ฉันอยู่ลึกลงไป 150 ฟุตในเหมืองผิดกฏหมาย ในประเทศกาน่า ที่นั่นอากาศอบอ้าวและเต็มไปด้วยฝุ่น ทำให้ยากต่อการหายใจ ฉันรู้สึกได้ถึงร่างกายชุ่มเหงื่อที่ผ่านฉันไปมาในความมืด นอกจากนั้นแล้ว ฉันก็เเทบมองไม่เห็นอะไรเลย ฉันได้ยินเสียงพูดคุย แต่ส่วนใหญ่ในทางลงไปในเหมืองแห่งนี้ อื้ออึงไปด้วยเสียงไอ และเสียงของก้อนหินที่แตกจากเครื่องมือล้าสมัย ฉันสวมไฟฉายถูกๆ ที่มีไฟริบหรี่ ผูกมันไว้ที่หัวด้วยยางที่ขาดรุ่งริ่ง เหมือนกับคนอื่นอื่นที่นี่ ฉันแทบมองไม่เห็นก้านไม้ลื่นๆ ที่ติดอยู่กับพนังของหลุมที่มีความกว้าง 3ฟุต (ประมาน 90เซนต์) และลึกลงไปจากผืนดินเป็นร้อยร้อยฟุต เมื่อมือที่จับอยู่ลื่นหลุด ฉับพลันนั้น ฉันก็นึกถึงคนงานเหมือง ที่ฉันพบเมื่อวันก่อน มือที่เขาจับอยู่ลื่นหลุด และเขาตกลงไปในทางลึกนั้น
ในขณะที่ฉันมายืนพูดอยู่กับทุกคนในวันนี้ คนงานเหล่านั้น ยังอยู่ในหลุมลึกนั่น เสี่ยงชีวิตพวกเขา โดยไม่ได้รับค่าจ้างหรือค่าตอบแทน และในหลายครั้ง พวกเขาต้องเสียชีวิตลง
ฉันได้ปีนออกมาจากหลุมนั่น และได้กลับบ้าน แต่พวกเขาคงไม่มีทางได้รับโอกาสนั้น เพราะพวกเขาติดกับและถูกกักขังอยู่ในการเป็นทาส
28 ปีที่ผ่านมา ฉันได้บันทึกและหาข้อมูลเกี่ยวกับ วัฒนธรรมพื้นเมืองใน 70กว่าประเทศ ใน 6ทวีป และในปี 2009 ฉันก็ได้รับเกียรติ ให้แสดงผลงานในการประชุมสุดยอดสันติภาพในแวนคูเวอร์ ในบรรดาผู้เข้าร่วมที่ฉันพบเจอที่นั่น ฉันได้พบกับผู้สนับสนุนขององค์กรพัฒนาเอกชนที่ชื่อว่า องค์กรมอบอิสระแก่ทาส (Free the Slaves) ที่อุทิศตนเพื่อการกำจัดทาสในยุคปัจจุบัน เราเริ่มพุดคุยเกี่ยวกับการใช้แรงงานทาส และฉันก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการใช้แรงงานทาส ที่แน่นอนว่า ฉันรู้ว่ามันมีอยู่บนโลกนี้ แต่ไม่เคยรู้ว่ามีมากและรุนแรงขนาดนี้ หลังจากที่พูดคุยจบแล้ว ฉันรู้สึกแย่มาก และละอายในความไม่รู้ของตัวเอง ว่ามีเรื่องโหดร้ายเกิดขึ้นในช่วงชีวิตของฉัน และฉันก็คิดว่า ถ้าฉันไม่รู้ จะมีอีกกี่คนที่ไม่รู้ มันรบกวนใจฉันอย่างมาก และภายในไม่กี่อาทิตย์ ฉันก็บินลงไปที่ลอสแองเจลิส เพื่อพบกับผู้อำนวยการ ขององค์มอบอิสระแก่ทาส และเสนอตัวเข้าช่วยเหลือ
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการเดินทาง ไปสู่การใช้แรงงานทาสในยุคปัจจุบันของฉัน ช่างน่าแปลกใจ หลายๆที่เป็นที่ที่ฉันเคยไปมาก่อน บางที่ก็ถือว่าเป็นบ้านหลังที่สองของฉัน แต่คราวนี้ ฉันได้เห็นโครงกระดูกที่ซ่อนอยู่หลังม่าน
จากการประมาณ อย่างน้อยในขณะนี้ บนโลกมีคนมากกว่า 27 ล้านคนที่ถูกใช้เป็นทาส ซึ่งมากกว่าจำนวนคนที่ถูกจับไปจากแอฟริกาในช่วง การค้าทาสข้ามแอทแลนติกเป็นเท่าตัว เมื่อ 150 ปีก่อน ทาสในการเกษตร มีมูลค่าเป็นสามเท่าของรายได้ต่อปี ของคนงานอเมริกัน นั่นเท่ากับ 50,000 ดอลล่าร์ (1,500,000บาท) ในปัจจุบัน แต่ในตอนนี้ ทั้งครอบครัวสามารถถูกนำไปเป็นทาสหลายชั่วคน เพียงเพราะมีหนี้แค่ 18 ดอลล่าร์ (540 บาท) ที่น่าตกใจก็คือ การใช้แรงงานทาสนั้นสร้างกำไรในแต่ละปีทั่วโลก ได้มากกว่า 13,000 ล้านดอลล่าร์ (390,000 ล้านบาท)
หลายคนถูกหลอกด้วยคำสัญญาที่เป็นเท็จ ว่าจะมอบการศึกษาที่ดี งานที่ดีขึ้น เพียงเพื่อจะพบว่า พวกเขาถูกบังคับให้ทำงานโดยไม่ได้รับค่าแรง ภายใต้การข่มขู่ที่ว่าจะใช้ความรุนแรง และพวกเขาไม่สามารถหลบหนีได้
การใช้แรงงานทาสทาสในปัจจุบันนั้นเกี่ยวกับการค้า ดังนั้น สินค้าที่ทาสนั้นผลิตมีมูลค่า แต่ทาสที่เป็นคนผลิตนั้นเป็นของใช้แล้วทิ้ง การใช้แรงงานทาสนั้นมี่อยู่ เกือบทุกที่บนโลก ทั้งที่มันผิดกฎหมายในทุกที่บนโลก
ในอินเดียและเนปาล ฉันได้รู้จักกับที่เผาอิฐ ภาพที่แปลกประหลาดและน่าตื่นตาตื่นใจนี้ เหมือนกับ ได้เดินอยู่ในอียิปต์โบราณ หรือ บทประพันธ์เกี่ยวกับนรกของดานเต้ (Dante's Inferno) สถานที่นี้ปกคลุมด้วยอากาศร้อน 130 องศา (54.4 องศาเซลเซียส) ผู้ชาย ผู้หญิง เด็ก หรือจะพูดว่าทั้งครอบครัวนั้น ถูกปกคลุมไปด้วยผืนฝุ่นหนา ในขณะที่วางซ้อนอิฐไว้บนหัวเหมือนตัวเองเป็นเครื่องจักรกล พวกเขาแบกอิฐมากถึง 18ชิ้นในแต่ละครั้ง จากที่เผาอิฐที่ร้อนมาก ไปยังรถบรรทุกที่ห่างออกไปหลายร้อยหลา ด้วยความสิ้นหวังจากความจำเจและความเหนื่อยล้า พวกเขาทำงานอย่างเงียบงัน ซ้ำไปซ้ำมา เป็นเวลา 16 หรือ17 ชั่วโมงต่อวัน ที่นี่ไม่มีการพักกินอาหาร หรือพักดื่มน้ำ และการขาดน้ำอย่างหนักนั้น ทำให้การปัสสวะ ไม่ค่อยจำเป็น ความร้อนและฝุ่นที่ครอบคลุมไปทั่ว ทำให้กล้องของฉันร้อนเกินไปที่จะสัมผัส และหยุดทำงานลง ทุกๆ 20 นาที ฉันต้องวิ่งกลับไปที่รถลาดตะเวนของเรา เพื่อทำความสะอาดอุปกรณ์ และทำให้อุปกรณ์เย็นลงด้วยเครื่องปรับอากาศ เพื่อให้มันกลับมาทำงานอีกครั้ง และในขณะที่นั่งอยู่นั้น ฉันก็คิดว่า กล้องของฉันได้รับการดูแล ที่ดีกว่าคนเหล่านี้มากมายนัก
กลับไปที่ที่เผาอิฐ ฉันรู้สึกอยากร้องไห้ แต่คนที่ยืนข้างๆฉันที่เป็นผู้ที่เห็นด้วยกับการเลิกทาส รีบจับฉันไว้ และพูดว่า "ลิซ่า อย่าทำอย่างนั้น อย่าทำอย่างนั้นที่นี่" เขาอธิบายอย่างชัดเจนว่า การแสดงอารมณ์นั้น เป็นอันตรายมากในสถานที่แบบนี้ ไม่ใช่แค่อันตรายสำหรับฉัน แต่สำหรับพวกเขาด้วย ฉันไม่สามารถมอบความช่วยเหลือโดยตรงได้เลย ฉันไม่สามารถให้เงินพวกเขา ไม่สามารถให้อะไรได้เลย ฉันไม่ใช่พลเมืองของประเทศนั้น ฉันสามารถทำให้พวกเขาตกอยู่ในสถานะ ที่แย่ลงกว่าที่เป็นอยู่ ฉันได้แต่พึ่งพาการทำงานตามระบบขององค์กรมอบอิสระแก่ทาส เพื่อมอบอิสระแก่พวกเขา และฉันมั่นใจว่าพวกเขาจะทำได้ สำหรับฉัน ฉันได้แต่รอจนกลับถึงบ้าน เพื่อที่จะได้รับรู้ถึงใจที่แตกสลายของตัวเอง
ในหิมาลัย ฉันพบเด็กๆแบกก้อนหิน เป็นเส้นทางหลายไมล์ลงมาตามภูเขา มายังรถบรรทุกตรงถนนด้านล่าง แผ่นหินอันใหญ่นั้น หนักกว่าเด็กที่แบกมันอยู่ด้วยซ้ำไป และเด็กๆก็ยกหินเหล่านี้ โดยใช้บังเหียนที่หัว ทำจากกิ่งไม้ เชือก และ ผ้าที่ฉีกขาด มันยากที่ต้องมาเห็นสิ่งที่ท้วมท้นนี้กับตา เราทำให้สิ่งที่มีเงื่อนงำ แต่ในขณะเดียวกันแผ่ขยายไปในทุกที่นี้ เกิดขึ้นได้อย่างไรกัน บางคนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองนั้นถูกใช้งานเป็นทาส พวกเขาทำงาน 16 หรือ17 ชั่วโมงต่อวันโดยไม่ได้รับอะไรเลย เพราะมันเป็นอย่างนี้มาตลอดชีวิตของเขา พวกเขาไม่มีอะไรมาเปรียบเทียบด้วย เมื่อชาวบ้านลุกขึ้นทวงเสรีภาพ นายทาสก็ได้เผาบ้านพวกเขาจนหมด คนเหล่านี้ไม่มีอะไรเหลือ และพวกเขาก็กลัวอย่างมาก จนอยากที่จะยอมแพ้ แต่ผู้หญิงที่อยู่ตรงกลางก็ช่วยให้ทุกคนมีความมุ่งมั่น และผู้ที่เห็นด้วยกับการเลิกทาสก็ตั้งมั่น ช่วยเหลือให้พวกเขามีสัญญาเช่าเหมืองเป็นของตัวเอง ดังนั้น ตอนนี้พวกเขาก็ยังทำงานอย่างยากลำบากอยู่ แต่พวกเขาทำเพื่อตัวเอง และได้รับค่าตอบแทน และทำมัน อย่างมีอิสระเสรี
เมื่อพูดถึงการใช้คนเป็นทาส เรามักนึกถึงการค้าทางเพศ และเพราะว่านี่เป็นสิ่งที่ทั่วโลกรับรู้ ฉันถูกเตือนว่ามันจะยากที่จะทำงานอย่างปลอดภัย ในธุรกิจนี้
ในกาตมันดุ ผู้หญิงหลายคนที่เคยเป็นทาสทางเพศมาก่อน ได้ช่วยไปเป็นเพื่อนฉัน พวกเขานำฉันลงบันไดแคบ ที่นำไปสู่ใต้ดินที่สกปรก และมีแสงไฟริบหรี่ ที่นี่ไม่ใช่ซ่อง แต่เหมือนกับร้านอาหารมากกว่า กระท่อมร้านอาหารที่คนในธุรกิจนี้รู้จักกัน เป็นเเหล่งบังคับบริการทางเพศ แต่ละที่มีห้องที่เล็กและเป็นส่วนตัว เป็นที่ีที่ทาส ผู้หญิง แม้แต่เด็กชาย และเด็กหญิง ซึ่งบางคนอายุน้อยประมาณเจ็ดขวบ ถูกบังคับให้ให้ความสำราญแก่ลูกค้า และเชียร์ให้ซื้ออาหารและแอลกอฮอล์ ในแต่ละห้อง ทั้งมืดและสกปรก จะถูกระบุด้วยเบอร์ที่ทาสีไว้ตรงกำแพง และแบ่งด้วยไม้กับผ้าม่าน บ่อยครั้งคนที่ทำงานที่นี่ต้องทนกับการล่วงละเมิดทางเพศ ด้วยน้ำมือของลูกค้า ยืนอยู่ในความมืดนั่น ฉันจำได้ถึงความรู้สึก ความกลัวที่รุ่มร้อนในชั่วขณะนั้น ฉันได้แต่นึกภาพว่ามันจะเป็นยังไง ที่ต้องถูกกักขังอยู่ในนรกนั่น ทางออกเดียวของฉันจากที่นี่ คือบันไดเดิมที่ฉันเดินเข้ามา ที่นี่ไม่มีประตูหลัง ไม่มีหน้าต่างที่ใหญ่พอจะปีนออกไป คนเหล่านี้ไม่มีทางหนีเลย และขณะที่เรากำลังพูดถึงปัญหาน่าลำบากใจนี้ มันสำคัญมากที่เราต้องอย่าลืมว่าทาส รวมไปถึงการค้าบริการ เกิดขึ้นใกล้ตัวเรามากเช่นกัน
คนเป็นร้อยนั้นถูกนำมาเป็นทาสในการเกษตร ในร้านอาหาร ในครัวเรือน และในที่อื่นๆอีกมาก ไม่นานมานี้ นิวยอร์คไทมส์ได้รายงานว่า มีเด็กอเมริกันระหว่าง หนึ่งถึงสามแสนคน ถูกขายเป็นทาสเพื่อบริการทางเพศ เรื่องเหล่านี้อยู่รอบตัวเรา เพียงแค่เรามองไม่เห็นมัน
ในธุรกิจสิ่งทอ ก็เป็นอีกอย่างที่เรามักนึกถึง เมื่อเราได้ยินเรื่องทาส ฉันได้ไปเยี่ยมหมู่บ้านหลายแห่งในอินเดียที่ทั้งครอบครัว ถูกนำมาเป็นทาสในการค้าผ้าไหม นี่เป็นรูปถ่ายครอบครัว คนที่มือถูกย้อมเป็นสีดำคือพ่อ ส่วนคนที่มือสีฟ้า และแดง เป็นลูกชายของเขา พวกเขาผสมและย้อมในถังอันใหญ่เหล่านี้ และพวกเขาแช่ไหมลงในน้ำนั่นลึกลงไปถึงข้อศอก แต่สีย้อมนั้นเป็นพิษ
ผู้แปลของฉันเล่าเรื่องให้ฉันฟัง
พวกเขากล่าวว่า"พวกเราไม่มีอิสระ" "อย่างไรก็ตามพวกเราก็ยังหวังว่า ซักวันนึง เราจะสามารถออกไปจากบ้านนี้ และไปที่อื่น ที่ที่เราจะได้รับเงินตอบแทนจากการย้อมที่เราทำ"
เด็กมากกว่าสี่พันคน ถูกนำมาเป็นทาสในทะเลสาบวอลตา (Lake Volta) ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดที่มนุษย์สร้างขึ้น เมื่อมาถึงในตอนแรก ฉันไปเดินดูรอบรอบ ภาพที่ฉันเห็นดูเหมือนจะเป็นครอบครัวบนเรือประมง พี่ชายสองคนและน้องน้อง ฟังดูเข้าท่าใช่มั้ย แต่ไม่เลย ทั้งหมดนั่นถูกนำมาเป็นทาส เด็กๆถูกพรากมาจากครอบครัว ถูกลักลอบนำมาขายและหายตัวไปจากครอบครัว พวกเขาถูกบังคับให้ทำงานบนเรือโดยไม่ได้พัก ทำงานในทะเลสาบนี้ พวกเขาไม่รู้วิธีว่ายน้ำด้วยซ้ำ
เด็กน้อยคนนี้อายุแปดขวบ ตัวเขาสั่นเมื่อเรือเราเข้าไปใกล้ กลัวว่าเราจะชนเข้าที่เรือแคนูลำเล็กของเขา เขากลัวว่าจะถูกชนและตกลงไปในน้ำ กิ่งก้านผอมยาวของต้นไม้นั้นแช่อยู่ในทะเลสาบวอลตา และมักจะเกี่ยวโดนแหตกปลา เด็กที่เหนื่อยล้าและหวาดกลัวอยู่แล้ว จะถูกโยนลงไปในน้ำ ให้แก้แหที่เกี่ยวไว้ เด็กหลายคนจมน้ำ
ตั้งแต่จำความได้ เขาก็ถูกบังคับให้ทำงาน ที่ทะเลสาบแห่งนี้ ด้วยความกลัวเจ้านายของเขา เขาจะไม่หนี และเพราะเขาถูกกระทำด้วยความรุนแรงมาตลอดชีวิต เขาส่งต่อความรุนแรงนั้นไปยังทาสที่เด็กกว่า ที่เขาเป็นคนปกครอง
ฉันเจอเด็กผู้ชายเหล่านี้ตอนตีห้า ตอนที่พวกเขาลากแหเข้ามาเป็นรอบสุดท้าย แต่พวกเขาทำงานมาตลอดตั้งแต่ตีหนึ่ง ในคืนที่หนาวและลมแรง และที่สำคัญ แหเหล่านี้มีน้ำหนัก มากกว่า 1000 ปอนด์ (450 กิโล) เมื่อมันเต็มไปด้วยปลา
ฉันอยากแนะนำให้คุณรู้จักโคฟี่ โคฟี่ถูกช่วยออกมาจากหมู่บ้านตกปลา ฉันพบเขาที่หลบอาศัย ที่ที่องค์กรมอบอิสระแก่ทาส ฟื้นฟูเหยื่อของการใช้แรงงานทาส ที่นี่เขาได้อาบน้ำที่บ่อน้ำ เทน้ำขันใหญ่บนหัว และข่าวดีมากๆก็คือ ในขณะที่เรากำลังคุยกันอยู่ตอนนี้ โคฟี่ได้กลับไปเจอครอบครัวของเขาแล้ว และดียิ่งไปกว่านี้ ครอบครัวเขาได้รับเครื่องมือ ที่จะใช้หาเงินเลี้ยงชีพ และปกป้องลูกๆให้ปลอดภัย โคฟี่เป็นตัวแทนของความเป็นไปได้ เขาจะกลายเป็นใครในอนาคตกันนะ จากการที่ได้มีคนลุกขึ้นต่อสู้ และสร้างความแตกต่างให้ชีวิตเขา?
ระหว่างขับรถบนถนนของกาน่า พร้อมกับคู่หูจากองค์กรมอบอิสระแก่ทาส มีผู้ที่เห็นด้วยกับการเลิกทาสเร่งเครื่องมอเตอร์ไซค์คันเล็ก มาใกล้รถเราและเคาะหน้าต่าง เขาบอกให้เราตามเขาไปในถนนที่เต็มไปด้วยฝุ่น เข้าไปในป่า ที่สุดถนนนั่น เขานำเราลงจากรถ และบอกคนขับให้รีบไป และเขาก็ชี้ให้ดูรอยเท้าที่แทบมองไม่เห็น และกล่าวว่า "เส้นทางนี้แหละ เส้นทางนี้แหละ ไป" ในขณะที่เราเดินไปตามทาง เราผลักเถาไม้ ที่คอยขวางทางออก และหลังจากเดินได้หนึ่งชั่วโมง เราก็พบว่าทางนั้นท่วมไปด้วยน้ำ เนื่องจากฝนที่ตกไม่นานมานี้ ฉันจึงยกกล้องเอาไว้เหนือหัว ในขณะที่เราเดินลึกลงไปจนถึงระดับอก หลังจากเดินเขามาสองชั่วโมง ทางที่ซับซ้อน ก็หยุดลงตรงที่โล่ง และตรงหน้าพวกเรา ก็มีหลุมมากมาย ที่ใหญ่เท่ากับสนามฟุตบอล และทุกหลุมก็เต็มไปด้วยแรงงานทาส ผู้หญิงหลายคนผูกลูกไว้ที่หลัง ในขณะที่กำลังร่อนเพื่อคัดทอง และเบีดเสียดอยู่ในน้ำที่เป็นพิษจากสารปรอท ปรอทนั้นใช้ในขบวนการสกัด
ชาวเหมืองเหล่านี้ถูกใช้เป็นทาสในเหมือง ในอีกฝั่งนึงของกาน่า เมื่อเขาออกมาจากอุโมงค์ พวกเขาเปัยกไปทั้งตัว จากเหงื่อของพวกเขาเอง ฉันจำได้ว่า ตาของพวกเขาเหนื่อยล้า และแดงก่ำจากเส้นเลือดฝอยแตก เนื่องจากหลายคนทำงานใต้ดินกว่า 72ชั่วโมง อุโมงค์ลึกกว่า 300 ฟุต (90เมตร) และพวกเขาหิ้ว ถุงที่หนักไปด้วยก้อนหิน ที่จะถูกขนส่ง ไปยังที่อื่นที่หินจะถูกทำให้แตก เพื่อที่จะสกัดทอง
เมื่อแรกมอง บรืเวณที่ตีหินนั้นเหมือนจะเต็มไปด้วย ชายที่แข็งแรง แต่พอมองเข้าไปใกล้ เราเห็นคนที่ดูอ่อนแอกว่าอยู่รอบนอก รวมไปถึงเด็กๆด้วย พวกเขาทุกคนเป็นเหยื่อของการบาดเจ็บ การป่วย และความรุนแรง ที่จริงแล้ว มันเป็นไปได้มากที่ชายบึกบึนคนนี้ ท้ายสุดจะกลายมาเป็นเหมือนคนนี้ ที่ถูกรุมเร้าด้วยวัณโรค และพิษจากปรอทในเวลาเพียงไม่กี่ปี
นี่คือ มานุรุ เมื่อพ่อเขาตาย ลุงเขาลักลอบนำเขามาทำงานด้วยกันที่เหมือง เมื่อลุงเขาตาย มานุรุก็ต้องชดใช้หนี้แทนลุงของเขา ซึ่งนั่นบังคับให้เขาทำงานต่อไปในเหมืองนี่ ตอนที่ฉันพบเขา เขาทำงานที่เหมืองนี่มา 14 ปีแล้ว และบาดแผลที่ขานี่ เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุในเหมือง ซึ่งรุนแรงมากจนหมอบอกว่า ขาเขาอาจจะต้องถูกตัดทิ้ง มากไปกว่านั้น มานุรุเป็นวัณโรค แต่เขาก็ยังถูกบังคับให้ทำงานไม่มีวันหยุด ในเหมืองแห่งนั้น
อย่างไรก็ตาม เขายังมีความฝันที่จะเป็นอิสระ และได้รับการศึกษา ด้วยความช่วยเหลือของนักต่อสู้ในท้องถิ่น อย่างองค์กรมอบอิสระแก่ทาส และความมุ่งมั่นแบบนี้ ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถนึกถึงความเปลี่ยนแปลงได้นี้เอง ที่ทำให้ฉันทึ่งไปเลย
ฉันอยากส่องแสงสว่างแก่ทาส ตอนที่ฉันออกนอกสถานที่ ฉันนำเทียนติดตัวไปด้วย และด้วยความช่วยเหลือจากล่ามของฉัน ฉันสื่อสารกับคนที่ฉันถ่ายรูป ว่าฉันอยากทำให้เรื่องราวและสภาพอันเลวร้าย ของพวกเขาส่องแสง และเมื่อถึงเวลาที่ฉันและพวกเขาปลอดภัย ฉันก็จะสร้างรูปภาพเหล่านี้ขึ้นมา พวกเขารู้ว่ารูปของพวกเขาจะถูกเห็น โดยพวกคุณในโลกกว้างนี้ ฉันอยากให้พวกเขารู้ว่า พวกเราจะเป็นพยาน ให้แก่พวกเขา และจะทำทุกอย่างที่เราสามารถ เพื่อช่วยสร้างความแตกต่างในชีวิตพวกเขา ฉันเชื่อมั่นจริงๆว่า ถ้าเรามองกันและกัน ว่าเป็นเพื่อนมนุษย์ มันจะยากมาก ที่จะทนความโหดร้ายเช่นการใช้แรงงานทาสได้ รูปภาพเหล่านี้ไม่ใช่ภาพของปัญหา แต่เป็นภาพของคน คนจริงๆ เหมือนคุณและฉัน ที่ควรได้รับ สิทธิ เกียรติยศ และความเคารพในชีวิต ที่เท่าเทียมกัน ไม่มีซักวันที่ผ่านไปโดยที่ฉันไม่คิดถึง ผู้คนที่สวยงามแต่ถูกกระทำทารุณเหล่านี้ ที่ฉันรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้รู้จัก
ฉันหวังว่ารูปภาพเหล่านี้จะปลุกพลัง
ในผู้ที่ได้เห็น เช่นพวกคุณ และหวังว่าพลังนั้นจะจุดเป็นไฟ และไฟนั้นจะส่องสว่างไปยังการใช้แรงงานทาส เพราะเมื่อไม่มีแสงไฟ ปีศาจแห่งความเป็นทาส จะสามารถอาศัยต่อไปในเงามืดได้
You can share this video by copying this HTML to your clipboard and pasting into your blog or web page. This video will play with subtitles.
You either have JavaScript turned off or have an old version of the Adobe Flash Player. To view this rating widget you
need to get the latest Flash player.
If your browser allows only "trusted sites" to execute Javascript, you should add the "googleapis.com" domain to your whitelist to allow our Flash detection to work properly.
Got an idea, question, or debate inspired by this talk? Start a TED Conversation.
ตลอดสองปีที่ผ่านมา ช่างภาพ ลิซ่า คริสติน (Lisa Kristine) ได้เดินทางไปรอบโลก เก็บบันทึกความจริงอันแสนโหดร้ายเกินทนของการใช้แรงงานทาสในปัจจุบัน เธอแบ่งปันรูปภาพที่สวยงามอันน่าสะพรึง -- ชาวเหมืองในคองโก, ผู้วางอิฐในเนปาล -- ซึ่งส่องแสงไปยังสภาพอันเลวร้ายของ 27 ล้านคนที่ถูกใช้แรงงานทาสทั่วโลก (ถ่ายที่TEDxMaui)
Lisa Kristine uses photography to expose deeply human stories. Full bio »
Translated into Thai by Hatairat Chansutham
Reviewed by Chatthip Chaichakan
Comments? Please email the translators above.
18:01 Posted: Mar 2010
Views 404,113 | Comments 252
15:27 Posted: Nov 2010
Views 753,219 | Comments 744
12:42 Posted: Dec 2009
Views 1,343,577 | Comments 510
Just follow the guidelines outlined under our Creative Commons license.
This comment will be attributed to . Not ? Sign Out.