สวัสดีตอนบ่ายนะคะ หรืออาจจะตอนเย็น สวัสดี หรือจัมโบ กูด-อาเบ็น บอนซัวร์ หรือเราจะทักว่า อู อู อู อู้ อู อู้ อู อู นี่คือเสียงที่ชิมแปนซีทำ ก่อนที่พวกเขาจะเข้านอนตอนกลางคืน คุณได้ยินเสียงนี้จากฟากหนึ่งของหุบเขาไปยังอีกฟาก จากรังลิงกลุ่มหนึ่งไปยังอีกกลุ่ม
และฉันก็อยากเริ่มบทบรรยายวันนี้ จากจุดที่เซไรย์จบการบรรยายของเขาเมื่อวานนี้ เขาพูดถึงเซลาม เด็กพันธุ์ออสเตรโลพิเทซีนอายุสามขวบ และเราก็ได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ สาแหรกของมนุษยชาติ ผ่านการสร้างโปรไฟล์ดีเอ็นเอ หลุยส์ ลีคีย์ นักศึกษาซากดึกดำบรรพ์ผู้ล่วงลับ เขาจุดประกายให้ฉันเดินบนเส้นทางศึกษาชิมแปนซี และเขาก็ทำเรื่องที่สุดยอดมากในอดีต แต่ตอนนี้ค่อนข้างธรรมดาแล้ว สิ่งที่เขาทำคือ เขาค้นหาซากฟอสซิลมานาน ซากของบรรพบุรุษมนุษย์ยุคแรกในแอฟริกา และคุณก็บอกอะไรๆ ได้เยอะมาก ว่าตัวจริงมีหน้าตาอย่างไรจากฟอลซิล ดูจากรูปทรงของกล้ามเนื้อ รู้วิถีชีวิตบางอย่างของพวกเขา จากโบราณวัตถุที่พบพร้อมกับซาก แต่พฤติกรรมของพวกเขาล่ะ? นั่นคือสิ่งที่ลีคีย์อยากรู้ ซึ่งแน่นอน พฤติกรรมไม่กลายเป็นฟอสซิล ลีคีย์ถกเถียง ซึ่งตอนนี้เป็นทฤษฎีธรรมดาไปแล้ว ว่าถ้าเราพบแบบแผนพฤติกรรมที่คล้ายหรือเหมือนกัน ในญาติที่ใกล้ชิดกับเราที่สุดที่ยังอยู่ คือลิงใหญ่ บางทีพฤติกรรมของลิงใหญ่พวกนั้น จะเหมือนกับของบรรพบรุษมนุษย์ 7 ล้านปีที่แล้ว และดังนั้น ลักษณะเหล่านั้นอาจจะตกทอดมาถึงเรา จากยุคโบราณนานนม
โอเค ถ้าคุณไปดูตำราวันนี้ที่พูดเรื่องวิวัฒนาการมนุษย์ คุณมักจะพบข้อสังเกตว่ามนุษย์ยุคแรกๆ ทำตัวอย่างไร โดยดูจากแบบแผนของชิมแปนซี พวกเขาเหมือนกับเรามากกว่าสัตว์โลกทั้งมวล และเราก็ได้ฟังเรื่องนั้นแล้วในงานสัมมนาเท็ด ดังนั้น สิ่งที่เหลือให้ฉันทำ คืออธิบายความคล้ายคลึงที่ชิมแปนซี มีเหมือนกับเราในด้านพฤติกรรม
ชิมแปนซีทุกตัวมีบุคลิกเฉพาะ แน่นอนค่ะ ฉันตั้งชื่อให้กับพวกเขา พวกเขาอยู่ได้ถึง 60 ปีหรือแก่กว่า ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่ที่อยู่ในป่าคงอายุยืนไม่ถึง 60 ปี มร. เวอร์เซล เพศเมีย มีลูกครั้งแรกตอนเธออายุ 11 หรือ 12 หลังจากนั้นเธอก็มีลูกทุกๆ 5 หรือ 6 ปี เป็นช่วงเวลาเลี้ยงดูลูกที่นานมาก ลูกพึ่งพาแม่ นอนกับแม่ตอนกลางคืน ขี่หลังแม่ และเราเชื่อว่าช่วงวัยเยาว์ที่นานเช่นนี้ สำคัญสำหรับการเรียนรู้ของชิมแปนซี เช่นเดียวกับของมนุษย์ ขณะที่สมองพัฒนาซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงวิวัฒนาการของสัตว์นานาชนิด เราพบว่าการเรียนรู้มีบทบาทที่สำคัญมาก ในประวัติชีวิตของปัจเจก ชิมแปนซีรุ่นเยาว์ใช้เวลาเยอะมากในการสังเกตว่าผู้อาวุโสทำอะไร เรารู้แล้วว่าพวกเขาสามารถเลียนแบบพฤติกรรมที่พบเห็น และเราก็เชื่อว่าวิธีนี้ คือวิธีที่พฤติกรรมการใช้เครื่องมือที่แตกต่างหลากหลาย ของชิมแปนซีหลายกลุ่มในแอฟริกาที่เราศึกษา สืบทอดกันมาจากรุ่นต่อรุ่น ผ่านการสังเกต การเลียนแบบ และการฝึกฝน ดังนั้นเราจึงเรียกพฤติกรรมการใช้เครื่องมือได้ว่า วัฒนธรรมดึกดำบรรพ์
เรารู้แล้วว่าชิมแปนซีไม่มีภาษาพูด แต่พวกเขามีภาษากายและท่าทางที่เยอะมาก ซึ่งส่วนใหญ่คล้ายหรือแม้แต่เหมือนกันกับของเรา เกิดขึ้นในบริบทเดียวกัน ชิมแปนซีกอดกันเวลาทักทาย พวกเขาจูบกัน จูงมือกัน และตบหลังซึ่งกันและกัน เดินส่ายอาดๆ และโยนก้อนหิน ในสังคมชิมแปนซี เราพบตัวอย่างมากมายของความมีน้ำใจ รากกำเนิดของความรักและความเสียสละที่แท้จริง แต่โชคร้ายที่พวกเขาก็มีด้านมืดเหมือนกันกับเรา พวกเขาโหดร้ายป่าเถื่อนได้ บางครั้งก็ทำสงครามแบบคนป่า พฤติกรรมที่ก้าวร้าวเหล่านี้ส่วนใหญ่ พุ่งเป้าไปที่สมาชิกกลุ่มสังคมที่อยู่ใกล้กัน ชิมแปนซีก้าวร้าวมากเกี่ยวกับดินแดนตัวเอง ฉันเชื่อว่าชิมแปนซี มากกว่าสัตว์อื่นใดทั้งหมด ช่วยให้เราเข้าใจว่าไม่มีเส้นแบ่งที่ชัดเจนหรอก ระหว่างมนุษย์กับเพื่อนร่วมโลกที่เหลือ
มันเป็นเส้นที่คลุมเครือ และคลุมเครือมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่เราค้นพบเกี่ยวกับพวกเขามากขี้นๆ งานวิจัยที่ฉันเริ่มในปี 1960 ยังดำเนินมาถึงทุกวันนี้ และชิมแปนซีเหล่านี้ ผู้ใช้ชีวิตสังคมที่ซับซ้อนในป่า ได้ช่วยเรามากกว่าทุกสิ่งทุกอย่าง ให้ตระหนักว่าเราเป็นส่วนหนึ่ง ไม่ใช่เป็นเอกเทศ จากสัตว์โลกอันน่าทึ่งที่อยู่บนโลกนี้ด้วยกัน ฉะนั้นจึงเป็นเรื่องเศร้าที่ฉันพบว่าชิมแปนซี กำลังสูญเสียที่อยู่อาศัย เหมือนกับสัตว์อื่นอีกมากมายทั่วโลก นี่เป็นแค่ภาพถ่ายทางอากาศภาพเดียว แสดงป่าสูงในกอมเบ ตอนที่ฉันบินดูบริเวณนี้เมื่อ 16 ปีก่อน ฉันตระหนักว่านอกอุทยานแห่งนี้ นอกป่านี้ ซึ่งในปี 1960 ยาวไกลติดต่อกัน ตลอดชายฝั่งตะวันออกของทะเลสาบตังกันยิกา ที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติกอมเบ เนื้อที่ 30 ตารางไมล์ ตอนที่บินดู คำถามหนึ่งแวบเข้ามาในหัว "เราจะพยายามปกป้องชิมแปนซีที่โด่งดังเหล่านี้ได้ยังไง ในเมื่อคนที่อยู่รอบๆ บริเวณยังดิ้นรนเอาตัวรอด?" คนอาศัยอยู่ที่นั่นมากเกินกว่าที่ที่ดินจะรองรับได้ ตัวเลขประชากรเพิ่มขึ้นจากผู้อพยพที่หลั่งไหลมาจากบุรุนดี และข้ามทะเลสาบมาจากคองโก คนจนที่อัตคัดมากๆ ไม่มีเงินซื้ออาหารจากไหนเลย
ปัญหานี้ทำให้เราตั้งโครงการชื่อ ตาแคร์ (TACARE) ใช้วิธีอย่างบูรณาการเพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิต ของคนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านรอบๆ อุทยาน โครงการนี้เริ่มเล็ก จาก 12 หมู่บ้าน ตอนนี้มี 24 ฉันไม่มีเวลาอธิบาย แต่เราใช้วิธีอย่างเช่นอนุบาลต้นไม้ เผยแพร่วิธีทำการเกษตรที่เหมาะสมกับแผ่นดิน ที่เสื่อมสภาพจนเกือบจะเหมือนทะเลทรายในภูเขา วิธีควบคุมและป้องกันดินเสื่อม วิธีฟื้นฟูพื้นที่เพาะปลูกที่ใช้มากเกินไป ภายใน 2 ปีจะได้กลับมาอุดมสมบูรณ์ใหม่ ช่วยขุดบ่อน้ำให้ชาวบ้านมีน้ำสะอาดใช้ บางทีก็สร้างห้องเรียน ที่สำคัญที่สุดคือ ทำงานกับกลุ่มสตรีกลุ่มเล็กๆ มอบโอกาสให้กับพวกเธอด้วยสินเชื่อไมโครเครดิต ซึ่งสถิติของเราก็เหมือนกับทั่วโลก คือมีอัตราการชำระคืนสูงถึง 95% เราเพิ่มอำนาจให้ผู้หญิงด้วยการศึกษา มอบทุนการศึกษาให้กับเด็กผู้หญิงจนจบมัธยมปลาย ด้วยความเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า ทั่วโลก เมื่อผู้หญิงมีการศึกษามากขึ้น ขนาดครอบครัวก็ลดลง เราให้ข้อมูลเกี่ยวกับการวางแผนครอบครัว และโรคเอดส์
ผลลัพธ์ของโครงการนี้ คือผลบวกสำหรับงานอนุรักษ์ สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือ เกษตรกรในหมู่บ้าน 24 แห่งนี้ แทนที่จะมองว่าเราเป็นคนผิวขาวกลุ่มหนึ่ง ที่มาศึกษาลิงกลุ่มหนึ่ง ฉันลืมบอกว่าพนักงานส่วนใหญ่เป็นชาวแทนซาเนียแล้ว แต่ตอนที่เราเริ่มโครงการตาแคร์ คนที่เข้าไปในหมู่บ้านต่างๆ คือทีมคนแทนซาเนีย ชาวแทนซาเนียพูดคุยกับชาวบ้าน ถามว่าพวกเขาสนใจอะไร สนใจอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือเปล่า? ไม่ใช่แน่ๆ พวกเขาสนใจสุขภาพ สนใจการศึกษา แต่เมื่อเวลาผ่านไป ขณะที่พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้น พวกเขาก็เริ่มเข้าใจมากขึ้นว่าการอนุรักษ์สำคัญอย่างไร พวกเขาเริ่มเข้าใจว่า ขณะที่ภูเขาชั้นบนถูกถางป่าจนโล่งเตียน ก่อให้เกิดภาวะดินเสื่อมและดินถล่มอย่างรุนแรง
วันนี้เรากำลังพัฒนาสิ่งที่เราเรียกว่า ระบบนิเวศกอมเบและปริมณฑล นี่คือบริเวณที่อยู่นอกอุทยานแห่งชาติไปไกลมาก ไกลถึงพื้นดินที่เสื่อมโทรมแห้งแล้งเหล่านี้ ขณะที่หมู่บ้านเหล่านี้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น พวกเขาก็ตกลงว่าจะ กันที่ดิน 10-20% ของพวกเขาในแถบที่สูง กันไว้เพื่อให้ต้นไม้มีโอกาสได้เติบโต ชิมแปนซีจะได้มีพื้นที่สีเขียวร่มรื่น ไว้เดินทางไปมาหาสู่กัน ซึ่งจำเป็นต่อความแข็งแรงทางพันธุกรรม ต้องไปหากลุ่มลิงอื่นๆ นอกอุทยานแห่งนี้ ตาแคร์ประสบความสำเร็จ เรากำลังทำซ้ำในบริเวณอื่นในแอฟริกา ในพื้นที่ป่าที่อื่น ซึ่งเผชิญกับแรงกดดันทางประชากรอย่างมหาศาล
อย่างไรก็ตาม ปัญหาในแอฟริกาก็เหมือนกับที่เราคุยกัน มาตลอดงานเท็ดวันสองวันนี้ เป็นปัญหาที่ใหญ่หลวงมาก มีความยากจนข้นแค้น เมื่อคุณมีคนจำนวนมากมาอยู่ บนที่ดินที่ขาดความอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะหลังจากที่คุณตัดต้นไม้ เปิดหน้าดินให้เผชิญลมฟ้าอากาศจนดินเสื่อม ขณะที่ประชากรผู้ทุกข์ยากโค่นไม้ลงต้นแล้วต้นเล่า ในความพยายามที่จะเพาะปลูกหาอาหารเลี้ยงครอบครัว อะไรจะเกิดขึ้น? อะไรสักอย่างต้องขาดสะบั้น ไม่นับว่ามีปัญหาอื่นอีก ไม่ใช่เฉพาะแอฟริกา แต่ในโลกกำลังพัฒนาทั้งหมด และที่จริงก็ทุกที่ เรากำลังทำอะไรกับโลกของเรา? คุณรู้ไหม อี.โอ. วิลสัน นักวิทยาศาสตร์ผู้โด่งดัง พูดว่าถ้าคนทุกคนบนดาวเคราะห์ดวงนี้ มีมาตรฐานการครองชีพเท่ากับคนยุโรปหรือคนอเมริกันเฉลี่ย เราก็ต้องมีโลกสามใบ วันนี้มีคนบอกว่าสี่ใบแล้ว แต่เราไม่มี เรามีแค่ใบเดียว
แล้วเกิดอะไรขึ้น? ฉันหมายความว่า ดูตัวเราสิ น่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่ฉลาดที่สุดตั้งแต่โลกถือกำเนิด มีสมองที่ปราดเปรื่อง มีเทคโนโลยีได้ขนาดนี้ ที่งานสัมมนาเท็ดสาธิตได้ดีเหลือเกิน แต่แล้วเราก็กำลังทำลายบ้านเพียงหลังเดียวของเรา คนพื้นเมืองทั่วโลก ก่อนที่พวกเขาจะตัดสินใจครั้งใหญ่ เคยรวมตัวกันและถามกันเองว่า "การตัดสินใจนี้จะส่งผลอะไรต่อคนรุ่นหลังอีก 7 รุ่นถัดไป?" วันนี้ การตัดสินใจใหญ่ๆ และฉันไม่ได้หมายถึงเฉพาะแอฟริกา แต่โลกพัฒนาแล้วทั้งหมด การตัดสินใจใหญ่ๆ ที่เกี่ยวกับเงินหลายล้านเหรียญ และคนหลายล้านคน มักจะตั้งอยู่บนคำถามว่า "การตัดสินใจนี้จะส่งผลต่อการประชุมผู้ถือหุ้นครั้งต่อไปอย่างไร?" การตัดสินใจเหล่านี้่ส่งผลต่อแอฟริกา
ขณะที่ฉันเริ่มเดินทางไปทั่วแอฟริกา พูดเรื่องปัญหาที่ชิมแปนซีประสบ พื้นที่ป่าที่หดหาย ฉันก็ตระหนักว่าปัญหาของแอฟริกาหลายเรื่องมาก เกิดจากการล่าอาณานิคมในสมัยก่อน ฉันก็เลยเริ่มเดินทางไปนอกแอฟริกา ไปพูดในยุโรป ไปสหรัฐอเมริกา เอเชีย และทุกที่ที่มีปัญหาอันเลวร้าย ทุกคนรู้นะคะว่าฉันหมายถึงปัญหามลพิษ อากาศที่เราหายใจเข้าไป มันมักจะเป็นพิษ ผืนดินกำลังทำให้อาหารเราเป็นพิษ ส่วนน้ำ น้ำน่าจะเป็นประเด็นที่ใหญ่ที่สุด ประเด็นหนึ่งที่เราต้องเผชิญในศตวรรษนี้ ทุกหนแห่ง น้ำกำลังเป็นพิษด้วยสารเคมี จากการเกษตร อุตสาหกรรม และครัวเรือน ที่ยังพ่นกันไม่หยุดทั่วโลก ดูเหมือนจะไม่ได้บทเรียนจากประสบการณ์ในอดีตเลย ป่าชายเลนยังถูกตัด ทำให้ผลจากภัยพิบัติอย่างสึนามิเลวร้ายลง เราคุยไปแล้วเรื่องดินเสื่อม เราเผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างบ้าบิ่น และก๊าซเรือนกระจกชนิดอื่นๆ ซึ่งทั้งหมด ส่งผลให้ภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ทั่วโลกผู้คนกำลังเริ่มเชื่อแล้วว่า มันผิดปกติ สภาพภูมิอากาศของเราผิดปกติมาก
ทั่วโลกมันปั่นป่วนรวนเร และคนจนได้รับผลกระทบมากกว่าเพื่อน ในแอฟริกามันส่งผลกระทบแล้ว ภัยแล้งรุนแรงกว่าแต่ก่อนมากในแถบใต้ทะเลรทรายซะฮารา และเมื่อไหร่ที่ฝนตก น้ำก็มักจะท่วม ซ้ำเติมความทุกข์ยากและวงจรความจน ความหิวโหย และโรคภัยไข้เจ็บ และเพิ่มจำนวนคนที่ใช้ชีวิตในบริเวณที่ที่ดินรองรับไม่ได้ พวกเขาจนเกินกว่าจะซื้ออาหาร ย้ายไปไหนไม่ได้เพราะที่ดินเสื่อมทั้งแถบ ที่ดินค่อยๆ แปรเป็นทะเลทรายทีละเล็กละน้อย ขณะที่ตัดต้นไม้ต้นสุดท้าย เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะแอฟริกา แต่กำลังเกิดทั่วโลก
ฉันจึงไม่แปลกใจเลย ที่ขณะเดินทางไปทั่วโลก ฉันจะได้พบกับเยาวชนจำนวนมากที่สิ้นหวัง ดูเหมือนว่าเราจะสูญเสียปัญญาของคนพื้นเมืองไปแล้ว ฉันถามว่า "ทำไม?" คุณคิดว่าเป็นไปได้ไหมที่จะมีความแตกแยก ระหว่างสมองอันปราดเปรื่องของเรา สมองที่เทคโนโลยีในเท็ดสาธิตให้ดู กับหัวใจของเรา? ฉันหมายถึงเรื่องที่ไม่ใช่วิทยาศาสตร์ เรื่องของความรักและความเมตตา สมองกับหัวใจแตกแยกกันหรือไม่? เยาวชนเหล่านี้ เวลาที่ฉันคุยกับพวกเขา พวกเขาถ้าไม่หดหู่ก็ไม่แยแส หรือไม่ก็ขมขื่นและโกรธแค้น พวกเขาพูดอย่างเดียวกัน "เรารู้สึกอย่างนี้เพราะเรารู้สึกว่าคุณทำลายอนาคตของเรา และเราก็ทำอะไรไม่ได้เลย"
พวกเราได้ทำลายอนาคตของพวกเขา ฉันมีหลานตัวเล็กๆ สามคน และทุกครั้งที่ฉันมองดูพวกเขา และคิดว่าเราได้ทำร้ายโลกอันสวยงามนี้ตั้งแต่ฉันยังอายุเท่านั้น ฉันก็รู้สึกคับแค้นสิ้นหวัง นั่นทำให้เราก่อตั้งโครงการชื่อ รูทส์แอนด์ชูทส์ เริ่มขึ้นที่นี่ ที่แทนซาเนีย ตอนนี้กระจายไปยัง 97 ประเทศทั่วโลก ชื่อนี้มีความหมาย ราก (รูทส์) เป็นฐานที่มั่นคง หน่ออ่อน (ชูทส์) ดูบอบบาง แต่ทลายกำแพงได้เพื่อหาแสงอาทิตย์ กำแพงเปรียบเสมื่อนปัญหาต่างๆ ที่คุกคามโลก ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ชื่อนี้ส่งสารแห่งความหวัง เยาวชนนับร้อยนับพันคนทั่วโลกสามารถ เจาะทะลุกำแพงและทำให้โลกนี้ดีขึ้นได้สำหรับสิ่งมีชีวิตทั้งมวล สารที่สำคัญที่สุดของรูทส์แอนด์ชูทส์ คือ เราแต่ละคนสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ ทุกๆวัน เรามีทางเลือก เราทุกคนในห้องนี้ เราเลือกได้ว่าจะสร้างการเปลี่ยนแปลงแบบไหน คนยากจนข้นแค้นไม่มีทางเลือก เราต้องเปลี่ยนแปลง เพื่อให้พวกเขามีทางเลือกเหมือนกัน
กลุ่มรูทส์แอนด์ชูทส์ทุกกลุ่มเลือกโครงการ 3 โครงการ ขึ้นอยู่กับอายุของพวกเขา และประเทศที่อยู่ ชนิดของโครงการขึ้นอยู่กับว่าเยาวชนอยู่ในเมืองหรือชนบท แต่โดยสรุปคือตอนนี้เรามีโครงการตั้งแต่อนุบาลถึงมหาวิทยาลัย ผู้ใหญ่จำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่ก่อตั้งกลุ่มรูทส์แอนด์ชูทส์ของตัวเอง ทุกกลุ่มจะเลือกเอาเองว่า จะทำโครงการอะไร 3 โครงการที่ทำให้โลกนี้ดีขึ้น ด้วยความตระหนักว่าปัญหาต่างๆ ล้วนเกี่ยวพันกัน กระทบซึ่งกันและกัน ดังนั้นโครงการหนึ่งจะต้องทำเพื่อช่วยชุมชน และถ้าทำได้ก็อาจระดมทุนเพื่อช่วยเหลือชุมชนอื่น ในประเทศอื่นในโลก โครงการที่สองจะต้องช่วยสัตว์ ไม่จำเป็นต้องเป็นสัตว์ป่า สัตว์เลี้ยงก็ได้ และโครงการที่สามจะทำเพื่อช่วยสิ่งแวดล้อมที่เราอยู่ร่วมกัน ทั้งหมดนี้สอดแทรกสาระ ให้เรียนรู้ที่จะอยู่อย่างสันติและกลมกลืนกับตัวเอง กับครอบครัว ชุมชน ระหว่างประเทศ ข้ามวัฒนธรรม ระหว่างศาสนา และระหว่างเรากับธรรมชาติ โลกธรรมชาติจำเป็นสำหรับเรา เราทำลายมันต่อไปในอัตราเดิมไม่ได้ เราไม่มีดาวเคราะห์อื่นให้อยู่
ฉันจะยกตัวอย่างโครงการ 1-2 อันในแอฟริกา ที่กลุ่มรูทส์แอนด์ชูทส์กำลังทำ แค่เป็นตัวอย่าง ในแทนซาเนีย อูกันดา เคนยา แอฟริกาใต้ คองโก บราซซาวิลล์ เซียราลีโอน คาแมรูน และกลุ่มอื่นๆ ที่ฉันบอกว่ากระจายกัน 97 ประเทศทั่วโลก แน่นอน พวกเขากำลังปลูกต้นไม้ ปลูกผักออร์แกนิก ทำงานในค่ายอพยพ เลี้ยงไก่ ขายไก่แลกกับเงินนิดหน่อย หรือแค่เลี้ยงครอบครัวเฉยๆ พวกเขารู้สึกภูมิใจและมีพลัง เพราะไม่ได้สิ้นหวังและต้องพึ่งพาคนอื่นอีกแล้ว พวกเขามีผักและไก่กิน ตอนนี้วิธีนี้ใช้ในอูกันดา เป็นวิธีบำบัดสุขภาพจิตของทหารเด็กที่ปลดประจำการ การทำโครงการแบบนี้ช่วยพาเขาออกมาจากตัวเอง เป็นสมาชิกที่มีค่าของสังคม เรามีโครงการนี้ในคุกด้วย ฉันไม่มีเวลาพูดถึงรูทส์แอนด์ชูทส์แล้ว แต่ - อ้อ พวกเขายังทำงานเรื่องเอดส์ด้วย ส่วนที่สำคัญมากของรูทส์แอนด์ชูทส์คือ ให้เด็กโตพูดคุยกับเด็กเล็ก อย่างเรื่องการท้องโดยไม่ตั้งใจ ให้เด็กๆ ฟังจากเด็กรุ่นเดียวกัน ไม่ใช่ผู้ใหญ่
ความหวังคือสิ่งที่ฉันถูกถามเวลาเดินทางรอบโลก "เจน คุณได้เห็นสิ่งร้ายๆ มามากมาย ได้เห็นจำนวนประชากรลิงชิมแปนซีของคุณลดลง จาก 1 ล้านตัวตอนต้นศตวรรษนี้ เหลือไม่ถึง 150,000 ตัวแล้ว สัตว์อื่นก็เหมือนกัน ป่าไม้กำลังหายไป ทะเลทรายเข้ามาแทนที่ คุณมีความหวังจริงๆ หรือ" คำตอบคือมีค่ะ ฉันคงมางานอย่างเท็ดโดยไม่มีความหวังไม่ได้ ใช่ไหมคะ? แน่นอนฉันมีความหวัง ความหวังแรกคือสมองอันชาญฉลาดมนุษย์
นึกถึงเทคโนโลยีต่างๆ สิ ฉันรู้สึกตื่นเต้นมากที่ในที่สุดก็มีโอกาสคุยกับคนเรื่องส้วมปุ๋ย มันเป็นงานอดิเรกเรื่องหนึ่งของฉัน ปกติเราชักโครกน้ำทั้งหมดลงส้วม มันแย่มาก เราคุยกันเรื่องพลังงานทดแทนด้วย นี่ก็สำคัญเร่งด่วน เราใส่ใจหรือเปล่าว่าจะทิ้งโลกแบบไหนไว้ให้ลูกหลาน? พวกเรากี่คนคะที่มีลูกหรือหลาน? เราใส่ใจอนาคตของพวกเขาหรือเปล่า? และถ้าเราใส่ใจ เราในฐานะชนชั้นนำทั่วโลก เราก็ทำอะไรได้ เราสามารถเลือกว่าจะใช้ชีวิตแต่ละวันอย่างไร ซื้ออะไร สวมใส่อะไร และตัดสินใจเหล่านั้นด้วยคำถามว่า มันจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมรอบตัวฉันอย่างไร? กระทบต่อชีวิตของลูกฉันเมื่อเขาหรือเธอโตเป็นผู้ใหญ่อย่างไร? หรือหลานของฉัน หรือคนอื่นๆ สมองมนุษย์ เมื่อเอามารวมกับหัวใจมนุษย์ ประสานมือกันทั่วโลก นี่คือสิ่งที่เท็ดช่วยเราได้ดีมาก กูเกิลก็เหมือนกัน อีเอสอาร์ไอกำลังช่วยเราทำแผนที่อุทยานแห่งชาติกอมเบ เราใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ได้
ลองเชื่อมมันเข้าด้วยกันดีกว่า ซึ่งก็กำลังเกิดขึ้นแล้วใช่ไหมคะ? เราได้ฟังแล้วเมื่อบ่ายนี้ มันกำลังเกิดขึ้น การเปลี่ยนแปลงที่ว่านี้ การเปลี่ยนแปลง ที่จำเป็นต้องเกิด ถ้าเราห่วงใยอนาคต เหตุผลที่สองที่ฉันมีความหวัง คือธรรมชาติคงทนมากอย่างน่าทึ่งค่ะ พื้นที่ที่ถูกทำลายลงอย่างราบคาบ ฟื้นตัวได้ถ้าเวลาผ่านไปนานพอ บางทีต้องช่วยนิดหน่อย ตัวอย่างคือโครงการตาแคร์ ถ้าคุณเอาตอไม้ที่ดูตายแล้ว หยุดผ่ามันไปทำฟืน ซึ่งไม่จำเป็นแล้วถ้ามีกองไม้ ใน 5 ปี มันจะโตเป็นต้นไม้สูง 30 ฟุตได้ และสัตว์ที่เกือบจะสูญพันธุ์ไปแล้ว ก็จะมีชีวิตใหม่ นี่คือหนังสือเล่มต่อไปของฉัน มันสร้างแรงบันดาลใจได้มาก และความหวังเรื่องสุดท้าย ที่เราได้ยินกันมามากแล้วในสองวันที่ผ่านมา คือสปิริตที่ไม่ยอมแพ้ของมนุษย์ เจตจำนงของผู้คน ความทนทานของสปิริตมนุษย์ คนที่คุณคิดว่าถูกความจนย่ำยี หรือเป็นโรค หรืออะไรก็ตาม สามารถหยัดยืนได้ บางทีด้วยการช่วยเหลือ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสังคม มีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงโลก
แต่คิดถึงคนสองคนจากแอฟริกาที่สร้างแรงบันดาลใจมาก เรามีรายชื่อยาวเป็นหางว่าว แต่แน่นอน เนลสัน แมนเดลา หลังจากที่ใช้เวลา 17 ปี กับการทำงานหนัก ใช้ชีวิต 23 ปีในคุก ความสามารถอันน่าทึ่งในการให้อภัย เพื่อมาเป็นผู้นำ นำประเทศออกจากระบอบเหยียดผิวอันชั่วร้ายโดยไม่นองเลือด เคน ซาโร-วิวา ในไนจีเรีย ผู้ต่อกรกับบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ ผู้คนจำนวนมากทั่วโลกพยายาม ถูกประหารชีวิต คนแบบนี้สร้างแรงบันดาลใจเหลือเกิน คนแบบนี้คือต้นแบบที่เราต้องการสำหรับเยาวชนชาวแอฟริกัน และเราก็ต้องมีต้นแบบด้านสิ่งแวดล้อมด้วย ฉันได้ยินต้นแบบหลายคนพูดในวันนี้ ฉันรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณที่ได้มีโอกาสมาแบ่งปัน สารนี้อีกครั้งที่เท็ด ฉันหวังว่าพวกเราบางคนอาจได้มาคุยกันเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ โดยเฉพาะโครงการรูทส์แอนด์ชูทส์
ฉันอยากจะปิดท้ายว่า หญิงสาวคนที่บริหารศูนย์การประชุมแห่งนี้ วันนี้ฉันได้เจอเธอ เธอชูใบประกาศเกียรติคุณให้ฉันดูอย่างตื่นเต้น เธอเคยทำรูทส์แอนด์ชูทส์ เคยร่วมกลุ่มในเมือง ดาร์ เอส ซาลาม เธอบอกว่าโครงการนี้ช่วยเธอในงานที่เธอกำลังทำ น่าตื่นเต้นมากที่ฉันได้เจอเธอ แค่ตัวอย่างเดียวของการที่หนุ่มสาว เมื่อพวกเขามีพลัง มีโอกาสที่จะลงมือทำ เพื่อทำให้โลกนี้ดีกว่าเดิม พวกเขาคือความหวังสำหรับอนาคตของเราจริงๆ ขอบคุณค่ะ
You can share this video by copying this HTML to your clipboard and pasting into your blog or web page. This video will play with subtitles.
You either have JavaScript turned off or have an old version of the Adobe Flash Player. To view this rating widget you
need to get the latest Flash player.
If your browser allows only "trusted sites" to execute Javascript, you should add the "googleapis.com" domain to your whitelist to allow our Flash detection to work properly.
Got an idea, question, or debate inspired by this talk? Start a TED Conversation.
นักวิจัยชิมแปนซีในตำนาน เจน กู๊ดดอล พูดถึงโครงการ TACARE และโครงการชุมชนอื่นๆ ของเธอ ซึ่งช่วยให้คนในเมืองที่กำลังรุ่งเรืองของแอฟริกาใช้ชีวิตร่วมกับสัตว์ที่กำลังจะสูญพันธุ์
Jane Goodall, dubbed by her biographer "the woman who redefined man," has changed our perceptions of primates, people, and the connection between the two. Over the past 45 years, Goodall herself has also evolved -- from steadfast scientist to passionate conservationist and humanitarian. Full bio »
Translated into Thai by Sarinee Achavanuntakul
Reviewed by Teerachart Prasert
Comments? Please email the translators above.
17:25 Posted: Apr 2007
Views 1,030,907 | Comments 295
20:31 Posted: Jan 2008
Views 435,634 | Comments 80
16:41 Posted: May 2007
Views 338,338 | Comments 74
Just follow the guidelines outlined under our Creative Commons license.
This comment will be attributed to . Not ? Sign Out.