่จะขยับไปเป็นเลเวลสิบมากๆ เลย เพราะพวกเขามีป้ายสีแดงเท่ๆ อันนั้น และนั่นหมายถึงว่า เราเก่งกว่าคนอื่นทุกๆคน และนั่นเป็นอะไรที่ทรงพลังมากสำหรับผม สถานะเป็นแรงจูงใจที่ดี
มันได้ถูกนำมาใช้ในสภาพแวดล้อมดั้งเดิมด้วย และมันสามารถนำมาใช้อย่างจริงๆจังๆ ยิ่งขึ้น ในสภาพแวดล้อมแบบดั้งเดิมด้วย โรงเรียน -- และจำไว้นะครับ ผมผ่านมันมาได้หนึ่งปี ดังนั้นผมจึงคิดว่าผมมีคุณสมบัติพอที่จะพูดถึง โรงเรียน -- มันเป็นเกม มันแค่ไม่ใช่เกมที่ถูกดีไซน์ขึ้นมาแบบสุดเจ๋งสุดยอด ครับ ที่โรงเรียนมีการแบ่งระดับ. ระดับ C ระดับ B. ระดับ A. ที่โรงเรียนมีสถานะ. ผมหมายถึง อะไรคือตัวแทนนักเรียน แต่สถานะเนี่ยนะ? ถ้าเราเรียกตัวแทนนักเรียนว่า อัศวินขาวศักดิ์สิทธิ์ เลเวล 20 ผมคิดว่านักเรียนคงจะขยันกันขึ้นมากเลยล่ะครับ (หัวเราะ) ดังนั้นโรงเรียนก็คือเกม, โดยมันมีการทดลองมากมาย ว่า เราจะทำสิ่งนี้ให้ดีได้อย่างไร แต่เรามาใช้มันแบบจริงจังกันเถอะครับ อย่างเช่น ทำไมถึงสร้างเกมที่คุณแพ้ได้ล่ะ? ทำไมต้องไปจาก A ไป F หรือ B ไป C ห่วยแตก. ทำไมไม่มีการ เลเวล-อัพ ล่ะ? และที่พรินซ์ตัน พวกเขาได้ทำการทดลองกับสิ่งนี้ด้วย พวกเขามีแบบทดสอบที่คุณจะได้ค่าประสบการณ์ และคุณจะมีการ เลเวล-อัพ จาก B ไป A และนั่นเป็นอะไรที่ทรงพลังมาก และนำไปใช้ได้ในหลากหลายวิธีที่น่าสนใจ
แรงผลักดันที่สาม ที่ผมจะพูดถึงอย่างเร็วๆ ก็คือแรงผลักดันของการก้าวหน้า ที่คุณต้องก้าวหน้าไป คุณต้องผ่านขั้นตอนต่างๆ ที่แสนจะยิบย่อย แรงนี้ถูกนำไปใช้ทั่วไปหมด รวมถึงลิงค์อิน ที่ที่ผมเป็นบุคคลที่ไม่มีชื่อเสียง และผมทำสำเร็จแค่ 85 เปอร์เซนต์ บนลิงค์อิน และนั่นทำให้ผมรำคาญใจมาก และสิ่งนี้เป็นอะไรที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจของเรา ก็คือ เมื่อเราเห็นแถบแสดงสถานะ ที่แสดงด้วยขั้นตอนที่เล็ก และง่าย เราจะทำขั้นตอนเหล่านั้น เพื่อทำให้แถบแสดงสถานะนั้นเต็ม เราจะหาทางขยับเส้นสีน้ำเงินนั้น ให้ไปทางขวา ทะลุขอบขวาของหน้าจอ
สิ่งนี้ก็ถูกนำมาใช้ในเกมแบบดั้งเดิมครับ ผมหมายถึง นี่คืออัศวิน เลเวล 10 และนั่นคืออัศวิน เลเวล 20 และถ้าคุณต้องไปสู้กับพวกออร์คที่มอร์ดอร์ สู้กับราส์ อัล กูล คุณก็คงจะต้องการแข็งแกร่งขึ้นใช่มั้ยครับ? สำหรับผม ใช่ครับ และผู้คนก็พยายามอย่างหนักเพื่อที่จะ เลเวล-อัพ "เวิลด์ ออฟ วอร์คราฟท์" เป็นหนึ่งในเกมที่ประสบความสำเร็จที่สุดตลอดการ โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้เล่นจะใช้เวลา 6 หรือ 6½ ชั่วโมงต่อวันไปกับการเล่นเกมนี้ สำหรับผู้เล่นที่ทุ่มเทที่สุดของเกม มันเหมือนกับงานเต็มเวลาเลยนะ มันบ้ามาก และเกมก็มีระบบเหล่านี้ที่ทำให้คุณเลเวล-อัพ และนั่นเป็นสิ่งที่ทรงพลัง ความก้าวหน้านั้นทรงพลัง
และเอาไปใช้เพื่อบังคับให้คนทำสิ่งที่ดีได้ด้วยนะ สิ่งหนึ่งที่เราทำกันที่ SCVNGR คือ เราจะใช้เกมในการเพิ่มปริมาณ และผลักดันธุรกิจต่างๆ ไปสู่ธุรกิจท้องถิ่นได้อย่างไร เพื่อทำในสิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญของระบบเศรษฐกิจ และนี่ เป็นเกมที่ผู้คนเล่นกันครับ พวกเขาไปยังสถานที่ต่างๆ พวกเขาทำในสิ่งที่ท้าทาย พวกเขาได้แต้ม และเราก็ได้นำแรงผลักดันของการก้าวหน้าเข้าไป ยังไงน่ะเหรอครับ เมื่อเราไปยังสถานที่เดิม ซ้ำแล้วซ้ำอีก ทำในสิ่งที่ท้าทาย การเข้าไปมีส่วนร่วมกับธุรกิจ คุณก็จะขยับแถบสีเขียว จากขอบด้านซ้าย ไปยังขอบด้านขวาของจอ และปลดล็อกรางวัลต่างๆ นี่เป็นสิ่งที่ทรงพลังเพียงพอที่เราเห็นได้ ว่ามันทำให้ผู้คนติดพันกับแรงผลักดันเหล่านี้ ดึงพวกเขากลับเข้ามาในธุรกิจท้องถิ่นเดิมๆ สร้างความภักดี สร้างความผูกพัน สร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และสร้างความสนุกและความผูกพันต่อธุรกิจ แรงผลักดันเหล่านี้ล้วนทรงพลัง และสามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตจริง
แรงผลักดันสุดท้ายที่ผมจะกล่าวถึง และเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมพอที่จะปิดท้ายการพูดครั้งนี้ คือแนวคิดของการค้นหาร่วมกัน ซึ่งเป็นแรงผลักดันที่ทุกคนจะต้องร่วมมือกัน ในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้ประสบความสำเร็จ และการค้นหาร่วมกันนั้นทรงพลัง เพราะมันยกระดับ เครือข่าย ซึ่งก็คือสังคม ในการแก้ปัญหา มันถูกใช้ในเว็บสำหรับผู้ใช้ชื่อดัง อย่าง ดิกก์ ซึ่งผมมั่นใจว่าพวกคุณทุกคนต้องเคยได้ยิน ดิกก์ เป็นพลังขับเคลื่อนของชุมชน เพื่อที่จะค้นหา และจัดหาข่าวที่ดีที่สุด เรื่องราวที่น่าสนใจที่สุด และแรกเริ่มเดิมทีแล้ว ดิกก์นั้นถูกทำให้เป็นเกม มันมีลีดเดอร์บอร์ด ซึ่งถ้าคุณแนะนำเรื่องราวที่ดีที่สุด คุณจะได้แต้ม และนั่นจะช่วยกระตุ้นให้ผู้คนค้นหาเรื่องราวที่ดีที่สุเ แต่มันทรงพลังมาก มากจนกระทั่งมีคนกลุ่มหนึ่ง คนเจ็ดคนแรกบนลีดเดอร์บอร์ด ได้ร่วมมือกันเพื่อที่จะทำให้พวกเขาสามารถรักษาระดับนั้นไว้ได้ และพวกเขาแนะนำเรื่องราวของบุคคลอื่น และเกมกลับกลายมามีอิทธิพลเหนือเป้าหมายหลักของเว็บไซต์ สุดท้ายลีดเดอร์บอร์ดจึงถูกปิดไป เพราะว่า เมื่อมันมีประสิทธิภาพ มันก็ทรงพลังมากจนกระทั่งมันหยุดการจัดหาข่าวที่ดีที่สุด และทำให้ผู้คนทำสิ่งต่างๆเพื่อรักษาความเป็นผู้นำไว้ ดังนั้นเราต้องใช้แรงผลักดันนี้อย่างระมัดระวัง แรงผลักดันนี้ยังถูกใช้ใน เกมเศรษฐีของแมคโดนัลด์ ซึ่งตัวเกมนั้น ไม่ใช่เกมเศรษฐีที่คุณกำลังเล่นอยู่ แต่เป็นกลุ่มคนทำงานที่บ้าน ที่รวมตัวกัน เพื่อค้นหาทางเดิน ใช่ครับ และตอนนี้พวกเขาก็มองหาแค่สติ๊กเกอร์เล็กๆ ที่เขียนว่า "ทางเดิน"
แต่สิ่งนี้ก็สามารถเอาไปใช้ในการหาสิ่งของจริงๆ ได้เหมือนกัน นี่คือ DARPA balloon challenge. ซึ่งพวกเขาซ่อนบอลลูนไว้ทั่วทั้งสหรัฐอเมริกา และกล่าวว่า "ใช้เครือข่าย ลองหาบอลลูนให้เร็วที่สุด และผู้ชนะจะได้เงิน 40,000 ดอลลาร์สหรัฐ และผู้ชนะก็คือกลุ่มนักศึกษาจากเอ็มไอที ซึ่งพวกเขาได้สร้างเครือข่ายแบบปิระมิด เมื่อคนแรกที่แนะนำตำแหน่งของบอลลูน จะได้ 2,000 เหรียญ และคนที่สนับสนุนคำแนะนำนั้น ก็จะได้ส่วนแบ่งด้วย และภายใน 12 ชั่วโมง พวกเขาก็สามารถหา บอลลูนพวกนี้ได้จนหมด ทั่วประเทศ ใช่ครับ เป็นแรงผลักดันที่ทรงพลังมากๆ
เอาล่ะ ตอนนี้ผมเหลือเวลาอยู่ราวๆ 20 วินาที ถ้าผมจะทิ้งท้ายอะไรสักอย่างหนึ่ง ทศวรรษทีผ่านมาคือทศวรรษของสังคม และทศวรรษถัดไปคือทศวรรษของเกม เราสร้างมันขึ้นมาบนแรงผลักดันของเกม เราสร้างมันขึ้นมาด้วยการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เราจูงใจพฤติกรรมได้ มันทรงพลัง และน่าตื่นเต้นมาก มาร่วมสร้างมันกันเถอะครับ มาสร้างมันให้ดี และขอให้สนุกกับการเล่นนะครับ
You can share this video by copying this HTML to your clipboard and pasting into your blog or web page. This video will play with subtitles.
You either have JavaScript turned off or have an old version of the Adobe Flash Player. To view this rating widget you
need to get the latest Flash player.
If your browser allows only "trusted sites" to execute Javascript, you should add the "googleapis.com" domain to your whitelist to allow our Flash detection to work properly.
Got an idea, question, or debate inspired by this talk? Start a TED Conversation.
ในปัจจุบัน เราเคยชินกับการปล่อยให้เฟซบุ๊คและทวิตเตอร์ให้เข้ามามีอิทธิพลกับการใช้ชีวิตทางสังคมบนโลกออนไลน์, เรากำลังสร้าง "พื้นผิวของสังคม" ขึ้นมาอยู่เหนือโลกแห่งความเป็นจริงนั่นเอง ที่ TEDxBoston, Seth Priebatsch มองเห็นพื้นผิวใหม่ที่กำลังก่อตัวอยู่ นั่นคือ"พื้นผิวองเกม" ซึ่งหมายถึงความมีอิทธิพลในการชี้นำพฤติกรรมของเกม ที่จะเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษา และการค้าขายในปัจจุบัน
"Proud Princeton dropout" Seth Priebatsch runs SCVNGR, a mobile start-up trying to build the game layer on top of the world. Full bio »
Translated into Thai by Ratchpak Pongmongkol
Reviewed by Paravee Asava-Anan
Comments? Please email the translators above.
28:19 Posted: Apr 2010
Views 485,626 | Comments 360
20:03 Posted: Mar 2010
Views 3,110,099 | Comments 1158
Just follow the guidelines outlined under our Creative Commons license.
This comment will be attributed to . Not ? Sign Out.