ที่แล้วมา มีช่องว่างชัดเจนระหว่างสิ่งที่เราคิดว่า เป็นระบบของสิ่งไม่มีชีวิต และเป็นระบบของสิ่งมีชีวิต และเราก็บอกว่า นี่เป็นก้อนผลึกที่สวยงาม และซับซ้อนแต่ไร้ชีวิต และนี่เป็นแมว ที่ก็สวยงามและซับซ้อน อยู่ที่อีกข้างนึง กว่าร้อยห้าสิบปีที่ผ่านมา เส้นแบ่งทางวิทยาศาสตร์นี้เริ่มที่จะไม่ชัดเจน ระหว่างระบบสิ่งไม่มีชีวิตและสิ่งมีชีวิต และเราก็เริ่มคิดว่า มันน่าจะมีความต่อเนื่อง ระหว่างสองระบบนี้ เราลองมาดูกันสักตัวอย่างนะครับ ไวรัสเป็นสิ่งที่เป็นธรรมชาติ ใช่ไหมครับ แต่ว่ามันเรียบง่ายมาก ช่างเรียบง่่าย มันไม่ได้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ทุกข้อ มันไม่ได้มีคุณลักษณะทั้งหมด ที่กลุ่มสิ่งมีชีวิตมี และที่จริง มันเป็นปรสิตบนสิ่งมีชีวิตอื่น เพื่อที่จะสืบพันธ์ุและมีวิวัฒนาการ
แต่สิ่งที่เรากำลังจะพูด ในคืนนี้ เป็นการทดลองที่ทำกับ ระบบสิ่งไม่มีชีวิตในปลายสุดของสเปกตรัมนี้ ซึ่งเราได้ทำการทดลองทางเคมีในห้องทดลอง ผสมส่วนผสมไม่มีชีวิตเข้าด้วยกัน เพื่อที่จะสร้างโครงสร้างใหม่ และ โครงสร้างใหม่เหล่านี้อาจจะมี คุณสมบัติอะไรบางอย่างของสิ่งที่มีชีวิต สิ่งที่ผมต้องพูดอยู่นี่ก็คือ เราพยายามจะสร้าง ชีวิตสังเคราะห์
แล้ว คุณสมบัติที่ผมพูดถึงอยู่นี่มันคืออะไรบ้างหล่ะ มันก็คือสิ่งเหล่านี้ครับ ก่อนอื่นเลย เราคิดว่าชีวิตต้องมีโครงร่าง ทีนี้ ที่สำคัญคือมันจะต้องแยกตัวมัน ออกจากสิ่งแวดล้อม แล้วชีวิตก็ต้องมี เมตาบอลิซึม ซึ่งมันก็คือ กระบวนการที่ชีวิตสามารถเปลี่ยนทรัพยากร จากสิ่งแวดล้อมไปเป็นส่วนประกอบของมันได้ เพื่อที่มันจะสามารถดำรงอยู่และสร้างตัวมันเองได้ ชีวิตต้องมีการส่งผ่านถ่ายทอดข้อมูล ทีนี้ เราในฐานะมนุษย์ เราเก็บข้อมูลของเรา ในรูปแบบของ ดีเอ็นเอ ในจีโนมของเรา และเราก็ส่งผ่านข้อมูลนี้ให้ลูกหลานของเรา ถ้าเราจับเอาสองคุณสมบัติแรก -- โครงร่างและเมตาบอลิซึม เราได้ความคิดที่จะสร้างระบบที่ บางทีสามารถที่จะเคลื่อนไหว และเพิ่มจำนวนได้ และถ้าเรารวมสองอย่างนี่เข้ากับคุณสมบัติการถ่ายทอดข้อมูล เราก็จะได้ระบบที่น่าจะมีลักษณะ คล้ายกับชีวิต และบางทีอาจจะมีวิวัฒนาการได้ด้วย และนี่คือสิ่งที่เราพยายามจะลองทำดู ในห้องทดลองของเรา ทำการทดลองที่เกี่ยวข้อง กับคุณสมบัติสักหนึ่งหรือหลายๆข้อของชีวิต
แล้วเราทำได้อย่างไรหล่ะ เราใช้ตัวอย่างที่เราเรียกมันว่า โปรโตเซลล์ พวกคุณอาจคิดก็ได้ว่ามันเป็นเหมือนกับ เซลล์ตั้งต้น มันเป็นสารเคมีธรรมดาๆ ตัวอย่างของเซลล์สิ่งมีชีวิต และถ้าคุณคิดตัวอย่างเซลล์ในร่างกายของคุณ มันต้องพึ่งพาโมเลกุลมากมายเป็นล้านๆชนิด ประกอบเข้าด้วยกัน ทำงานร่วมกันในระบบที่ซับซ้อน เพื่อที่จะให้เราดำรงชีวิตได้ ในห้องทดลอง สิ่งที่เราต้องการทำนั้น เป็นอะไรที่คล้ายกันมาก แต่พึ่งพาโมเลกุลต่างๆแค่ประมาณสิบกว่าชนิด ความซับซ้อนลดลงอยากมาก แต่ถึงอย่างนั้น เราก็พยายามสร้างสิ่งที่หน้าตาคล้ายๆกับชีวิต สิ่งที่เราทำก็คือ เราเริ่มจากสิ่งที่เรียบง่าย และค่อยต่อยอดมันขึ้นไปถึงระบบของสิ่งมีชีวิต ลองพิจารณาคำพูดนี้สักนิดนะครับ เลอร์ดุค คิดไว้เมื่อหลายร้อยปีก่อน เกี่ยวกับ ชีววิทยาสังเคราะห์ ว่า "การสังเคราะห์ชีวิต ถ้ามันเป็นไปได้ มันก็ไม่น่าจะเป็นการค้นพบที่น่าตื่นเต้น โดยความคิดตามปกติแล้ว" นั่นเป็นประโยคแรกของเขา ซึ่งถ้าเราสร้างชีวิตได้จริงๆในห้องทดลอง มันก็ไม่น่าจะมีผลกระทบอะไรกับชีวิตเราเลย
"ถ้าเรายอมรับทฤษฎีวิวัฒนาการแล้ว จุดเริ่มต้นของการสังเคราะห์ชีวิตก็ต้องประกอบอยู่ ในกระบวนการสร้างสิ่งที่เป็นจุดกึ่งกลาง ระหว่างโลกของสารอนินทรีย์และสารอินทรีย์ หรือระหว่างโลกของสิ่งไม่มีชีวิต และสิ่งมีชีวิต เป็นการสร้าง ที่เป็นเพียงแค่ส่วนพื้นฐานที่ยังไม่ครบถ้วนในองค์ประกอบของชีวิต" -- นั่นเป็นสิ่งที่เราเพิ่งคุยกันไป-- "ซึ่งสิ่งอื่นๆจะค่อยๆเติมเข้ามา ในกระบวนการของการพัฒนา โดยการกระทำของวิวัฒนาการจากสิ่งแวดล้อม" ฉะนั้นเราเริ่มจากอะไรง่ายๆ เราสร้างโครงสร้างขึ้น ที่อาจมีคุณสมบัติเหล่านี้ของชีวิต และจากนั้นเราก็พยายามพัฒนา ให้มันเป็นเหมือนชีวิตมากขึ้น นี่เป็นวิธีที่เราเริ่มสร้างโปรโตเซลล์ เราใช้ความคิดที่เรียกว่า การรวมเข้ากับตัวเอง ซึ่งหมายถึง เราสามารถผสมมัน เข้ากับสารเคมีอื่นๆในหลอดทดลอง แล้วสารเคมีพวกนี้จะรวมตัวกับพวกเดียวกัน เพื่อที่จะกลายเป็นโครงสร้างที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อที่จะให้โมเลกุล จำนวนนับหมื่น นับแสน เข้ามารวมกัน อยู่ในโครงสร้างที่มีขนาดใหญ่ นั่นมันไม่เคยมีมาก่อน และในตัวอย่างนี้ เรานำสารที่เป็นเยื่อหุ้ม ผสมกันในสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม และภายในไม่กี่วินาที มันเริ่มที่จะสร้าง โครงสร้างที่สวยและซับซ้อน เยื่อหุ้มเหล่านี้ค่อนข้างคล้าย ทั้งด้านกายภาพและหน้าที่ กับเยื่อหุ้มในร่างกายของคุณ และเราก็สามารถใช้พวกมัน เพื่อที่จะสร้างโปรโตเซลล์ของเรา
เช่นเดียวกัน เราสามารถใช้น้ำและน้ำมัน เมื่อคุณผสมมันเข้าด้วยกัน มันจะไม่ผสมกัน แต่รวมกับตัวมันเอง เราสามารถทำให้หยดน้ำมันเล็กๆรวมตัว และเราสามารถใช้มันเป็นโครงร่าง สำหรับสิ่งมีชีวิตสังเคราะห์ หรือโปรโตเซลล์ ดังที่คุณจะได้เห็นต่อไป ถ้าอย่างนั้น มันก็แค่เป็นการสร้างโครงร่างใช่ไหม เป็นสถาปัตยกรรมอะไรสักอย่าง แล้วส่วนอื่นๆที่เป็นระบบของสิ่งมีชีวิตหล่ะ เราจึงสร้างตัวอย่างโปรโตเซลล์นี้ขึ้น ที่ผมกำลังแสดงให้คุณดู เราเริ่มจากดินที่เกิดตามธรรมชาติ เรียกว่า มอนท์มอริลโลไนท์ (montmorillonite) มันเป็นดินจากธรรมชาติ มันสร้างพื้นผิวที่เกิดปฎิกิริยาเคมีได้ มันสามารถเผาผลาญได้ โมเลกุลบางชนิดชอบที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับดินนี้ ยกตัวอย่างเช่น อาร์เอ็นเอ ที่เห็นเป็นสีแดง --มันมีความสัมพันธ์ุกับดีเอ็นเอ มันเป็นโมเลกุลเกี่ยวกับข้อมูลเหมือนกัน -- มันเข้ามา และก็เริ่มที่จะมาอยู่ใกล้ๆ กับพื้นผิวของดินนี้ โครงสร้างนี้สามารถจัดเรียงรูปแบบ ของขอบเขตเยื่อหุ้มรอบๆตัวมันเอง เพื่อที่จะสร้างโครงร่างของ โมเลกุลของเหลวรอบๆตัวมัน ที่แสดงให้เห็นเป็นสีเขียว แค่จากการรวมตัวกันเอง ผสมพวกมันเข้าด้วยกัน เราก็ได้ พื้นผิวที่มีการเผาผลาญ มีโมเลกุลข้อมูล อยู่ข้างในเยื่อหุ้มของมัน ใช่ไหมครับ
และเราก็กำลังจะเดินทางไปสู่ระบบสิ่งมีชีวิต แต่ถ้าคุณเห็นโปรโตเซลล์ คุณอย่าสับสนกับสิ่งที่มีชีวิตนะครับ จริงๆแล้ว มันค่อนข้างที่จะไร้ชีวิต เมื่อมันถูกสร้างขึ้นแล้ว มันไม่ทำอะไรเลย มันมีบางอย่างขาดหายไป อะไรสักอย่าง และสิ่งที่ขาดไปก็คือ ยกตัวอย่าง ถ้าคุณมีการถ่ายทอดพลังงาน ผ่านระบบนั้น สิ่งที่เราต้องการ ก็คือโปรโตเซลล์ ที่สามารถเก็บเกี่ยวพลังงาน ไว้ใช้ดำรงชีวิตของมัน เหมือนกับที่ระบบสิ่งมีชีวิตทำ เราก็เลยสร้างโปรโตเซลล์อีกแบบ ซึ่งจริงๆแล้วเรียบง่ายกว่าแบบแรก ในโปรโตเซลล์นี้ มันเป็นแค่หยดน้ำมัน แต่มี เคมีการเผาผลาญอยู่ข้างใน นั่นทำให้มันสามารถใช้พลังงาน เพื่อที่จะทำกิจกรรม เพื่อที่จะให้มันมีพลวัติ อย่างที่เราเห็นอยู่นี่ เราแค่เติมหยดลงไปในระบบ ในสระน้ำ และโปรโตเซลล์ ก็เริ่มที่จะเคลื่อนไปมาด้วยตัวมันเอง โอเค หยดน้ำมัน รวมตัวกันได้ มีเมตาบอลิซึมเคมีข้างใน และสามารถใช้พลังงานได้ และมันก็ใช้พลังงานเคลื่อนไหวตัวมันเอง ไปรอบๆ
และที่เราได้ยินก่อนหน้านี้ การเคลื่อนไหวสำคัญมาก ต่อระบบสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ มันเคลื่อนไปรอบๆ สำรวจสิ่งแวดล้อม แล้วเปลี่ยนรูปแบบสิ่งแวดล้อม ดังที่คุณเห็น โดยคลื่นสารเคมีที่ถูกสร้างโดยโปรโตเซลล์ ฉะนั้น มันมีพฤติกรรมที่ดูคล้ายๆระบบสิ่งมีชีวิต พยายามที่จะรักษาตัวมันเองไว้ เราเอาโปรโตเซลล์ที่เคลื่อนไหวเหล่านี้มา ลองทำการทดลองอีกอย่าง ให้มันเคลื่อนที่ไปแล้ว แล้วผมก็ หย่อนอาหารให้กับระบบ และคุณก็เห็นว่า ตรงนั้นเป็นสีฟ้า ใช่ไหมครับ และผมก็ใส่แหล่งอาหารลงไป โปรโตเซลล์เคลือนที่ มันเข้าไปยังอาหาร มันปรับแต่งตัวเอง และในที่สุด ก็สามารถที่จะปีนเข้าไปในเขต ที่มีความเข้มข้นของอาหารมากที่สุด และจอดอยู่ตรงนั้น โอเค ตอนนี้เราไม่ได้มีแค่ระบบ ที่มีโครงร่าง มีเมตาบอลิซึม มันใช้พลังงานได้ เคลื่อนที่ไปรอบๆได้ รับสัมผัสจากสิ่งแวดล้อมได้ และยังหาแหล่งทรัพยากรณ์ ในสิ่งแวดล้อมเพื่อที่จะดำรงตัวมันเองได้ด้วย
ทีนี้ มันไม่มีสมอง ไม่มีระบบประสาท มันเป็นแค่ถุงของสารเคมี ที่สามาระทำสิ่งที่น่าสนใจ และแสดงพฤติกรรมของสิ่งมีชีวิตที่ซับซ้อน ถ้าเรานับจำนวนของสารเคมีในระบบ ตามความเป็นจริงแล้ว รวมน้ำด้วย เพราะมันอยู่ในจาน เรามีสารเคมีห้าชนิด และเราก็ทำสิ่งนี้ได้ เมื่อเรานำโปรโตเซลล์มารวมกัน ในการทดลองเดียว เพื่อจะดูว่าพวกมันจะทำอะไร และลองเปลี่ยนตัวแปรต่างๆ เรามีโปรโตเซลล์ทางซ้าย ที่เคลื่อนที่ไปมาแล้วมันก็ชอบที่จะไปสัมผัสสิ่งอื่น ในสิ่งแวดล้อมของมัน ในอีกข้างนึง เรามีโปรโตเซลล์สองตัว ที่ชอบที่จะล้อมกันและกัน มันเหมือนเข้ามาเต้นรำกัน เป็นการเต้นรำที่ซับซ้อน ทีนี้ ไม่ใช่แค่ว่าโปรโตเซลล์เดี่ยว จะมีพฤติกรรม หรืออะไรก็ตามที่เราให้นิยามว่าพฤติกรรม แต่เราได้เห็นว่า มันมีพฤติกรรมกลุ่มด้วย คล้ายกับที่สิ่งมีชีวิตทำ มาถึงตรงนี้พวกคุณก็เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโปรโตเซลล์กันแล้ว เรากำลังเล่นเกมส์กับโปรโตเซลล์พวกนี้ เรากำลังที่จะสร้างโปรโตเซลล์ที่ต่างกันสองชนิด โปรโตเซลล์ เอ มีสารเคมีแบบนึง ข้างใน เมื่อถูกกระตุ้น มันจะเริ่มสั่นไปรอบๆ เหมือนเต้นรำ จำไว้นะครับว่า มันเป็นสิ่งพื้นฐาน ฉะนั้น โปรโตเซลล์เต้นรำ เป็นอะไรที่น่าสนใจมากสำหรับเรา (เสียงหัวเราะ)
โปรโตเซลล์ตัวที่สอง มีสารเคมีข้างในต่างออกไป เมื่อเรากระตุ้นมัน มันจะเข้ามาหากันและรวมตัว กลายเป็นตัวใหญ่ตัวเดียว เราลองจับโปรโตเซลล์สองชนิด มาเจอกันในระบบ นั่น โปรโตเซลล์ เอ และ นั่น โปรโตเซลล์ บี จากนั้น เรากระตุ้นระบบ และ โปรโตเซลล์ บี พวกมันสีฟ้า มันเข้ามาหากัน และรวมกัน กลายเป็นก้อนใหญ่หนึ่งก้อน และ โปรโตเซลล์อื่น ก็เต้นอยู่รอบๆ มันจะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งพลังงานทั้งหมดในระบบ ถูกใช้จนหมด จบเกมส์ จากนั้น ผมได้ทำการทดลองนี้ซ้ำ อยู่อีกหลายครั้ง แล้วก็มีครั้งนึง ที่สิ่งที่น่าสนใจมากเกิดขึ้น ผมใส่โปรโตเซลล์พวกนี้เข้าด้วยกัน ในระบบ และ โปรโตเซลล์ เอ กับ โปรโตเซลล์ บี ก็รวมกัน กลายเป็น โปรโตเซลล์ ลูกผสม เอบี มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ตอนนี้เรามี โปรโตเซลล์ เอบี ในระบบ โปรโตเซลล์ เอบี ชอบที่จะเต้นไปรอบๆนิดหน่อย แต่ โปรโตเซลล์ชอบที่จะรวมตัว
แต่ อะไรที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นเกิดขึ้น ดูว่าเมื่อ โปรโตเซลล์ ขนาดใหญ่สองตัว เป็นลูกผสม รวมตัวกัน ตอนนี้เรามี โปรโตเซลล์เต้นรำ และ ปรากฎการณ์การแบ่งตัว (เสียงหัวเราะ) มันเป็นแค่ก้อนสารเคมี ดังนั้น การที่มันทำงานได้คือ ต้องมีระบบที่มีสารเคมีห้าชนิด เป็นระบบพื้นๆ เมื่อมันผนวกรวมกัน คุณได้อะไรบางอย่างที่แตกต่าง ไปจากสิ่งเดิม มันซับซ้อนกว่าเดิม และคุณก็ได้สิ่งที่มีลักษณะคล้ายสิ่งมีชีวิต ที่เป็นอีกชนิดหนึ่ง ที่สามารถแบ่งตัวได้
และ เมื่อเราสามารถสร้าง โปรโตเซลล์ที่น่าสนใจนี้ มีสีที่น่าสนใจ มีพฤติกรรมที่น่าสนใจ และมันก็สร้างได้ง่ายๆ คุณได้สิ่งที่มีลักษณะเหมือนมีชีวิต บางที โปรโตเซลล์พวกนี้ น่าจะมีอะไรที่บอกเราได้เกี่ยวกับจุดเริ่มต้นของชีวิต บนโลก บางทีมันเป็นตัวแทน ให้เราเห็นถึงวิธีการง่ายๆ เป็นวิธีการต้นๆ ที่ชีวิตเริ่มขึ้นบนโลกในยุคแรก แน่นอน มันมีโมเลกุลในยุคแรกของโลก แต่พวกมัน ไม่ได้บริสุทธิ์เหมือนกับสารที่เราใช้ในห้องแลป และเหมือนที่ผมแสดงให้เห็นนี้ ที่จริง พวกมันจะเป็นสิ่งที่ซับซ้อน ประกอบด้วยสิ่งต่างๆมากมาย เพราะว่า ปฎิกิริยาของสารเคมีที่ความคุมไม่ได้ ได้สร้างสารอินทรีย์ต่างๆออกมามากมาย คิดซะว่ามันเหมือนกับโคลนในยุคแรกๆของโลก มันเป็นบ่อรวมของอะไรหลายๆอย่าง ยากที่จะบอกได้ว่ามีอะไรบ้าง แม้จะใช้เทคนิคทันสมัย มันมีสีออกน้ำตาล เหมือนน้ำมันดิน ทางด้านซ้าย ส่วนสารประกอบบริสุทธิ์ อยู่ทางด้านขวา เพื่อให้เห็นความแตกต่างนะครับ
ฉะนั้น สิ่งที่คล้ายๆกันนี้เกิดขึ้น เมื่อคุณนำผลึกน้ำตาลบริสุทธิ์ในครัว ใส่ลงไปในกระทะ และให้พลังงาน คุณเปิดเตา สิ่งที่คุณทำก็คือ ทำให้โมเลกุลสารเคมีในน้ำตาลหัก แล้วมันก็กลายเป็นคาราเมลสีน้ำตาลใช่ไหมครับ ถ้าคุณปล่อยมันไปเรื่อยๆไม่ได้ควบคุม คุณก็จะสร้างและทำลายพันธะเคมีไปเรื่อยๆ กลายเป็นโมเลกุลต่างๆที่มีความหลากหลายมากขึ้น ที่ในที่สุดกลายเป็นสารดำๆ ลักษณะคล้ายน้ำมันดินในกระทะ ที่ล้างออกยากๆ จุดกำเนิดชีวิตหน้าตาคล้ายๆอย่างนั้น คุณต้องนำชีวิตออกมาจากซาก ที่มีอยู่ในโลกยุคแรก 4.5 พันล้านปีก่อน ฉะนั้น ความท้าทายก็คือ เราต้องโยนสารเคมีบริสุทธิ์ในแลปทิ้งให้หมด แล้วพยายามสร้างโปรโตเซลล์ที่มีลักษณะเหมือนมีชีวิต จากสิ่งที่เป็นสิ่งพื้นฐานลักษณะคล้ายโคลน
เราสามารถที่จะเห็นหยดน้ำมันเล็กๆพวกนี้ รวมตัวกับพวกมันเองได้ เหมือนกับที่เราได้เห็นก่อนหน้านี้ และจุดดำๆข้างในพวกมัน เป็นตัวแทนของน้ำมันดินดำๆพวกนี้ เป็นน้ำมันดินอินทรีย์ มันซับซ้อนและหลากหลาย และเราก็นำมันมาใช้ในการทดลอง อย่างที่คุณได้เห็นก่อนหน้านี้ และเราก็เห็นพวกมันเคลื่อนไหว มันออกมาดูดีมาก เคลือนไหวได้ดี และพวกมันก็เหมือนที่จะมีลักษณะ พฤติกรรม ซึ่งพวกมัน อยู่รวมๆกันเป็นวง และวิ่งตามพวกเดียวกัน คล้ายๆกับที่เราเห็นมาก่อนหน้านี้ แต่ว่า นี่เป็นการทดลองที่อยู่ภายใต้สภาวะพื้นฐาน ไม่มีสารเคมีบริสุทธิ์ นอกจากนั้น โปรโตเซลล์ที่ใช้น้ำมันดินพวกนี้ ยังสามารถที่จะรับรู้ถึงแหล่งพลังงาน ในสิ่งแวดล้อมมันได้ด้วย ผมกำลังที่จะใส่อาหารลงไปทางซ้าย ซึ่งจะค่อยๆแพร่ไปในระบบ และคุณก็จะเห็นว่าพวกมันชอบ พวกมันกระตือรือล้น และสามารถที่จะ หาแหล่งอาหารในสิ่งแวดล้อมได้ คล้ายกับที่เราเห็นก่อนหน้านี้ แต่ว่า ทั้งหมดนี้ทำภายใต้สภาวะพื้นฐาน เป็นสภาวะที่ยุ่งเหยิง ไม่ใช่แบบที่สะอาดเหมือนในห้องทดลอง พวกมันเป็นเจ้าโปรโตเซลล์เลอะเทอะ แบบจริงจัง (เสียงหัวเราะ) แต่พวกมันมีลักษณะเหมือนมีชีวิต นั่นแหละประเด็น
ดังนั้น การทดลองสร้างชีวิตสังเคราะห์ ช่วยเราบอกความศักยภาพระหว่าง สิ่งไม่มีชีวิต และสิ่งมีชีวิต มากไปกว่านั้น มันยังช่วย ให้มุมมองของเราต่อเรื่องชีวิตกว้างขึ้น และ ทำให้เราคิดว่าลักษณะชีวิตนอกโลก ชีวิตที่มีลักษณะต่างออกไป จากที่เรามีในโลกนี้ หน้าตาอาจเป็นแบบไหน และมันก็ได้นำเราไปสู่นิยามถัดไป ที่เรียกว่า "ชีวิตประหลาด" ซึ่งเป็นคำที่สร้างขึ้นโดย สตีฟ เบนเนอร์ มันได้ถูกใช้อ้างอิงในรายงาน เมื่อปี 2007 โดย สภาวิจัยแห่งชาติ ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งงานวิจัยนั้นเขาพยายามที่จะเข้าใจว่า เราจะสามารถมองหาสิ่งมีชีวิต จากที่อื่นๆในจักรวาลได้อย่างไร โดยเฉพาะถ้าสิ่งมีชีวิตนั้น ต่างไปจากสิ่งมีชีวิตที่เราพบบนโลก ถ้าเราไปที่ดาวเคราะห์อื่น และถ้าเราคิดว่าที่นั่นอาจมีสิ่งมีชีวิต เราจะรู้ได้อย่างไรว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิต
พวกเขาได้ข้อสรุปทั่วไปออกมาสามข้อ และพวกเขาก็เขียนออกมา อย่างแรกก็คือ ระบบจะต้องอยู่ใน ภาวะที่ไม่คงที่ นั่นหมายความว่าระบบ ต้องไม่ตาย โดยพื้นฐานแล้ว ความหมายก็คือ มีการให้พลังงานเข้าไปในระบบ ที่ชีวิตสามารถนำไปใช้ และเป็นประโยชน์กับชีวิตมัน มันเหมือนกับมีแสงจากดวงอาทิตย์ ส่องมาบนโลก ขับเคลื่อนการสังเคราะห์ด้วยแสง ขับเคลื่อนระบบนิเวศ เมื่อปราศจากดวงอาทิตย์ มันก็ไม่น่าจะมีชีวิตเกิดขึ้นบนโลกนี้ อย่างที่สอง ชีวิตต้องอยู่ในรูปของเหลว นั่นหมายความว่า ถึงแม้ว่าเรา จะมีโครงร่างที่น่าสนใจ มีโมเลกุลที่น่าสนใจ ประกอบเข้าด้วยกัน แต่พวกมันเย็นแข็ง มันคงจะไม่ใช่ที่ที่ดีต่อชีวิต และอย่างที่สาม เราต้องสามารถที่จะ สร้างและทำลายพันธะเคมีได้ และนี่เป็นสิ่งสำคัญ เพราะว่าชีวิต ต้องสามารถเปลี่ยนแหล่งพลังงานจากธรรมชาติ ไปเป็นสารตั้งต้นของชีวิตเพื่อที่มันจะดำรงอยู่ได้
วันนี้ ผมได้เล่าให้คุณฟังเกี่ยวกับ โปรโตเซลล์ที่แปลกและประหลาด บางตัวมีดินโคลน บางตัวมีสารพื้นฐานคล้ายโคลน บ้างก็มีน้ำมัน อยู่ในน้ำข้างในพวกมัน ส่วนใหญ่แล้ว มันไม่มีดีเอ็นเอ แต่พวกมันก็ยังมีลักษณะคล้ายสิ่งมีชีวิต แต่พวกโปรโตเซลล์นี้ยังเข้ากับ กฎพื้นฐานของการเป็นสิ่งที่มีชีวิต ดังนั้น จากการการทดลอง สร้างสารเคมีพวกนี้ เป็นชีวิตสังเคราะห์ พวกเราหวังว่า นอกจากเราจะเข้าใจพื้นฐานบางอย่าง เกี่ยวกับจุดกำเนิดของชีวิตและการดำรงอยู่ ของชีวิตบนโลกแล้ว เรายังจะเห็นภาพว่า ชีวิตนอกโลก น่าจะมีคุณสมบัติเป็นอย่างไร ขอบคุณครับ (เสียบปรบมือ)
You can share this video by copying this HTML to your clipboard and pasting into your blog or web page. This video will play with subtitles.
You either have JavaScript turned off or have an old version of the Adobe Flash Player. To view this rating widget you
need to get the latest Flash player.
If your browser allows only "trusted sites" to execute Javascript, you should add the "googleapis.com" domain to your whitelist to allow our Flash detection to work properly.
Got an idea, question, or debate inspired by this talk? Start a TED Conversation.
ในห้องทดลอง มาติน แอนซิค สร้างโปรโตเซลล์ หยดสารเคมีที่ได้จากการทดลอง ซึ่งมีพฤติกรรมเสมือนเซลล์ที่มีชีวิต งานของเขาสาธิตให้เห็นว่า ชีวิตน่าจะมีจุดเริ่มต้นอย่างไรบนโลกนี้ และบางทีอาจเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตในโลกใบอื่นๆด้วย
Martin Hanczyc explores the path between living and nonliving systems, using chemical droplets to study behavior of the earliest cells. Full bio »
Translated into Thai by Kelwalin Dhanasarnsombut
Reviewed by Unnawut Leepaisalsuwanna
Comments? Please email the translators above.
15:11 Posted: Sep 2011
Views 497,372 | Comments 243
18:51 Posted: Oct 2011
Views 463,300 | Comments 159
19:11 Posted: Jul 2008
Views 239,514 | Comments 75
Just follow the guidelines outlined under our Creative Commons license.
This comment will be attributed to . Not ? Sign Out.