ฉันรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้มาที่นี่ และอย่างที่คริสได้กล่าวไว้ เป็นเวลากว่ายี่สิบปีแล้วที่ฉันได้เริ่มทำงานที่แอฟริกา ฉันเริ่มต้นที่สนามบินอาบิดจัน ในเช้าวันที่อบอ้าวของไอวอรี่โคสต์ ฉันเพิ่งลาออกจากงานที่วอลสตรีท ตัดผมสั้นให้ดูเหมือนมากาเร็ต มีท บริจาคของส่วนใหญ่ที่ฉันมี และไปถึงที่นั่นพร้อมของที่จำเป็น บทกวี เสื้อผ้าบางส่วน และแน่นอน กีตาร์ เพราะว่าฉันกำลังจะไปช่วยโลก และฉันคิดว่าฉันจะเริ่มที่ทวีปแอฟริกา
แต่วันแรกๆที่ไปถึง ฉันกลับถูกบอกแบบซึ่งหน้า โดยผู้หญิงแอฟริกันตะวันตกจำนวนหนึ่งว่า คนแอฟริกันไม่ต้องการความช่วยเหลือ ขอบคุณมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากฉัน ฉันยังอายุน้อย ยังไม่ได้แต่งงาน ยังไม่มีบุตร ยังไม่รู้จักแอฟริกาแบบลึกซี้ง ภาษาฝรั่งเศสฉันก็ไม่ค่อยดี เพราะฉะนั้น ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่เจ็บปวดมากในชีวิตฉัน แต่มันก็มอบความถ่อมตนให้ฉัน ให้เริ่มที่จะฟัง
ฉันคิดว่าความล้มเหลวสามารถเป็นแรงผลักดันอย่างเหลือเชื่อได้เช่นกัน ดังนั้นฉันเลยย้ายไปเคนยาและทำงานในยูกันดา และในปี ค.ศ. 1986 ฉันได้เจอผู้หญิงรวันดากลุ่มหนึ่งซึ่งขอให้ฉัน ย้ายไปคิกาลีเพื่อไปช่วยพวกเขาเริ่มสร้างสถาบันการเงินรากหญ้าแห่งแรก ซึ่งฉันก็ยินดี และพวกเราตั้งชื่อมันว่า ดูเทอริมเบเร ซึ่งหมายความว่า "การไปข้างหน้าด้วยความกระตือรือร้น" และระหว่างที่เรากำลังสร้างมัน ฉันได้สังเกตว่าในบริเวณนั้นไม่ค่อยมีธุรกิจที่มั่นคง และเริ่มต้นโดยผู้หญิง เพราะฉะนั้นบางทีฉันน่าจะลองทำธุรกิจดูบ้าง เพราะฉะนั้นฉันเลยเริ่มมองไปรอบๆ และฉันได้ยินเกี่ยวกับร้านเบเกอรี่ ที่ดำเนินงานโดยหญิงขายบริการยี่สิบคน ด้วยความสนใจ ฉันเลยไปหาผู้หญิงกลุ่มนี้ และที่ฉันเจอคือ แม่ยี่สิบคนที่ไม่ได้แต่งงาน และพยายามจะเอาตัวรอด
และนั่นคือช่วงเวลาที่ฉันเริ่มที่จะเข้าใจจริงๆถึงพลังของภาษา และคำที่เราใช้เรียกคนอื่นทำให้เราห่างเหินจากพวกเขาอย่างไร และทำให้พวกเขาต่ำต้อย ฉันได้พบด้วยว่าเบเกอรี่นั้นไม่เหมือนธุรกิจเลย แท้จริงแล้วมันคือองค์กรการกุศลซึ่งดำเนินงานโดยบุคคลที่มีเจตนาดี ซึ่งบริจาคเงิน 600 ดอลลาร์ต่อเดือน เพื่อที่จะให้ผู้หญิงยี่สิบคนนี้มีงานโดยการทำงานฝีมือเล็กน้อยและขนมอบ ได้เงินวันละ 50 เซนต์ และยังอยู่แบบขัดสน ดังนั้น ฉันได้ตกลงกับผู้หญิงเหล่านั้น ฉันพูด "เรามาเลิกวิธีการแบบการกุศลกันเถอะ แล้วมาช่วยกันสร้างธุรกิจ ฉันจะช่วยพวกคุณเอง" พวกเขาตอบตกลงแบบกังวลใจ ฉันก็เริ่มแบบกังวลใจ และแน่นอน ทุกสิ่งย่อมดำเนินไปอย่างยากลำบากกว่าที่คุณคิดว่ามันจะเป็น
อันดับแรก ฉันคิดว่า เราต้องการพนักงานขาย และแน่นอนว่าพวกเราไม่ใช่กลุ่มที่เก่งที่สุด เพราะฉะนั้น ฉันเลยจัดการอบรม และตัวอย่างที่ดีที่สุด คือตอนที่ฉันเดินไปบนถนน ในไนอามิแรมโบ ซึ่งเป็นย่านชื่อดังของคิกาลี พร้อมกับถังในหนึ่ง และฉันก็ขายโดนัทอันเล็กๆเหล่านี้ให้คนอื่น และเมื่อฉันกลับไป ฉันก็พูดกับคนอื่นว่า "เห็นไหม?" และผู้หญิงพวกนั้นบอกกับฉันว่า "รู้ไหม แจ็กเกอลีน ใครในไนอามิแรมโบจะไม่ซื้อ โดนัทในถังสีส้มจากผู้หญิงอเมริกันตัวสูง" และแบบ-- (หัวเราะ) นั่นเป็นความเห็นที่ดี
หลังจากนั้นฉันก็ดำเนินการแบบวิธีอเมริกันล้วนๆ ด้วยการแข่งขัน ทีม และรายบุคคล ซึ่งล้มเหลวสุดๆ แต่พอเวลาผ่านไป ผู้หญิงพวกนั้นก็เรียนรู้ที่จะขายในวิธีของพวกเขาเอง และเขาเริ่มฟังตลาด และเขากลับมาพร้อมความคิดที่จะทำมันสำปะหลังทอดและกล้วยทอด และขนมปังข้าวฟ่าง และก่อนจะรู้ตัว เราก็ได้ครองตลาดคิกาลี และผู้หญิงพวกนี้มีรายได้สามถึงสี่เท่าของรายได้เฉลี่ยระดับชาติ และด้วยความมั่นใจนี้ ฉันคิดว่านี่คือเวลาที่จะสร้างเบเกอรี่จริงๆ เพราะฉะนั้นเรามาทาสีร้านกันเถอะ และผู้หญิงพวกนั้นก็เห็นว่า "นั่นเป็นความคิดที่ดีจริงๆ" และฉันถาม "พวกเธออยากจะทาสีอะไร" และพวกเขาตอบว่า "เธอเลือกเถอะ" และฉันก็พูดว่า "ไม่ ไม่ ฉันกำลังเรียนรู้ที่จะฟัง พวกเธอเป็นคนเลือก นี่เป็นเบเกอรี่ของเธอ ถนนของเธอ ประเทศของเธอ ไม่ใช่ของฉัน" แต่พวกเขาก็ไม่ยอมให้คำตอบกับฉัน หนึ่งอาทิตย์ สองอาทิตย์ สามอาทิตย์ผ่านไป และในที่สุดฉันก็พูด "อย่างนั้นสีฟ้าดีไหม?" และเขาพูด "สีฟ้า สีฟ้า เราชอบสีฟ้า เรามาทาสีฟ้ากันเถอะ" เพราะฉะนั้นฉันเลยไปที่ร้าน ฉันพากอว์เดนซ์คนที่ดื้อรั้นที่สุดในกลุ่มไปด้วย และพวกเราซื้อสี และซื้อผ้ามาทำผ้าม่าน และในวันที่จะทาสี พวกเรามารวมกลุ่มกันในไนอามิแรมโบ และเรามีความคิดที่จะทาสีขาวพร้อมขอบสีฟ้า เหมือนกับเบเกอรี่ฝรั่งเศสเล็กๆ แต่ดูเหมือนมันจะไม่น่าพอใจ เท่ากับทาสีผนังเป็นสีฟ้าเหมือนท้องฟ้ายามเช้า
เพราะฉะนั้น สีฟ้า สีฟ้า ทุกอย่างกลายเป็นสีฟ้า ผนังเป็นสีฟ้า หน้าต่างเป็นสีฟ้า ทางเดินข้างหน้าก็ถูกทาสีฟ้า และเพลงของอารีธา แฟรงคลิน ก็ถูกเปิด "อาร์ อี เอส พี อี ซี ที" สะโพกของพวกผู้หญิงก็ส่ายไปส่ายมา และเด็กเล็กๆก็พยายามจะจับแปรงทาสี แต่วันนี้เป็นวันของพวกเขา และท้ายที่สุด เรายืนฝั่งตรงข้ามของถนน และมองสิ่งที่เราได้ทำ และฉันพูดว่า "มันช่างสวยงาม" และพวกผู้หญิงก็พูดว่า "มันสวยจริงๆ" และฉันพูด "และฉันคิดว่าสีนี้เหมาะจริงๆ" และพวกเราก็พยักหน้า ยกเว้นกอว์เดนซ์ และฉันก็ถาม "อะไรหรือ?" และเธอพูด "ไม่มีอะไร" และฉันก็ถาม "อะไร?" และเธอพูด "มันก็น่ารักดีนะ แต่เธอรู้ไหมว่าสีของเรา จริงๆแล้วคือสีเขียว" และ -- (หัวเราะ)
และฉันได้เรียนรู้ว่า การฟังไม่ใช่แค่ต้องอดทน แต่เมื่อคุณใช้ชีวิตที่ขึ้นอยู่กับการกุศลมาตลอดชีวิต มันก็ยากที่จะพูดสื่งที่คุณคิด และ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพราะคนอื่นไม่เคยที่จะถามคุณ และเมื่อเขาถาม คุณไม่คิดว่าเค้าอยากจะรู้ความจริงเท่าไร เพราะฉะนั้น ฉันได้เรียนรู้ว่าการฟังไม่ใช่แค่จะต้องรอ แต่มันรวมถึงการเรียนรู้ที่จะถามคำถามที่ดีกว่า
และหลังจากนั้น ฉันอยู่ที่คิกาลีสองปีครึ่ง ทำสิ่งสองสิ่งนี้ และมันเป็นช่วงเวลาที่พิเศษมากในชีวิตของฉัน และมันสอนบทเรียนให้ฉันสามบทเรียน ที่ฉันคิดว่าสำคัญมากสำหรับพวกเราในวันนี้ และแน่นอนในสายอาชีพของฉัน บทเรียนแรกคือ ความภาคภูมิใจสำคัญต่อจิตใจของมนุษย์มากกว่าความมั่งคั่ง ดังที่เอลีนีได้เกล่าไว้ เมื่อคนเรามีรายได้มากขึ้น พวกเขาก็จะมีทางเลือกมากขึ้น และนั่นเป็นพื้นฐานของความภาคภูมิใจ แต่เพราะว่าเราเป็นมนุษย์ เราก็ต้องการที่จะพบปะผู้อื่นด้วยเช่นกัน และเราต้องการให้ผู้อื่นรับฟังเรา และเราไม่ควรลืมมัน บทเรียนที่สองคือ องค์กรการกุศลแบบดั้งเดิมและเงินช่วยเหลือ ไม่มีวันที่จะช่วยแก้ไขปัญหาความยากจน
ฉันคิดว่าแอนดรูว์ได้พูดครอบคลุมเรื่องนี้ไว้อย่างดีแล้ว เพราะฉะนั้นฉันจะข้ามไปยังบทเรียนที่สาม ซึ่งก็คือ ตลาดเพียงลำพัง ก็ไม่มีวันที่จะช่วยแก้ไขปัญหาความยากจน ใช่ เราทำมันเป็นธุรกิจ แต่ก็ต้องมีบางคนที่คอยให้การสนับสนุนด้านการกุศล ที่จะมาใช้สำหรับการอบรมและการสนับสนุนด้านการบริหารงาน คำแนะนำเชิงกลยุทธ์ และบางที สิ่งที่ลำคัญที่สุด การเข้าถึงผู้ติดต่อใหม่ๆ เครือข่าย และตลาดใหม่ๆ และเพราะฉะนั้น ในระดับจุลภาค มีบทบาทที่แท้จริงสำหรับการผสมผสานนี้ ระหว่างการลงทุนและการกุศล ในระดับมหภาค ผู้บรรยายบางท่านได้อนุมาณว่า แม้กระทั่ง การดูแลสุขภาพควรจะถูกแปรรูปเป็นหน่วยงานเอกชน แต่หลังจากที่คุณพ่อของฉันเป็นโรคหัวใจ และตระหนักว่าสิ่งที่ครอบครัวของเราสามารถจ่ายได้ ไม่ใช่สิ่งที่คุณพ่อฉันควรได้รับ และการมีเพื่อนที่ดีที่เข้ามาช่วยเหลือ ฉันเชื่อว่าผู้คนทุกคนควรเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ ในราคาที่พวกเขาสามารถจ่ายได้ ฉันคิดว่าตลาดสามารถช่วยพวกเราหาทางออกได้ แต่มันจะต้องมีส่วนประกอบด้านการกุศล ไม่เช่นนั้น ฉันไม่คิดว่าเราจะสร้างสังคมที่เราอยากจะอยู่
ฉะนั้น บทเรียนเหล่านี้เป็นบทเรียนที่ทำให้ฉันตัดสินใจที่จะ สร้าง อคูเมน ฟันด์ เมื่อหกปีที่แล้ว มันคือ กองทุนร่วมลงทุนที่ไม่สร้างกำไร สำหรับบุคคลยากไร้ มีคำที่ขัดกันหลายคำในประโยคเดียว โดยหลักองค์กรนำเงินการกุศลจากบุคคล องค์กรอื่นๆ หรือบริษัท และนำมาลงทุนในรูปของเงินทุนและเงินกู้ ในทั้งองค์กรแบบแสวงกำไรและไม่แสวงกำไร ที่ให้บริการด้านสุขภาพ ที่พักอาศัย พลังงาน และน้ำสะอาด ที่ราคาไม่แพง เพื่อบุคคลรายได้น้อยในเอเชียใต้และแอฟริกา เพื่อที่พวกเขาจะได้มีทางเลือก เราได้ลงทุนประมาณ 20 ล้านดอลลาร์ ใน 20 องค์กรต่างๆกัน และด้วยเหตุนี้เราได้สร้างงานเกือบ 20,000 งาน และได้มอบบริการกว่าสิบล้านอย่างให้กับผู้คน ซึ่งมิฉะนั้นอาจจะไม่สามารถที่จะจ่ายได้
ฉันอยากจะเล่าเรื่องสองเรื่องให้ทุกคนฟัง ทั้งสองเรื่องเกิดขึ้นที่แอฟริกา ทั้งสองเรื่องเกี่ยวกับการลงทุนในผู้ประกอบการ ผู้มุ่งมั่นที่จะให้บริการ และมีความรู้เรื่องการตลาดเป็นอย่างดี ทั้งสองเป็นการบรรจบกันของการสาธารณสุขและการประกอบการ และเนื่องจากพวกเขาทั้งสองเป็นผู้ผลิต จึงได้สร้างงานโดยตรง และสร้างรายได้โดยทางอ้อม เพราะพวกเขาทำงานเกี่ยวกับโรคมาลาเรีย และแอฟริกาเสียเงินประมาณ 13 พันล้านดอลลาร์ต่อปีเพราะมาลาเรีย เพราะฉะนั้น เมื่อผู้คนมีสุขภาพดีขึ้น พวกเขาก็มีความมั่งคั่งมากขึ้น
บริษัทแรกมีชื่อว่า แอดวานซ์ ไบโอเอคซ์แทรค จำกัด มันเป็นบริษัทที่ถูกสร้างขึ้นที่เคนยาเมื่อเจ็ดปีที่แล้ว โดยผู้ประกอบการที่น่าเลื่อมใสชื่อ แพททริค เฮนเฟรย์ และเพื่อนรวมงานของเขาสามคน คนเหล่านี้คือเกษตรกรที่มีความชำนาญ และได้ผ่านมาทั้งขาขึ้นและขาลงทางการเกษตร ในเคนยาช่วงเวลาสามสิบปีที่ผ่านมา นี่คือพืชสมุนไพรอาร์เทมิเซีย มันเป็นส่วนผสมหลักของอาร์เทมิซินิน ซึ่งรู้จักเป็นอย่างดีสำหรับการรักษามาลาเรีย มันมีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีนและฅะวันออกไกล แต่ในเมื่อมีความแพร่หลายของมาลาเรียในแอฟริกา แพททริคและเพื่อนร่วมงานของเขาจึงพูดว่า "เราพามันมาที่นี่กันเถอะ เพราะว่ามันเป็นผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่ามาก" เกษตรกรได้รับผลผลิตสามถึงสี่เท่าของที่จะได้รับจากการปลูกข้าวโพด
และเพราะฉะนั้น ด้วยทุนอดทนที่เป็นเงินที่พวกเค้าได้มาในตอนแรก ซึ่งได้ผลตอบแทนต่ำกว่าตลาด และยอมผ่านทางที่ยาวกว่า และได้รวมกับ ความช่วยเหลือด้านการจัดการ และความช่วยเหลือด้านยุทธศาสตร์ ทำให้ในตอนนี้พวกเขาได้สร้างบริษัทซึ่งซื้อสินค้าจากเกษตรกร 7,500 คน ซึ่งนั่นมีผลกระทบต่อคนประมาณ 50,000 คน และฉันคิดว่าบางท่านอาจจะมีโอกาสได้ไปเยี่ยม เกษตรกรเหล่านี้ได้ความช่วยเหลือจาก คิคสตาร์ท และ เทคโนเซิร์ฟ ซึ่งได้ช่วยให้พวกเขาพึ่งพิงตนเองได้ พวกเขาซื้อมัน ตากให้แห้ง และนำมันมาที่โรงงานแห่งนี้ ซึ่งบางส่วนได้ถูกซื้อโดยทุนอดทนของโนวาร์ทิส ซึ่งมีความสนใจในการนำผงแป้งนี้ มาผลิตยาโคอาร์เทม อคูเมนได้ทำงานร่วมกับเอบีอีมาเป็นเวลาหนึ่งปีถึงหนึ่งปีครึ่ง ในการดูแลแผนธุรกิจ และดูแลการขยายกิจการ ช่วยเหลือในด้านการบริหารงาน และช่วยเหลือในการทำเอกสารจุดประสงค์และเรี่ยไรเงินลงทุน และฉันได้เรียนรู้ว่าทุนอดทนหมายความว่าอย่างไรทางอารมณ์ ในประมาณหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เพราะว่าบริษัทอยู่ในช่วง 10 วันก่อนจะพิสูจน์ว่าผลิตภัณฑ์ของพวกเขา มีคุณภาพระดับโลกที่ต้องใช้ในการผลิตโคอาร์เทม ในช่วงเวลาที่พวกเขาอยู่ระหว่างวิกฤติการเงินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของพวกเขา
และพวกเราได้เรียกนักลงทุนทางสังคมทุกคนที่เรารู้จัก ในปัจจุบัน นักลงทุนที่กล่าวมาบางท่านได้มีความสนใจในทวีปแอฟริกาเป็นอย่างยิ่ง และเข้าใจถึงความสำคัญของเกษตรกรรม และได้ช่วยเหลือเกษตรกรอีกด้วย และถึงแม้ว่าเราอธิบายว่า ถ้าเอบีอีไม่ประสบความสำเร็จ งานทั้งหมดจำนวน 7,500 งานจะต้องหายไปด้วย บางทีเราก็ต้องเผชิญการแยกไปสองทางระหว่างธุรกิจและสังคม และมันเป็นเวลาที่เราต้องเริ่มคิดอย่างสร้างสรรค์เกี่ยวกับการที่ทั้งสองความคิดจะรวมกันได้อย่างไร ฉะนั้นอคูเมนได้ให้ ไม่ใช่หนึ่ง แต่เป็นเงินกู้จำนวนสองครั้ง และข่าวดีคือพวกเขาได้รับการยอมรับว่ามีการผลิตที่มีคุณภาพระดับโลกอย่างแท้จริง และตอนนี้ กำลังอยู่ในช่วงสุดท้ายของการสิ้นสุดการลงทุนรอบ 20 ล้านดอลลาร์ เพื่อที่จะข้ามไปสู่รอบต่อไป และฉันคิดว่านี่จะเป็นหนึ่งในบริษัทที่สำคัญที่สุดในแอฟริกาตะวันออก
นี่คือซามูเอล เขาเป็นเกษตรกร จริงๆแล้วเขาเคยอาศัยอยู่ในสลัมที่คิเบรา เมื่อพ่อของเขาโทรศัพท์หาเขาและเล่าเรื่องอาทีมิเซียและความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มมูลค่าการผลิต เค้าได้กลับมาที่ไร่ และ ใจความสำคัญคือ ในตอนนี้พวกเขามีไร่เพาะปลูกจำนวนเจ็ดเอเคอร์ ลูกๆของซามูเอลได้เรียนในโรงเรียนเอกชน และเขาได้เริ่มช่วยเกษตรกรคนอื่นในชุมชนให้หันมาผลิตอาทีมิเซีย ความภาคภูมิใจมีความสำคัญมากกว่าความมั่งคั่ง
เรื่องต่อมา หลายท่านอาจเคยได้ยิน ฉันได้พูดเรื่องนี้คร่าวๆที่ออกซ์ฟอร์ดสองปีที่แล้ว และบางท่านเคยได้ไปเยี่ยม เอ ทู ซี มานูแฟคเจอร์ริ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทใหญ่ในแอฟริกาตะวันออก มันเป็นอีกตัวอย่างของการบรรจบกันของการสาธารณสุขและการประกอบการ และนี่เป็นเรื่องของทางออกของปัญหาระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งได้ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง มันเริ่มต้นที่ประเทศญี่ปุ่น คุณซุมิโทโมะได้พัฒนาเทคโนโลยี ที่สามารถทำให้ยากันยุงแบบชีวภาพซึมซาบอยู่ในไฟเบอร์แบบโพลีเอทลีน ซึ่งเราสามารถเอามาใช้ทำมุ้ง สำหรับโรคมาลาเรียซึ่งมีอายุการใช้งานห้าปีและไม่จำเป็นที่จะต้องนำมาชุบสารใหม่
มันอาจจะเป็นทางเลือกใหม่ แต่เหมือนอาทีมิเซีย มันถูกผลิตแค่ในเอเชียตะวันออก และด้วยความรับผิดชอบทางสังคม ซุมิโทโมะได้พูดว่า "ทำไมพวกเราไม่ทำการทดลอง ว่าพวกเราสามารถผลิตมันที่แอฟริกา สำหรับคนแอฟริกัน ได้หรือไม่" ยูนิเซฟได้เสนอว่า "เราจะซื้อมุ้งส่วนใหญ่ และหลังจากนั้นเราจะบริจาคมัน เป็นส่วนหนึ่งของกองทุนของโลก และความมุ่งมั่นของสหประชาชาติที่มีต่อสตรีมีครรภ์และเด็ก" อคูเมนได้เสนอความคิดเรื่องทุนอดทน และเราได้ช่วยเหลือในการหาผู้ประกอบการ ที่พวกเราสามารถร่วมงานด้วยในแอฟริกา และเอกซอนได้จัดหายางให้ใช้ตอนเริ่มต้น
ในการมองหาผู้ประกอบการ ไม่มีใครในโลกนี้ที่จะดีไปกว่า อนุจ ชาช์ ที่บริษัท เอ ทู ซี มานูแฟคเจอริ่ง มันเป็นบริษัทที่มีอายุถึง 40 ปี และมีความเข้าใจเรื่องการผลิต มันได้ผ่านช่วงเวลาที่แทนซาเนียอยู่ในระบอบสังคมนิยมจนมาถึงระบอบทุนนิยม และได้ดำรงความเฟื่องฟู บริษัทนี้มีพนักงานกว่า 1,000 คนเมื่อเราเพิ่งได้ค้นพบ และเพราะฉะนั้น ในฐานะผู้ประกอบการอนุจได้เลือกที่จะเสี่ยงในแอฟริกา เพื่อที่จะผลิตสินค้าสาธารณะ ซึ่งได้ถูกซื้อโดยกองทุนช่วยเหลือ ที่จะนำไปป้องกันโรคมาลาเรีย
และ เรื่องย่อก็คือ พวกเขาได้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง ในปีแรกของพวกเรา มุ้งอันแรกได้ถูกผลิตขึ้นในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2003 เราคิดว่าเราจะผลิตมุ้งได้ 150,000 อัน ต่อปี ในปีนี้ พวกเขากำลังผลิตมุ้งจำนวนแปดล้านอัน และพวกเขามีคนงาน 5,000 คน ซึ่ง 90 เปอร์เซนต์เป็นผู้หญิง ส่วนมากเป็นแรงงานไร้ฝีมือ ตอนนี้พวกเขาได้ทำกิจการร่วมค้ากับซุมิโทโมะ และเพราะฉะนั้น จากมุมมองด้านธุรกิจของแอฟริาก และจากมุมมองด้านสาธารณสุข สิ่งเหล้านี้คือความสำเร็จอย่างแท้จริง
แต่มันเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของเรื่องราวถ้าเรากำลังจะมองหาทางแก้ไขปัญหาความยากจน เพราะว่ามันไม่ยั่งยืนในระยะยาว มันเป็นบริษัทที่มีแค่ลูกค้ารายใหญ่หนึ่งราย และถ้าเกิดการระบาดของไข้หวัดนก หรือด้วยเหตุผลอื่นๆ แล้วทุกคนคิดว่ามาลาเรียมีความสำคัญน้อยลง ทุกคนจะมีแต่เสีย และเพราะฉะนั้น อนุจและอคูเมน ได้คุยกันเรื่องการทดลองในภาคเอกชน เพราะว่าข้อสมมติที่องค์กรที่ให้เงินช่วยเหลือกล่าวไว้ก็คือ ดูจากประเทศอย่างแทนซาเนีย 80 เปอร์เซนต์ของประชากรมีรายได้น้อยกว่าสองดอลลาร์ต่อวัน ราคาต้นทุนการผลิตของพวกนี้เท่ากับหกดอลลาร์ และองค์กรยังต้องเสียเงินอีกหกดอลลาร์เพื่อที่จะแจกจ่ายมัน เพราะฉะนั้นราคาตลาดในตลาดเสรีควรจะเป็นประมาณ 12 ดอลลาร์ต่อมุ้ง คนส่วนใหญ่ซื้อมันไม่ไหว เพราะฉะนั้นเรามาให้มันฟรีๆกันเถอะ และเราก็พูดว่า "เรายังมีอีกทางเลือก เรามาใช้ตลาดเป็นอุปกรณ์การฟังที่ดีที่สุดเท่าที่เรามี และ ทำความเข้าใจว่าที่ราคาเท่าไหร่ที่ผู้คนจะยอมจ่าย เพื่อที่พวกเขาจะได้ความภาคภูมิใจที่ได้เลือกด้วยตนเอง พวกเราสามารถเริ่มสร้างการแจกจำหน่ายในท้องถิ่น และจริงๆแล้ว มันช่วยให้ภาครัฐเสียเงินน้อยลง"
เพราะฉะนั้นเราลงทุนในรอบที่สองของทุนอดทนให้กับ เอ ทู ซี ทั้งเงินกู้และเงินช่วยเหลือ เพื่อที่ เอ ทู ซี จะได้ตั้งราคาเองได้ และฟังตลาด และค้นพบกับหลายๆสิ่ง สิ่งแรก ผู้คนยินยอมจ่ายราคาต่างๆกันไป แต่คนจำนวนมากยอมที่จะเสียเงินหนึ่งดอลลาร์ต่อมุ้ง และตัดสินใจที่จะซื้อมัน และเมื่อคุณเริ่มฟังพวกเขา เขาก็มีอะไรหลายอย่างที่จะพูดกับคุณ เกี่ยวกับสิ่งที่เขาชอบ และสิ่งที่เขาไม่ชอบ และบางช่องทางที่เราคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่ด้วยการทดลองนี้และการทบทวน เพราะว่าเรามีทุนอดทน ตอนนี้เราได้ค้นพบว่าภาคเอกชนต้องเสียประมาณหนึ่งดอลลาร์ ในการแจกจำหน่าย และอีกหนึ่งดอลลาร์ในการซื้อมุ้ง เพราะฉะนั้น จากมุมมองด้านนโยบาย เมื่อคุณเริ่มต้นที่ตลาด พวกเรามีทางเลือก เราสามารถทำอย่างเดิม ที่มุ้งละ 12 ดอลลาร์ และผู้ซื้อไม่จ่ายอะไรเลย หรืออย่างน้อยเราก็ทดลองกับส่วนหนึ่ง คิดราคามันที่มุ้งละหนึ่งดอลลาร์ ภาครัฐเสียอีกหกดอลลาร์ต่อมุ้ง ให้ความภาคภูมิใจที่ได้เลือกแก่ผู้คน และสร้างระบบการแจกจ่าย ที่ เมื่อเวลาผ่านไป จะเริ่มประคับประคองตนเอง
เราต้องเริ่มที่จะการสนทนาแบบนี้ และฉันไม่คิดว่าจะมีวิธีใดที่จะเริ่ม ดีไปกว่าการใช้ตลาด แต่เราต้องนำผู้อื่นเข้ามาร่วมการสนทนาด้วย ทุกครั้งที่ฉันไปเยี่ยม เอ ทู ซี ฉันคิดถึงคุณยายของฉัน สเตลลา เธอเหมือนผู้หญิงเหล่านั้นที่นั่งกับจักรเย็บผ้า เธอเติบโตอย่างยากจนมากที่ฟาร์มในออสเตรีย ไม่มีความรู้มากนัก เธอย้ายมาที่สหรัฐอเมริกา ที่ๆเธอเจอคุณตาของฉัน ซึ่งเป็นคนขนซีเมนต์ พวกเขามีบุตรเก้าคน สามคนเสียชีวิตตั้งแต่ยังเล็ก คุณยายของฉันเป็นวัณโรค และเธอทำงานในโรงเย็บผ้า เย็บเสื้อแลกเงินประมาณ 10 เซนต์ต่อชั่วโมง เธอเหมือนกับผู้หญิงที่ฉันเจอที่ เอ ทู ซี ทำงานหนักทุกวัน เข้าใจความหมายของความลำบาก มีความศรัทธาอย่างยิ่งในพระเจ้า รักลูกๆของเธอ และจะไม่ยอมรับสิ่งที่ให้เปล่า แต่เพราะว่าเธอได้มีโอกาสของตลาด และเธออยู่ในสังคมที่ให้ความปลอดภัย ว่าเธอจะเข้าถึงสาธารณสุขและการศึกษาที่ราคาไม่แพง ลูกและหลานของเธอสามารถที่จะมีชีวิตอยู่ ใช้ชีวิตที่มีจุดประสงค์จริง และตามความฝันที่แท้จริง
ฉันมองดูรอบๆเห็นพี่น้องและลูกพี่ลูกน้องของฉัน และอย่างที่ฉันได้กล่าวไว้ พวกเรามีกันหลายคน และฉันเห็นคุณครูและนักดนตรี ผู้บริหารกองทุนเฮดจ์ฟันด์ ดีไซน์เนอร์ น้องสาวคนหนึ่งที่ทำให้ความหวังของคนอื่นเป็นจริง และความหวังของฉัน เมื่อฉันเห็นผู้หญิงเหล่านั้น เมื่อฉันเจอชาวนาเห่านั้น และฉันคิดถึงทุกคนในทวีปนี้ ที่ทำงานหนักทุกๆวัน ฉันหวังว่าพวกเขาจะมีความรู้สึกของโอกาสและความเป็นไปได้ และเขาสามารถที่จะเชื่อและเข้าถึงบริการต่างๆ เพื่อให้บุตรหลานของเขาสามารถใช้ชีวิตที่มีจุดประสงค์ดีเช่นกัน มันไม่น่าจะยากเกินไป แต่สิ่งที่ต้องการคือความมุ่งมั่นจากพวกเราทุกคน ที่จะปฏิเสธสมมติฐานซ้ำซาก ออกจากกล่องทางอุดมการณ์ของพวกเรา มันต้องการการลงทุนในผู้ประกอบการเหล่านั้น ผู้ซึ่งมุ่งมั่น ที่จะให้บริการและประสบความสำเร็จ มันต้องการให้คุณอ้าแขนทั้งสองข้างเปิดกว้าง และหวังความรักน้อยนิดเป็นการตอบแทน แต่เรียกร้องความรับผิดชอบ และนำความรับผิดชอบมาด้วยเช่นกัน และที่สำคัญที่สุด ที่สำคัญที่สุด มันต้องการให้พวกเราทุกคนมีความกล้าและความอดทน ไม่ว่าเราจะรวยหรือจน เป็นคนแอฟริกาหรือไม่ เป็นคนท้องถื่นหรือต่างด้าว มีความคิดเป็นซ้ายหรือขวา ที่จะเริ่มฟังซึ่งกันและกัน ขอบคุณค่ะ (เสียงปรบมือ)
You can share this video by copying this HTML to your clipboard and pasting into your blog or web page. This video will play with subtitles.
You either have JavaScript turned off or have an old version of the Adobe Flash Player. To view this rating widget you
need to get the latest Flash player.
If your browser allows only "trusted sites" to execute Javascript, you should add the "googleapis.com" domain to your whitelist to allow our Flash detection to work properly.
Got an idea, question, or debate inspired by this talk? Start a TED Conversation.
แจ็กเกอลีน โนโวกราทซ์ แบ่งปันเรื่อง "ทุนอดทน" ที่สามารถนำอาชีพ สินค้า บริการ -- และความภูมิใจ -- อย่างยั่งยืนมาสู่คนยากจนทั่วโลก
Jacqueline Novogratz founded and leads Acumen Fund, a nonprofit that takes a businesslike approach to improving the lives of the poor. In her new book, The Blue Sweater, she tells stories from the new philanthropy, which emphasizes sustainable bottom-up solutions over traditional top-down aid. Full bio »
Translated into Thai by Araya Poomsaringkarn
Reviewed by Peeraya Maetasatidsuk
Comments? Please email the translators above.
16:51 Posted: May 2008
Views 430,236 | Comments 118
20:13 Posted: May 2007
Views 327,689 | Comments 107
18:00 Posted: Oct 2006
Views 173,239 | Comments 32
Just follow the guidelines outlined under our Creative Commons license.
This comment will be attributed to . Not ? Sign Out.