ตอนที่ผมเป็นเด็ก ฟังดูไม่น่าเชื่อ แต่ผมเคยตัวเล็กมาก่อน พ่อเคยเล่าให้ผมฟัง เกี่ยวกับช่างประดิษฐ์นาฬิกาคนหนึ่งในศตวรรษที่ 18 และสิ่งที่ชายผู้นี้ได้ทำนั้น คือผลิตนาฬิกาที่สวยเอามากๆ และวันหนึ่ง ลูกค้าก็เดินเข้าไปในห้องทำงานเขา และขอให้ช่วยทำความสะอาดนาฬิกาที่ซื้อไป ช่างได้แยกชิ้นส่วนนาฬิกาออก และหนึ่งในสิ่งที่เขาเอาออกมาจากตัวนาฬิกาก็คือฟันเฟืองบาลานซ์ ในขณะนั้นเองที่ลูกค้าของเขาได้สังเกตเห็นว่า ด้านหลังของฟันเฟืองก็คือสิ่งที่ถูกสลักเอาไว้ เป็นคำๆหนึ่ง ลูกค้าคนนั้นจึงถามช่างนาฬิกาว่า "ทำไมถึงต้องสลักคำไว้ที่ด้านหลังด้วย ในเมื่อไม่มีใครเห็น?" แล้วช่างนาฬิกาก็หันกลับไปและตอบว่า "องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทอดพระเนตรเห็น" ผมเองไม่ใช่คนที่เคร่งศาสนาอะไร เช่นเดียวกับพ่อของผม แต่ในตอนนั้นเอง ที่ผมสังเกตุว่ามีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นตรงนี้ ผมรู้สึกถึงบางอย่าง ที่ลึกเข้าไปในระบบอันซับซ้อนของประสาทและเส้นเลือด และผมก็เดาว่าอาจจะมีกล้ามเนื้ออยู่ตรงนั้นสักแห่งก็ได้ แต่ผมรู้สึกถึงบางอย่าง และนั่นก็คือการตอบสนองทางกายภาพนั่นเอง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ตอนที่ผมอายุเท่านั้น ผมก็เริ่มคิดถึงสิ่งต่างๆในมุมมองที่แตกต่างไปจากเดิม
ตอนที่ผมเข้ามาทำงานเป็นดีไซเนอร์ ผมเริ่มถามคำถามง่ายๆกับตัวเองว่า คนเรารับรู้ความงามด้วยความคิด หรือความรู้สึกกันแน่? ตอนนี้คุณอาจจะมีคำตอบแล้วก็ได้ คุณอาจจะคิดว่า ฉันไม่รู้หรอกว่าคุณจะคิดยังไง แต่ผมคิดว่าคนเราใช้ความรู้สึกรับรู้ความงาม จากนั้นผมก็ทำงานเป็นดีไซเนอร์มาเรื่อยๆ และเริ่มค้นพบบางอย่างที่น่าตื่นเต้นมากๆ งานชิ้นแรกๆที่ผมได้ทำก็คืองานออกแบบยานพาหนะ เราได้ทำงานออกแบบที่น่าตื่นเต้นในตอนนั้น และระหว่างนี้เอง เราได้ค้นพบบางสิ่ง หรือผมได้พบบางอย่าง ที่ทำให้ผมทึ่งมากๆ บางทีคุณอาจจะรู้จักมันก็ได้ คุณจำได้ไหมว่าไฟเคยแค่ปิดและก็เปิด แก๊ก แก๊ก ตอนที่คุณปิดประตูรถ? แล้วใครคนหนึ่ง ผมคิดว่าน่าจะเป็นรถ BMW นะ ที่นำเอาไฟที่ค่อยๆดับลงอย่างช้าๆมาใช้เป็นครั้งแรก จำได้มั๊ยครับ? ผมจำได้แม่นทีเดียว คุณจำครั้งแรกได้มั๊ยตอนที่คุณอยู่ในรถ แล้วไฟก็ค่อยๆดับ? ผมจำได้ว่านั่งอยู่ตรงนั้น คิดว่านี่เป็นสิ่งที่วิเศษจริงๆ ตามจริงแล้ว ผมไม่เคยเจอใครสักคน ที่ไม่ชอบไฟที่ค่อยๆดับลงช้าๆ ผมเคยคิดว่า...ความรู้สึกนั้นมันคืออะไรกันนะ?
ผมเลยเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับสิ่งนั้นกับตัวเอง ตอนแรกๆ ผมก็เริ่มถามคนอื่นๆก่อนว่า "คุณชอบมันมั๊ย" "ชอบ" "ทำไมครับ?" และพวกเขาก็บอกว่า "มันรู้สึกธรรมชาติดี" หรือไม่ก็ "มันรู้สึกดี" ผมคิดว่า นั่นไม่ใช่คำตอบที่ดีพอ แล้วเราจะเจาะหาคำตอบให้ลึกเข้าไปกว่านี้ได้อีกไหม เพราะในฐานะที่เป็นดีไซเนอร์ ผมต้องการคำ ต้องการสิ่งที่สื่ออกมาได้ ว่าสิ่งเหล่านี้นั้นมันทำงานยังไง แล้วผมก็ทำการทดลองบางอย่าง แล้วก็รู้ทันทีเลยว่า มีบางอย่างที่ผลักดันให้เกิดปรากฎการณ์อย่างนั้นเลย ความรู้สึกระหว่างที่ไฟค่อยๆดับใน 6 วินาที นั่นเลย คุณรู้ไหมครับว่ามันคืออะไร? มีใครรู้มั๊ยครับ?
สังเกตไหมครับ เราใช้สิ่งนี้ สิ่งที่เกี่ยวกับความคิด ส่วนที่ช้าของสมอง แต่สิ่งนั้นไมใช่ความคิดครับ แต่เป็นความรู้สึก ผมอยากจะให้คุณช่วยทำอะไรอย่างนึง? จากนี้ต่อไป 14 นาที ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ คุณช่วยใช้ความรู้สึกรับรู้ถึงสิ่งต่างๆได้ไหมครับ?
ผมอยากให้คุณใช้ความรู้สึกมากว่าความคิด ผมเองรู้สึกถึงความผ่อนคลาย ที่แต้มด้วยความคาดหวัง และสิ่งที่ผมพบก็คือ การละครหรือโรงละครนั่นเอง ตามจริงแล้วมันเกิดขึ้นระหว่างนี้แหละครับ ตอนที่ไฟค่อยๆดับลงใน 6 วินาที และในตอนนั้นเอง คุณกำลังนั่งอยู่ที่นั่น คิดในใจว่า... "โอไม่นะ ละครจะเริ่มแล้วเหรอเนี่ย" หรือคุณอาจจะกำลังคิดว่า "ดีจัง ฉันอยากดูมาตั้งนานแล้ว" รู้สึกถึงความคาดหวังในนั้นมั้ยครับ? ผมไม่ใช่นักประสาทวิทยาก็จริง ผมไม่รู้หรอกว่ามีสิ่งที่เรียกว่า ปฏิกิริยาตอบกลับแบบมีเงื่อนไขหรือเปล่า แต่อาจจะมีก็ได้นะครับ เพราะว่าคนที่ผมเคยคุยด้วยซึ่งอยู่แถบซีกโลกเหนือ ที่เคยไปดูละครมีความรู้สึกถึงปฏิกิริยาตอบกลับนั้น และบางคนที่ผมคุยด้วย คนที่ไม่เคยดูหนังหรือไปโรงละครมาก่อน กลับไม่รู้สึกอย่างเดียวกัน ทุกคนชอบ...ใช่ แต่บางคนอาจจะชอบมากกว่าอีกคนหนึ่ง
สิ่งนี้เลยทำให้ผมคิดไปถึงมุมมองที่ต่างไปจากเดิม เราไม่ได้ใช้ความรู้สึก แต่เราคิดว่าความสวยงามนั่นขึ้นอยู่กับระบบลิมบิก (Limbic system) ในสมอง ถ้าทฤษฎีดังกล่าวยังไม่ล้าสมัยเกินไป ระบบที่ว่าก็คือส่วนที่เป็นศูนย์กลางที่ควบคุมความพึงพอใจของคนเรา และอาจเป็นได้ว่าสิ่งที่ผมเห็น รับรู้ และรู้สึกนั้น ก้าวข้ามส่วนที่เป็นความคิดของผม ส่วนที่เชื่อมระบบความรู้สึกกับสิ่งเหล่านั้น สั้นกว่าส่วนที่เชื่อมกับส่วนที่เป็นความคิด หรือคอร์เท็กซ์ (Cortex) การรับรู้ไปถึงความรู้สึกก่อน แล้วเราจะทำให้ส่วนนั้นทำงานได้ยังไง? และส่วนนั้นจะตอบสนองได้มากเท่าใดนั้น ก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เรารู้อยู่แล้ว หรือสิ่งที่เรากำลังจะเรียนรู้เกี่ยวกับบางสิ่งกันแน่?
นี่เป็นสิ่งที่สวยงามที่สุดที่ผมเคยรู้มา นี่คือถุงพลาสติกถุงนึง ผมมองมัน แต่ไม่มีความสวยงามเอาซะเลย จากนั้นผมจึงพบ หลังจากที่ผมรู้มาแล้ว ว่าเมื่อนำถุงใบนี้ไปวางไว้ในโคลนสกปรก หรือลำน้ำที่มีคลอโรฟอร์ม หรือสิ่งที่น่าขยะแขยงต่างๆ แล้วน้ำที่สกปรกเหล่านั้น จะซึมผ่านถุงพลาสติกเข้าไป กลายเป็นน้ำสะอาดบริสุทธิ์ที่สามารถดื่มได้ และในทันใดนั้น ถุงพลาสติกใบนี้ ก็ดูสวยงามขึ้นมาทันที
ตอนนี้ผมจะถามพวกคุณอีกครั้ง ให้กลับไปใช้ส่วนที่เป็นความรู้สึกของคุณ คุณช่วยเอาส่วนที่เป็นความคิดทั้งหมดออกไปได้มั้ยครับ ผมอยากจะให้คุณรู้สึกถึงบางอย่าง ดูนี้สิครับ คุณรู้สึกมั้ย? สวยมั้ยครับ น่าตื่นเต้นหรือเปล่า ผมกำลังมองดูหน้าพวกคุณอยู่ มีท่านสุภาพบุรุษท่านหนึ่งกำลังทำหน้าเบื่อหน่าย และสุภาพสตรีบางท่านที่ดูท่าทางสนใจ กำลังหาความหมายในสิ่งที่กำลังมองดูอยู่ บางทีอาจจะมีความไร้เดียงสาอยู่ในนั้นก็ได้ ตอนนี้ผมกำลังจะบอกคุณว่ามันคืออะไร พวกคุณพร้อมมั้ยครับ นี่คือสิ่งที่ถูกวาดขึ้นในช่วงสุดท้ายของชีวิต โดยเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง อายุห้าขวบ ก่อนที่เธอจะเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งกระดูกสันหลัง นี่เป็นสิ่งสุดท้ายที่เธอทำ เป็นการกระทำครั้งสุดท้าย มองดูรูปภาพสิครับ มองดูความไร้เดียงสา มองความสวยงามที่อยู่ในนั้น ทีนี้สวยรึยังครับ?
หยุดอยู่ตรงนั้นก่อน คุณรู้สึกยังไงบ้างครับ? คุณรู้สึกตรงไหน? ผมรู้สึกตรงนี้ครับ ตรงนี้ ผมกำลังมองดูหน้าพวกคุณอยู่ เพราะหน้าสามารถบอกบางสิ่งกับเราได้ ตามจริงมีสุภาพสตรีตรงนั้นกำลังร้องไห้อยู่ ตอนนี้พวกคุณกำลังทำอะไรครับ? ผมมองในสิ่งที่ผู้คนกระทำ ผมมองดูใบหน้าพวกเขา ผมเฝ้าดูปฏิกิริยา เพราะผมจำเป็นต้องรู้ว่าผู้คนตอบสนองต่อสิ่งต่างๆยังไง ใบหน้าที่ผมเจอบ่อยที่สุด ตอนนี้ใบหน้านั้นกำลังเผชิญกับความงาม อะไรบางอย่างที่รสเลิศเหลือล้น เป็นใบหน้าที่ผมเรียกว่า "โอ้พระเจ้า" อีกอย่าง ใบหน้านั้นไม่ใช่ใบหน้าที่แสดงความพึงพอใจนะครับ ไม่ใช่ใบหน้าที่บอกว่า "โอ้...วิเศษจริงๆ" แต่เป็นหน้าที่คิ้วเป็นแบบนี้ครับ กับตาที่เบิกโพลง และปากเปิดกว้าง นั้นไม่ใช่สีหน้าแสดงความสุขนะครับ แต่มีอย่างอื่นอยู่ในนั้นด้วย เป็นบางอย่างที่แปลกประหลาดกำลังเกิดขึ้น อาจจะมีความพอใจปนอยู่ในนั้นด้วย พร้อมกับสิ่งต่างๆที่ประดังเข้ามา
ความรู้สึก"แปล๊บ" คือคำที่ผมชอบใช้ในฐานะดีไซเนอร์ คำนั้นหมายถึงบางอย่างที่จุดให้เกิดการตอบสนองทางอารมณ์ที่รุนแรง บ่อยครั้งเป็นการตอบสนองอารมณ์เศร้าครับ นั่นคือสิ่งที่เราทำ มันไม่ใช่เฉพาะสิ่งที่ดีๆเท่านั้นครับ แต่เป็นอะไรที่ขัดแย้งกัน เป็นพาราด็อกซ์ ของความงามครับ โดยการรับรู้แล้ว เรารับสิ่งต่างๆเข้ามา ผสมปนเปทั้งดี ร้าย น่าตื่นเต้น น่ากลัว เพื่อเผชิญหน้ากับการรับรู้ ซึ่งเป็นการรับรู้ว่าอะไรกำลังเกิดขึ้น ความรู้สึกเศร้าสงสารปรากฎให้เห็นชัด เมื่อพวกคุณมองภาพวาดของเด็กผู้หญิงคนนั้น อีกทั้งความรู้สึกถึงชัยชนะ ความรู้สึกยอดเยี่ยมเหนือธรรมชาติ ความคิดที่ว่า "ฉันนึกไม่ถึงเลย ไม่เคยรู้มาก่อน" สิ่งที่ว่าก็รวมอยู่ในความรู้สึกนั้นด้วยครับ และในขณะที่เรารวบรวมสิ่งเหล่านี้เข้าด้วยกัน จากมุมมองของนักออกแบบแล้ว ผมรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก เพราะสิ่งเหล่านี้ อย่างที่บอกไปแล้ว อาจดูเหมือนว่าสิ่งเหล่านั้นมาที่สมองก่อน ก่อนที่จะเข้าไปถึงความคิด ก่อนที่เราจะสามารถควบคุมอะไรได้ ก็เกิดปฏิกิริยาทางเคมีขึ้น
ทีนี้สิ่งที่ผมสนใจก็คือ เป็นไปได้ไหมที่จะแยก ระหว่างความงามซึ่งอยู่ภายในกับภายนอก? สิ่งที่ผมหมายถึงความงามภายในก็คือ สิ่งที่สวยงามเกินคำบรรยาย สิ่งที่สวยไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม หายากจริงๆครับ บางทีคุณอาจจะมีตัวอย่างก็ได้ ยากจริงๆครับที่จะหาสิ่งหนึ่ง ซึ่งดูแล้วสวยสำหรับทุกคน เป็นสิ่งที่เห็นแล้วสวยงามมากๆ โดยที่ไม่ต้องมีข้อมูลในสมองมาก่อน เพราะฉะนั้นอาจพูดได้ว่าหลายอย่างสวยงามที่ภายนอก ซึ่งถูกกำหนดโดยข้อมูลที่มีมาก่อนแล้ว ก่อนความเข้าใจ หรือโดยข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้เบื้องลึกข้างหลัง อย่างภาพวาดของเด็กหญิงที่ผมเอาให้คุณดูเมื่อครู่นี้
ที่นี้เมื่อพูดถึงความงามแล้ว เราไม่อาจหลีกหนีความจริงที่ว่า เราได้ทำการทดลองหลายอย่างตามหลักการนี้ กับใบหน้าของคน แล้วเราได้อะไรมาครับ ตามความคิดของผมแล้ว คำพูดที่น่าเบื่อหน่ายที่สุดคือ คำพูดที่ว่าความสวยงามนั้นอยู่ที่ความสมส่วนหรือสมมาตร เห็นได้ชัดว่านั่นเป็นคำพูดที่ไม่ถูกต้อง สิ่งนี้น่าสนใจครับ หน้าครึ่งหนึ่งถูกโชว์ให้คนดู เพื่อนำไปจัดลำดับว่า หน้าไหนสวยมากที่สุดไปจนถึงน้อยที่สุด แล้วเมื่อใบหน้าทั้งหมดถูกเปิดออก พวกเขาพบว่าเป็นความบังเอิญจริงๆ ฉะนั้นความสวยงามไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสมส่วนหรือสมมาตรครับ ความจริงแล้ว ผู้หญิงคนนี้มีใบหน้าที่ไม่สมมาตรกัน ใบหน้าทั้งสองด้านสวยเหมือนกัน แต่ก็แตกต่างกันเช่นเดียวกัน
และในฐานะที่เป็นดีไซเนอร์ ผมอดไม่ได้ที่จะคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ฉะนั้นผมจึงแยกใบหน้าส่วนต่างๆออกจากกัน หรืออะไรอย่างนั้น และพยายามทำความเข้าใจว่าองค์ประกอบของคนเราคืออะไร แต่พยายามใช้ความรู้สึกไปด้วย ที่นี้ก็ผมรู้สึกถึงความรู้สึกของความปิติและก็ความสวยงาม ถ้าผมมองดูที่ดวงตา คิ้วไม่ได้มีส่วนกับความรู้สึกของผม เช่นเดียวกับรูหู ฉะนั้นผมจึงไม่แน่ใจว่าทำแบบนี้แล้วจะช่วยผมได้มากน้อยแค่ไหน แต่ก็มันช่วยนำผมให้เข้าใจในจุดอื่นๆ ว่าสัญญาณรับรู้ความงามจะปิดลงเมื่อใด อย่างที่ผมบอก ผมไม่ใช่นักประสาทวิทยา แต่ในการทำความเข้าใจว่าผมสามารถรับรู้ถึงสิ่งต่างๆได้ยังไง ก่อนที่สิ่งนั้นจะผ่านไปถึง ส่วนที่ต้องใช้ความคิด และทำให้ผมรับรู้ถึงส่วนที่เป็นความสุขก่อนที่ความคิดจะเข้ามามีส่วน
เอนายส์ นิน (Anais Nin) และคัมภีร์ของชาวยิว (Talmud) ได้บอกเราหลายต่อหลายครั้ง ว่าสิ่งที่เราเห็นนั้นไม่ได้บอกว่าสิ่งที่เราเห็นเป็นอย่างไร แต่บ่งบอกเราเป็นอย่างไรต่างหาก ผมจะไม่บอกคุณตรงๆ ว่าสิ่งใดสวยสำหรับผม นี่คือรถรุ่น F1 MV Agusta อืม.... มันดู...ผมหมายความว่า ผมอธิบายไม่ถูกจริงๆ ว่าสิ่งนี้นี่มันสวยงามแค่ไหน แต่ผมรู้ว่าทำไมมันถึงดูสวยสุดบรรยายสำหรับผม นั่นเพราะว่ารถนี้เป็นตำนานที่ประกอบเข้าด้วยกัน สิ่งต่างๆที่ประกอบเข้าด้วยกันเป็นระดับชั้น รถคันนี้เป็นเพียงผลพวงจากสิ่งต่างๆที่มาในรูปแบบของกายภาพ แต่ตามจริงแล้วมันหมายถึงสิ่งที่ลึกเข้าไปกว่านั้น มันหมายถึง ตำนาน การกีฬา และรายละเอียดต่างๆที่ประกอบกันชั้นแล้วชั้นเล่า ซึ่งสะท้อนให้เห็น ผมหมายความว่า หากจะให้ผมยกตัวอย่างตอนนี้ เช่น ผมรู้เกี่ยวกับการไหลของก๊าซหรือของเหลวเมื่อพูดถึงวัตถุความเร็วสูง และรถคันนี้ก็ทำหน้าที่นั้นอย่างสมบูรณ์ คุณเห็นใช่มั้ยครับ สิ่งนั้นคือสิ่งที่ทำให้ผมตื่นเต้นสุดๆ ผมรู้สึกตรงนี้ครับ
สิ่งนี้ คือเคล็ดลับสุดยอดของการออกแบบยานพาหนะครับ มันเป็นการจัดฉากของสิ่งต่างๆ มันไม่เกี่ยวกับลักษณะรูปร่าง แต่เกี่ยวกับว่ารูปร่างนั้นสะท้อนกับแสงอย่างไร รถคันนี้ เมื่อคุณเคลื่อนจะเห็นว่าแสงจะสะท้อนจากวัตถุ ฉะนั้นมันจึงกลายเป็นวัตถุที่เคลื่อนไหวได้ ถึงแม้ว่าตัวมันเองจะไม่ได้เคลื่อนที่ก็ตาม อันเป็นผลมาจากแสงสะท้อนที่ตกกระทบแวววาวกับวัตถุ ที่วางเท้าเล็กๆนี้ สำหรับคนขับแล้ว หมายถึงบางอย่างที่มากกว่านั้น ในกรณีนี้ โซ่ขับเคลื่อนที่ 300 ไมล์ต่อ ชม. เห็นจะได้ โดยรับแรงมาจากเครื่องยนต์ ผมกำลังรู้สึกตื่นเต้นแล้วตอนนี้ เมื่อความคิดและสายตาของผมมองไปที่สิ่งเหล่านี้
สิ่งนี้ที่ฉาบด้วยไทเทเนียมแลคเกอร์ ผมบอกไม่ถูกเลยจริงๆว่ามันยอดเยี่ยมแค่ไหน นี่คือสิ่งที่ทำให้ชิ้นโลหะต่างๆไม่หลุดออกเป็นชิ้นๆ เมื่อล้อเคลื่อนไปด้วยความเร็วสูง ผมเริ่มที่จะอินเข้าไปทุกที และแน่นอนที่สุด รถแข่งจักรยานยนต์จะไม่มีขาตั้ง แต่คันนี้เป็นรถจักรยานยนต์ทั่วไปครับ ขาตั้งจะหายไปเมื่อถูกพับเข้าไปในช่องว่างเล็กๆ มันจึงหายไป ผมบอกไม่ถูกจริงๆว่าการที่จะทำให้หม้อน้ำโค้งเข้าไปแบบนั้นยากแค่ไหน คุณอาจสงสัยว่าแล้วทำไมต้องทำแบบนั้นด้วย? นั่นเพราะว่าผมรู้ว่าเราต้องการที่จะทำให้ล้อเหล่านั้นเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้นด้วยหลักอากาศพลศาสตร์ มันแพงขึ้น ใช่ แต่มันก็ยอดเยี่ยมด้วย สรุปแล้วก็คือ สุดยอดจริงๆ ท่านเคานท์ออกัสต้า (Count Augusta) จากประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของสิ่งๆนี้
ส่วนที่คุณมองไม่เห็นนั่นแหละก็คือส่วนที่รังสรรค์สิ่งนี้ให้เกิดขึ้นมา มาสซิโม ทัมบูลินี (Massimo Tamburini) หรือที่เขาเรียกกันในอิตาลีว่า "อัจฉริยะท่อน้ำ" เช่นเดียวกับ "ปรมาจารย์" นั่นเพราะว่าเขาเป็นนักวิศวกร และจิตรกรกับช่างแกะสลักไปพร้อมๆกัน ไม่มีคำอื่นใดที่จะใช้เรียกแทนเขาได้เลย นึกไม่ออกจริงๆครับ
แต่โชคร้ายที่ความชอบของผมเช่นเดียวกับคนอื่นๆ ตรงถูกประนีประณอมหรือปรับอยู่เสมอ เมื่อพูดถึงเรื่องความงาม เราต้องจำยอมรับมัน ฉะนั้นผมจึงต้องเริ่มด้วยสิ่งง่ายๆ ผมจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ผมต้องมีตัวช่วยอื่นๆอยู่เสมอครับ และตอนนี้เองที่ส่วนที่ต้องประนีประนอมหรือต้องปรับเข้ามีบทบาท ลองมองดูใบหน้าของหญิงคนนี้สิครับ ผมจำเป็นต้องปรับตรงนั้นหน่อย ผมต้องเลื่อนส่วนนี้ อาจจะออกไปซักหนึ่งมิลลิเมตร ไม่มีใครสังเกตุเห็น ยังหรอกใช่มั้ยครับ คุณเห็นมั้ยครับว่าผมทำอะไรลงไป ผมเลื่อนสามส่วนไปอย่างละหนึ่งมิลลิเมตร ตอนนี้สวยแล้วใช่มั้ยครับ? สวยมั้ยครับ บางทีอาจจะสวยน้อยลง แต่แน่นอนที่สุด ผู้บริโภคอาจจะบอกว่ามันไม่ได้แตกต่างกันเท่าไหร่ นั่นแปลว่าทำแบบนี้โอเคใช่มั้ยครับ เลื่อนไปอีกหนึ่งมิลลิเมตรล่ะ? ไม่มีใครจะมาสังเกตุเห็นส่วนแยกและความเปลี่ยนแปลงนั้นได้ และมันง่ายอย่างนั้นแหละครับที่จะสูญเสียความงามไป เพราะว่าความงามนั้นสร้างได้ยากจริงๆ มีไม่กี่คนที่ทำได้ แม้แต่คนกลุ่มเล็กๆก็ไม่สามารถทำได้ เลิกพูดถึงทีมงานไปเลยครับ ถ้าจะให้พูด ความงามนั้นสร้างจากคอร์เท๊กซ์ในสมองครับ ในการที่จะรังสรรค์สิ่งต่างๆเหล่านั้นได้ในเวลาเดียวกัน
นี่คือขวดน้ำที่สวยขวดหนึ่งครับ พวกคุณบางคนอาจจะรู้แล้วก็ได้ ขวดนี้ถูกออกแบบโดยนักออกแบบชื่อรอส เลิฟโกรฟ (Ross Lovegrove) นี่คือตัวอย่างหนึ่งที่สวยงามจากภายใน สิ่งนี้ ตราบใดก็ตามที่คุณรู้ว่าคุณสมบัติของน้ำเป็นอย่างไร คุณก็จะสามารถสัมผัสถึงปะสบการณ์ความงามของสิ่งนี้ได้ สิ่งนี้สวยเพราะเป็นตัวแทน ของบางสิ่งที่สดชื่น เพลิดเพลิน และกลมกล่อม ผมอาจจะชอบมันมากกว่าคุณชอบก็ได้ครับ เพราะผมรู้ว่ามันยากแค่ไหนที่จะทำให้ออกมาได้แบบนี้ เป็นสิ่งที่ทำได้ยากจนบอกไม่ถูก ที่จะทำให้บางสิ่งได้รับแสงที่หักมุมสะท้อนแบบนั้น แสงสะท้อนออกมาจากวัตถุได้อย่างลงตัว มันสะท้อนไปตามเส้นโดยที่ไม่ตกกระทบลงโดยตรง ภายใต้สิ่งนี้ คือเรื่องราวดั่งนิยายของหงส์ทอง มันคือสิ่งหลายล้านอย่างที่ยากที่จะรังสรรค์ขึ้นมา ขอโค้งคำนับให้เลยครับ นี่คือตัวอย่างที่ยอดเยี่ยม มันเป็นวัตถุเรียบง่ายเท่านั้น สิ่งที่ผมเอาให้คุณดูก่อนหน้านี้ แน่นอนครับ เป็นสิ่งที่ซับซ้อนเอามากๆ สิ่งเหล่านั้นคือสิ่งที่สร้างสรรค์ภายใต้ความงาม โดยวิธีทางที่แตกต่างกันเล็กน้อย และเพราะเหตุผลนี้เอง
พวกคุณทุกคน เช่นเดียวกับผม จึงมีความสุขเมื่อได้เห็นนักบัลเล่ต์เต้นระบำ และส่วนที่ทำให้เกิดความสุขที่ว่านั้น คุณก็รู้ว่ามันยากแค่ไหน คุณอาจรู้ว่าบัลเล่ต์นั้นมันเจ็บแค่ไหน ใครเคยเห็นนิ้วเท้าของนักบัลเล่ต์แล้ว ตอนที่เลิกพอยท์เท้าแล้วบ้าง ขณะที่นักเต้นยกเท้าขึ้นข้างหนึ่งได้อย่างสง่านิ่มนวลนั้น แล้วคุณเห็นอะไร บางอย่างเลวร้ายกำลังเกิดขึ้นข้างล่างนี้ครับ ความเข้าใจดังกล่าว ทำให้เรารับรู้ได้ดียิ่งขึ้น ถึงความงามว่าแท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้น
ตอนนี้ผมได้ใช้หนึ่งในล้านของวินาทีผิดไป อย่าสนใจมันเลยครับ สิ่งที่ผมจะต้องทำตอนนี้ก็คือ รู้สึกอีกครั้ง สิ่งที่ผมต้องทำก็คือสะสมเอนไซม์ที่ว่าให้มากพอ ซึ่งเป็นสิ่งที่จะเป็นตัวจุดประกายบางอย่างให้เกิดขึ้น สิ่งที่เป็นตัวดึงดูดคุณ ไม่ใช่ด้วยความคิด แต่ด้วยความรู้สึก ฉะนั้นตอนนี้เราจะทำการทดลองอย่างหนึ่งครับ คุณพร้อมรึยังครับ ผมจะเอาบางอย่างให้คุณดูแว๊บนึง พร้อมรึยังครับ โอเคนะครับ คุณคิดว่านั่นเป็นจักรยานรึเปล่าครับตอนที่ผมเอาให้คุณดูแว๊บแรก มันไม่ใช่ครับ ทีนี้บอกผมมาครับ คูณคิดว่าชั่ววินาทีนั้นที่คุณเห็นเร็วมั้ยครับ ใช่ คุณคิดว่ามันทันสมัยมั้ยครับ ใช่คุณคิดเช่นนั้น ชั่ววินาทีนั้น ข้อมูลนั้น คุณได้รับรู้ก่อนหน้านั้นแล้ว เพราะว่าสมองเริ่มทำงาน ณ ตอนนั้น ที่ซึ่งสมองต้องจัดการกับข้อมูลที่มีอยู่แล้ว ที่น่าทึ่งก็คือ รถมอเตอร์ไซค์คันนี้ถูกออกแบบขึ้นโดยอาศัยหลักการดังกล่าว เพื่อเบี่ยงเบนหรือปรับการรับรู้โดยเฉพาะ โดยปรับให้รู้สึกว่ามันเป็นเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและดีสำหรับคุณ ให้ความรู้สึกเบาและเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งในอนาคต
แล้วทำแบบนี้มันผิดมั้ยครับ? ในกรณีนี้ไม่ผิดเลยครับ นั่นเพราะว่ามันเป็นเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับระบบนิเวศน์ธรรมชาติ แต่คุณก็ถูกครอบงำด้วยภาพของชั่วแว๊บแรกที่คุณเห็นมัน เราถูกครอบงำด้วยภาพของช่วงเวลาเพียง 2-3 วินาที และเวลานี้เองที่กำหนดว่างานส่วนใหญ่ของผม จะชนะหรือแพ้ สิ่งนั้นที่วางอยู่บนชั้นวางของ จะชนะหรือแพ้ก็ขึ้นอยู่กับชั่วแว๊บแรกนั้น คุณอาจจะเห็นสิ่งของ 50, 100, 200 ชิ้นบนชั้นก็ได้ ขณะที่คุณเดินไปตามทาง และผมต้องทำงานโดยอาศัยหลักการหรือชั่ววินาทีนั้น เพื่อทำให้แน่ใจว่าสินค้าของผมจะไปถึงคุณก่อน
และในที่สุด ส่วนที่ผมโปรดที่สุดของหลักการนี้ ผมแน่ใจว่า คุณบางคนอาจจะคุ้นเคยกับสิ่งนี้ก็เป็นได้ สิ่งที่วิเศษที่สุดเกี่ยวกับสิ่งนี้ และสิ่งที่ผมอยากจะกลับมาพูดถึงอีก ก็คือการนำสิ่งที่คุณเบื่อหรือเกลียดที่จะทำ เช่น การพับผ้า เป็นต้น แล้วถ้าคุณพับผ้าจริงๆ ใครจะทำแบบนั้นได้บ้าง จะมีใครที่ลองทำแบบนี้มั้ย ใช่? มันวิเศษใช่มั้ยล่ะครับ? ดูสิครับ อยากดูอีกมั้ยครับ? ไม่มีเวลาแล้ว นาฬิกาบอกผมว่าเหลืออีก 2 นาที ผมเลยให้ดูอีกไม่ได้ ลองไปที่เว็บ YouTube ครับ เซริชคำว่า "พับเสื้อยืด" (Folding T-Shirt) ลงไป นั้นเป็นวิธีที่วัยรุ่นรายได้น้อยเขาพับผ้ากันแหละครับ บางทีคุณอาจจะไม่ได้ "รู้" ก็ได้ แต่คุณ รู้สึก ยังไงบ้างล่ะครับ? มันรู้สึกวิเศษทีเดียวใช่มั้ย เวลาที่คุณทำแบบนั้นได้ ลองไปทำดูนะครับ แล้วเวลาที่คุณบอกเรื่องนี้กับคนอื่น อย่างที่คุณอาจจะทำไปแล้วก็ได้ คุณก็จะดูฉลาดเอามากๆเลย ความรู้ที่อยู่รอบๆตัวเรา เป็นสิ่งที่ได้มาโดยไม่ต้องเสียสตางค์ เพราะว่าความรู้นั้นฟรี เป็นสิ่งที่รวบรวมเข้าด้วยกัน แล้วผลลัพธ์คืออะไร?
รูปแบบนั้นตามฟังก์ชั่นหรือ? อาจจะเป็นบางครั้งเท่านั้นครับ แท้จริงแล้วรูปแบบคือฟังก์ชั่น มันให้ข้อมูลกับเรา มันบอกเรา มันให้คำตอบต่างๆกับเราก่อนที่เราจะคิดถึงมันเสียอีก เพาะอย่างนี้ผมจึงเลิกที่จะใช้คำว่า "รูปแบบ" และก็เลิกใช้คำว่า "ฟังก์ชั่น" ในฐานะดีไซเนอร์ สิ่งที่ผมพยายามให้ได้มาตอนนี้ก็คือ ระบบการทำงานในระดับอารมณ์ความรู้สึกของสิ่งต่างๆ เพราะหากว่าผมจับจุดๆนั้นได้ถูกต้องแล้ว ผมก็จะสามารถบรรดาลสิ่งต่างๆให้สวยงามได้ และทำแบบนั้นได้ต่อไปเรื่อยๆ คุณก็รู้ว่าธรรมชาติผลิตภัณฑ์และการบริการเป็นอย่างไร เพราะว่าคุณเป็นเจ้าของสิ่งเหล่านั้นอยู่แล้ว มันเป็นสิ่งที่คุณต้องคว้าเอาไว้ก่อนตอนที่บ้านเกิดไฟไหม้ มันคือการสร้างความสัมพันธ์ทางอารมณ์ ระหว่างสิ่งๆนั้นกับตัวคุณ เป็นตัวจุดประกายปฏิกิริยาเคมี ที่เกิดขึ้นก่อนที่คุณทันจะคิดถึงมันเสียอีก
You can share this video by copying this HTML to your clipboard and pasting into your blog or web page. This video will play with subtitles.
You either have JavaScript turned off or have an old version of the Adobe Flash Player. To view this rating widget you
need to get the latest Flash player.
If your browser allows only "trusted sites" to execute Javascript, you should add the "googleapis.com" domain to your whitelist to allow our Flash detection to work properly.
Got an idea, question, or debate inspired by this talk? Start a TED Conversation.
เรื่องราวแห่งงานของศิลปะ หน้าตา และสิ่งที่ถูกออกแบบขึ้น เราจะบอกได้อย่างไรว่าสิ่งใดสวยงาม และเหตุใดความงามจึงสำคัญกับคนเรานัก ริชาร์ดซีมัวร์ ดีไซเนอร์ผู้ซึ่งจะนำพาเราไปเสาะหาการตอบสนองของคนเราที่มีต่อความงามและพลังอันน่าตื่นตาตื่นใจของสิ่งอันดำรงไว้ซึ่งความงามเหล่านั้น
As a partner in seymourpowell, Richard Seymour designs idea-driven products -- from household goods to trains and motorcycles. Full bio »
Translated into Thai by Jenisa Belardo
Reviewed by Pattapon Kasemtanakul
Comments? Please email the translators above.
15:33 Posted: Nov 2010
Views 971,093 | Comments 362
18:09 Posted: Dec 2008
Views 271,999 | Comments 49
12:41 Posted: Mar 2009
Views 583,687 | Comments 32
Just follow the guidelines outlined under our Creative Commons license.
This comment will be attributed to . Not ? Sign Out.