โว้ว...ดูสมการสยองๆ พวกนี้สิครับ สวยไม่หยอก 18 นาทีจากนี้ ผมจะอธิบายความงดงามของฟิสิกส์อนุภาค โดยไม่ใช้สมการเลย เราเรียนรู้จากปะการังได้มากเลยครับ ปะการังนั้นทั้งสวยและแปลก ปะการังหนึ่งหัวเกิดจากโพลิพนับพัน แต่ละโพลิพแตกหน่อ ขยายกิ่งก้าน จนหน้าตาเหมือนเพื่อนข้างๆ สมมติเล่นๆ ว่าปะการังเค้าฉลาดสุดๆ นะครับ ลองถามทีละโพลิพดูว่า คุณมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง ท่ามกลางเพื่อนๆ โพลิพของคุณ มันบังเอิญ ฟ้าลิขิต หรืออะไร?
พอโพลิพเตือนสติเรา ว่าจริงจังไปรึเปล่า? เค้าจะเฉลยให้ว่าคำถามเราโง่บรมเลย ปะการังพวกนี้โหดนิดๆ น่ะครับ ดูแผลเป็นจากการโต้คลื่นของผมได้ โพลิพจะบอกว่า เห็นชัดๆ ว่าโพลิพอื่นดูไม่ต่างอะไรกับมัน ว่ามันเองก็คือโพลิพอื่น แม้มันจะมองโพลิพอื่นว่าไม่ใช่มันก็ตามที สำหรับปะการังแล้ว การขยายกิ่งก้านถือเป็นเรื่อง ปกติธรรมดาที่สุด
ต่างจากเราครับ ปะการังฉลาดสุดๆ เหล่านี้พร้อม ที่จะเข้าใจควอนตัมเมคานิกส์ ควอนตัมเมคานิกส์อธิบายการทำงาน ของจักรวาลได้อย่างแม่นยำ ว่าสิ่งต่างๆ เกิดขึ้นจากกิ่งก้าน ของความเป็นไปได้ เหมือนกิ่งปะการัง ซึ่งฟังดูแปลกสำหรับคนทั่วไป เพราะเรารับรู้ได้เพียงสิ่งเดียวที่เป็นไปแล้ว เรื่องประหลาดนี้พูดถึงครั้งแรกโดย ชโรดิงเจอร์กับแมวของเค้า แต่แบบนี้ แมวชอบกว่า (หัวเราะ) ชโรดิงเจอร์อยู่ในกล่องที่มีกัมมันตภาพรังสี ซึ่งตามกฎควอนตัมเมคานิกส์ ได้แตกกิ่งออกเป็น กระจายรังสี และ ไม่กระจายรังสี (หัวเราะ) ในกิ่งที่กระจายรังสี แก๊ซพิษจะถูกปล่อย ทำให้ชโรดิงเจอร์ตาย แต่ในอีกกิ่งก้านของความจริง เขายังมีชีวิตอยู่ ความจริงเหล่านี้รับรู้ต่างกันในแต่ละคนครับ และอีกความจริงหนึ่ง ก็ไม่มีอยู่จริงสำหรับอีกคน
ฟังดูแปลก เพราะเราแต่ละคน รับรู้สิ่งต่างๆ แต่ละขณะ โดยไม่เห็นความจริงจากกิ่งอื่น เสมือนว่าแต่ละคน ก็เหมือนชโรดิงเจอร์ของเรา คือปะการัง ที่แตกกิ่งก้านแห่งความเป็นไปได้ออกไป ควอนตัมเมคานิกส์บอกเราว่า โลกมีพฤติกรรมอย่างนี้ในระดับอนุภาค สรุปสั้นๆ ว่า เป็นทุกสิ่งที่เป็นได้ครับ นั่นคือควอนตัมเมคานิกส์ แต่ไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะเกิดขึ้นจริงนะครับ ฟิสิกส์แขนงอื่นอธิบายว่าอะไรเกิดขึ้นได้ และอะไรไม่ได้ ฟิสิกส์บอกเราว่าทุกอย่างรวมลงที่เรขาคณิต และอันตรกิริยาของอนุภาคพื้นฐาน และสิ่งต่างๆ จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่ออันตรกิริยา ได้สมดุลย์
ผมจะอธิบายว่าอนุภาคต่างๆ คืออะไรและหลักความสมดุลย์เป็นยังไง ในเครื่องยิงอนุภาคนี้ โปรตอน และ แอนติโปรตอน ถูกเร่งให้ใกล้ความเร็วแสง จนชนกัน แล้วปลดปล่อยพลังงานออกมา พลังงานจะแปรกลับไปเป็น อนุภาคพื้นฐาน ให้ตรวจจับและระบุได้ด้วยคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ขนาดมหึมา เครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ที่ เซิร์น กรุงเจนีวา เส้นรอบวงยาว 17 ไมล์ ใช้พลังงานสูงเป็น 5 เท่า ของรัฐมอนเตอเรย์ เราไม่สามารถทำนายได้ว่าจะเจออนุภาคอะไร ในการทดลองแต่ละครั้ง ควอนตัมเมคานิกส์กล่าวถึงความเป็นไปได้ของทุกๆ กิ่ง แต่ฟิสิกส์บอกเราว่าอนุภาคใดบ้างจะปรากฏ ซึ่งมวลและพลังงานของอนุภาคนั้น ต้องเท่ากับของโปรตอนและแอนติโปรตอน อนุภาคที่มวลสูงกว่านี้ จะไม่ปรากฏให้เราได้เห็น เครื่องยิงอนุภาคเครื่องใหม่จึงน่าสนใจ เพราะพลังงานจะสูงกว่าเดิม 7 เท่า ของที่เคยมีมา อีกไม่นาน เราจะได้เห็นอนุภาคใหม่ๆ
แต่ก่อนอื่น ขอผมอธิบายถึงอนุภาคที่เรารู้จักแล้ว ซึ่งมีอยู่เยอะเลยครับ ส่วนใหญ่เรารู้จักอิเล็กตรอน หลายคนในห้องนี้อยู่ดีกินดี ก็เพราะอิเล็กตรอน (หัวเราะ) อิเล็กตรอนมีคู่อนุภาคชื่อนิวตริโน ซึ่งไร้ประจุไฟฟ้าและมวลน้อยมาก ตรงกันข้าม ควาร์กอัพและดาวน์มีมวลสูงมาก ควาร์ก 3 ตัวรวมกันเป็นโปรตอนและนิวตรอน ที่อยู่ในอะตอม อนุภาคมีทั้งถนัดซ้ายและถนัดขวา มีคู่ปฏิอนุภาคซึ่งมีประจุตรงข้าม และยังมี อนุภาครุ่น 2 และ 3 ซึ่งมีประจุเหมือนรุ่น 1 เพียงแต่ไม่พบบ่อยเท่า และมวลสูงกว่ามาก อนุภาควัตถุมีอันตรกิริยากับอนุภาคพลังงาน แรงแม่เหล็กไฟฟ้าทำอันตรกิริยากับอนุภาคที่มีประจุ โดยผ่านโฟตอน แรงที่มีกำลังอ่อน มีชื่อแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก ว่าแรงนิวเคลียร์แบบอ่อน มีอันตรกิริยา กับอนุภาคถนัดซ้าย แรงนิวเคลียร์แบบเข้มมีอันตรกิริยากับควาร์กซึ่งมีประจุ อีกแบบหนึ่ง เรียกว่าประจุสี แดง เขียว และ น้ำเงิน ความผิดของ เมอร์เรย์ เกลล์-แมนน์ ครับ ชื่อพวกนี้ สุดท้ายคือแรงโน้มถ่วงซึ่งทำอันตรกิริยากับอนุภาค ตามมวลและสปิน
สิ่งสำคัญครับ ก็คือ ประจุที่ต่างกันตอบสนอง ต่อแรงที่ต่างกัน แรงทั้ง 4 ทำอันตรกิริยากับวัตถุ ตามประจุของมัน อนุภาคที่เรายังไม่เคยเห็น แต่ค่อนข้างมันใจว่ามีอยู่ คือ อนุภาคฮิกส์ ซึ่งกำหนดมวลให้อนุภาคต่างๆ จุดมุ่งหมายหลักของ เครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่ คือ การได้เห็นอนุภาคฮิกส์ ซึ่งเราค่อนข้างจะมั่นใจ แต่ที่เราไม่รู้คือจะเห็นอะไรอื่นอีก ก่อนจบ ผมจะโชว์ว่า เราอาจเห็นอะไรบ้าง
ถ้าเรานับอนุภาค ตามสปินและประจุ จะได้ 226 อนุภาค เยอะไม่ใช่เล่นนะครับ ซึ่งแปลกที่ธรรมชาติ จะมีอนุภาคพื้นฐานเยอะขนาดนี้ ถ้าเราจัดกลุ่มตามประจุ ก็จะพบแพทเทิร์นของมัน ที่รู้จักกันดีคือประจุไฟฟ้า อิเล็กตรอนมีประจุไฟฟ้าลบ 1 ควาร์กมีประจุไฟฟ้าเป็นเศษ ส่วนด้วย 3 เมื่อควาร์กอัพ 2 ตัว กับดาวน์ 1 ตัว รวมกันเป็นโปรตอน ประจุเป็นบวก 1 อนุภาคเหล่านี้มีอนุภาคปฏิปักษ์ ซึ่งมีประจุตรงข้าม คือว่าประจุไฟฟ้า มาจาก 2 ประจุด้วยกัน คือ hyper-charge และ weak charge ถ้าเราแยก hyper-charge ออกจาก weak charge มาพล็อตเป็น 2 มิติแบบนี้ จะเห็นว่าประจุไฟฟ้า จะอยู่ตามแนวตั้ง แรงแม่เหล็กไฟฟ้าและแรงนิวเคลียร์แบบอ่อนทำอันตรกิริยากับวัตถุ ตาม hyper-charge และ weak charge ดังภาพนี้ นั่นคือทฤษฎี Unified Electroweak Model ที่ค้นพบในปี 1967
ที่เราคุ้นเคยกับประจุไฟฟ้า แต่ไม่คุ้นกับ hyper-charge และ weak charge ก็เพราะอนุภาคฮิกส์ อนุภาคฮิกส์ ทางซ้ายมือนี้ มีมวลสูง และไม่สมมาตรเหมือนส่วนอื่นๆ แรงนิวเคลียร์แบบอ่อนมีแรงที่อ่อนมาก เพราะถูกอนุภาคฮิกส์กำหนดให้มีมวลสูง การที่อนุภาคฮิกส์อยู่บนแนวนอน ทำให้โฟตอนไม่มีมวล และทำอันตรกิริยา กับประจุไฟฟ้าตามแนวตั้ง ดังภาพ เราสามารถอธิบายแรงแม่เหล็กไฟฟ้าและแรงนิวเคลียร์แบบอ่อน จากประจุบนชาร์ต 2 มิตินี้ได้ การรวมแรงนิวเคลียร์แบบเข้มเข้าไป ต้องเพิ่มประจุอีก 2 แบบและพล็อตประจุ ของอนุภาคพลังงานในควาร์กตามแกนนี้ ประจุของอนุภาคทั้งหมดที่เรารู้จักสามารถพล็อตได้ ในชาร์ต 4 มิติซึ่งถูกแสดงในรูป 2 มิติเพื่อให้เราอ่านมันได้
เมื่ออนุภาคทำอันตรกิริยาต่อกัน กฎธรรมชาติจะคงสมดุลย์ให้กับ ประจุทั้ง 4 ชนิด เมื่ออนุภาคและปฏิอนุภาคชนกัน จะปลดปล่อยพลังงาน และประจุรวมทั้งหมดจะมีค่าเท่ากับศูนย์ ทุกอนุภาคสามารถเกิดขึ้นได้ ถ้าคง พลังงานและประจุรวมเป็นศูนย์ได้ เช่น เมื่ออนุภาคชนกัน อาจสร้างอนุภาคแรงนิวเคลียร์แบบอ่อน กับปฏิอนุภาคของมันได้ จากนั้น โดยคงสมดุลย์ของประจุรวมไว้ อนุภาคแรงนิวเคลียร์แบบอ่อนอาจแปรสภาพเป็นอิเล็กตรอน และนิวตริโนปฏิปักษ์ ทั้ง 3 อนุภาค ยังคงประจุรวมเป็นศูนย์อยู่ กฎธรรมชาติรักษาสมดุลย์ได้สมบูรณ์แบบ แพทเทิร์นของประจุไม่เพียงแค่สวยงาม มันยังบอกด้วยว่าอะไรสามารถเกิดขึ้นได้ เราสามารถหมุนแกน 4 มิตินี้ เพื่อให้เห็นอันตรกิริยาแบบเข้ม ได้เป็นรูปสมมาตร 6 เหลี่ยมแบบนี้ อนุภาคแรงนิวเคลียร์แบบเข้ม เช่นอันนี้ ทำอันตรกิริยากับควาร์กประจุสีเขียวอันนี้ เกิดเป็นควาร์กอีกประจุสีหนึ่งขึ้นมา สีแดงอันนี้ อันตรกิริยาของแรงนิวเคลียร์แบบเข้มเกิดขึ้นนับล้านๆ ครั้ง ต่อวินาทีในทุกๆ อะตอมบนตัวเรา ยึดเกาะนิวเคลียสของอะตอมไว้
แต่การมีประจุ 4 ชนิดสอดรับกับแรงทั้ง 3 นั้น มันยังไม่จบครับ เรายังเพิ่มประจุอีก 2 ชนิดเข้าไปได้ ซึ่งสอดรับกับแรงโน้มถ่วง ทำให้อนุภาควัตถุ มีประจุสปิน 2 แบบคือ spin-up และ spin-down เมื่อแบ่งแล้ว จะเห็นแพทเทิร์นงามๆ บนชาร์ต 6 มิติ เมื่อเราหมุนแกน 6 มิติ จะเห็นว่ามันสวยใช่เล่น ซึ่งสอดคล้องกับความรู้ที่ดีที่สุดของเรา เกี่ยวกับ องค์ประกอบพื้นฐาน ในระดับอนุภาค ซึ่งเรารู้ชัดว่ามันถูกต้อง บางอนุภาคก็สุดขีดจำกัด ของการทดลองที่เราทำได้ จากชาร์ตนี้ เราเข้าใจฟิสิกส์อนุภาค และกลวิธีที่จักรวาลมีต่อ อนุภาคเหล่านี้ ว่างดงามขนาดไหน
ทีนี้ ผมขอพูดถึง สิ่งที่เรายังไม่รู้กันบ้าง เราจะใช้คณิตศาสตร์ต่อยอดชาร์ตนี้ ให้เห็นแพทเทิร์นที่สมบูรณ์แบบ ของทุกอนุภาคและทุกแรง ที่มีอยู่ทั้งหมดในจักรวาล ทำนายถึงอนุภาคใหม่ๆ ที่เราจะพบเมื่อการทดลองก้าวไกลกว่านี้
ฟิสิกส์อนุภาคมีแนวคิดที่ว่า แพทเทิร์นที่เห็นอยู่นี้ ซึ่งไม่ค่อยจะสมมาตรเท่าไร อาจมีแพทเทิร์นที่สมบูรณ์กว่าซ่อนอยู่ คล้ายกับที่อนุภาคฮิกส์แตกสมมาตร ของ electroweak น่ะครับ ทั้งนี้ เราต้องมีแรงแบบใหม่ และประจุชนิดใหม่ เมื่อมีประจุใหม่ ก็ต้องเดาว่า อนุภาคต่างๆ จะมีประจุอะไร เพื่อหมุนให้ตรงกับอนุภาคอื่นๆ ถ้าเดาได้ดีพอ เราอาจมองชาร์ต 6 มิตินี้เสมือนเป็นส่วนย่อย ของชาร์ต 7 มิติที่สมบูรณ์แบบกว่า
ชาร์ต 7 มิตินื้ใช้ประจุตาม Grand Unified Theory ที่ปาตีและซาลามเสนอในปี 1973 ในชาร์ตใหม่นี้ จะเห็นว่า มีบางช่องว่างที่ดูเหมือนอนุภาคจะหายไป ทฤษฎีรวมแรงเป็นอย่างนี้แหละครับ เรามองหาแพทเทิร์นที่พื้นฐานกว่า สมมาตรกว่า ที่อธิบายสิ่งที่เรารู้อยู่แล้วในฐานะส่วนย่อยของมัน แพทเทิร์นที่พื้นฐานกว่าช่วยให้เราทำนาย อนุภาคที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ชาร์ตนี้ทำนายอนุภาคแรง 2 ชนิด ซึ่งคล้ายแรงนิวเคลียร์แบบอ่อน แต่อ่อนกว่า
เมื่อเราหมุนแกน 7 มิติ จะพบอะไรแปลกๆ เกี่ยวกับอนุภาควัตถุ อนุภาครุ่น 2 และ 3 ซึ่งมีประจุเหมือนรุ่น 1 ในแกน 6 มิติ 6 ประจุไม่พอให้กำหนดเอกลักษณ์ของอนุภาค จะเห็นว่ามีตำแหน่งซ้อนกัน แต่ถ้าเราทำให้เป็น 8 มิติ และกำหนดประจุเพิ่มให้มัน เมื่อเราหมุนแกน 8 มิติ จะเห็นแพทเทิร์นดังนี้ อนุภาครุ่น 2 และ 3 ไม่ซ้อนทับกันแล้ว สอดคล้องตามสมมาตร Triality กับรุ่น 1
ประจุบนแกน 8 มิตินี้ สร้างรูปทรงเรขาคณิตที่สวยที่สุดตามหลักคณิตศาสตร์ เป็น Lie group ที่เรียกว่า E8 เป็นรูปทรงโค้งเรียบ 248 มิติ แต่ละจุดของชาร์ตสอดคล้องกับสมมาตร ของรูปทรงอันซับซ้อนและสวยงามนี้ บางส่วนของ E8 นี้สามารถใช้อธิบาย แรงโน้มถ่วงว่าเป็นความโค้งงอของกาลอวกาศตามทฤษฎีสัมพัทธภาพ ของไอน์สไตน์ได้ ควอนตัมเมคานิกส์และเรขาคณิตรูปทรงนี้ สามารถอธิบายได้ทุกอย่างว่าจักรวาล ทำงานอย่างไรในระดับอนุภาค รูปทรงนี้เมื่ออยู่บนชาร์ต 8 มิติ ต้องเรียกว่างดงาม ทั้งสรุปถึงความเป็นไปได้นับพัน ที่อนุภาคพื้นฐานจะกระทำต่อกัน อันสะท้อนออกจากเรขาคณิตทรงนี้
เมื่อหมุนแกน จะเห็นแพทเทิร์นอื่นอีก ภายใต้แพทเทิร์นเดิม เมื่อหมุนแกนให้ถูกต้อง ดูตามแกนสมมาตร เราสามารถ เห็นทุกอนุภาคได้พร้อมกัน ก็เหมือนทฤษฎีรวมแรงอื่นๆ แหละครับ จะเห็นว่ามีช่องว่างสำหรับอนุภาคใหม่ๆ เพื่อให้รูปทรงสมบูรณ์ มีทั้งหมด 20 ช่องครับ 2 ช่อง ผมใส่อนุภาคปาตี ซาลามเข้าไปแล้ว ดูจากตำแหน่งแล้ว อนุภาคใหม่นี้ น่าจะเป็น scalar field เหมือนอนุภาคฮิกส์ แต่มีประจุสีและทำอันตรกิริยากับแรงนิวเคลียร์แบบเข้ม เมื่อเติมอนุภาคใหม่จนครบ ก็จะได้ E8 ที่สมบูรณ์
E8 มีรากฐานทางคณิตศาสตร์ที่ลึกซึ้ง หลายคนมองว่าเป็นรูปทรงที่สวยงามที่สุด ในทางคณิตศาสตร์ อัศจรรย์นะครับที่รูปทรงคณิตศาสตร์ ที่งดงามที่สุดสามารถอธิบายความจริง ของอนุภาคพื้นฐานได้ ไอเดียที่ว่าความจริงสามารถอธิบายได้ด้วยคณิตศาสตร์นี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่เลยครับ ปี 1623 กาลิเลโอเขียนว่า "ความลับแห่งกฎธรรมชาติ มิเล้นลับต่อผู้แสวงหา เป็นบทประพันธ์ในภาษาคณิตศาสตร์ ด้วยคุณลักษณ์แห่งสามเหลี่ยม วงกลม และทรงเรขาคณิตอื่น ด้วยภาษาอื่น มนุษย์มิอาจเข้าใจได้ แม้เพียงศัพท์ใด ด้วยภาษาอื่น ต้องวกวนอนธกาลสถิตในวงกต"
ผมเชื่อครับ และผมได้เดินตามแนวทาง ของกาลิเลโอ อธิบายคณิตศาสตร์ของ ฟิสิกส์อนุภาคโดยใช้สามเหลี่ยม วงกลม และทรงเรขาคณิตอื่น แน่นอนครับ เมื่อนักฟิสิกส์หรือผมต้องคำนวณสิ่งเหล่านี้ คณิตศาสตร์ที่ใช้ดูคล้ายเขาวงกตจริงๆ แต่ที่ช่วยให้มั่นใจก็คือ แก่นของมัน มาจากเรขาคณิตล้วนๆ อันงดงาม เมื่อร่วมกับควอนตัมเมคานิกส์ หลักคณิตศาสตร์นี้ อธิบายจักรวาลในฐานะปะการัง E8 ที่อนุภาคทั้งหมดทำอันตรกิริยาต่อกันในทุกทางที่เป็นไปได้ ตามแพทเทิร์นบน E8 นี้ และด้วยการใช้เครื่องมือใหม่ๆ เช่น เครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่ เราอาจพิสูจน์ได้ว่า กฎธรรมชาติสอดคล้องกับ E8 นี้หรือไม่
การค้นพบเหล่านี้น่าตื่นเต้นเหมือนการผจญภัยครับ ถ้าเราเครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่แล้วพบอนุภาคตาม E8 นี้ มันจะเป็นอะไรที่สุดยอดมาก ถ้าเราพบอนุภาคใหม่ แต่ไม่เข้ากับ E8 นี้ ก็ยังเป็นเรื่องสนุกอยู่ดี ถึงจะไม่ดีกับ E8 นี่ก็เถอะ และไม่ค่อยดีสำหรับผมด้วย (หัวเราะ) ขนาดไหนน่ะเหรอ? ผมว่า คงแย่พอควร (หัวเราะ)
การทำนายกฎธรรมชาติเป็นงานเสี่ยงครับ เป็นอะไรที่เรามองกันยาวๆ เราทำงานหนัก รู้ดีว่าท้ายที่สุดมันอาจไม่ตรง กับกฎธรรมชาติก็ได้ ธรรมดาของฟิสิกส์ทฤษฎีครับ ทิ้งลงตะกร้ากันเยอะ ทฤษฎีทางฟิสิกส์ใหม่ๆ ก็เหมือนบริษัทที่เพิ่งก่อตั้ง เมื่อลงทุนไปสูง บางครั้งก็ยากจะทำใจ ถ้าจำเป็นต้องทิ้งงานของตัวเองไป แต่สำหรับวิทยาศาสตร์ อะไรที่ไม่ใช่ เราก็ต้องตัดใจ แล้วลองสิ่งใหม่
ทางเดียวครับ ที่จะรักษาสุขภาพจิตและมีความสุขท่ามกลาง ความไม่แน่นอนนี้ได้ คือต้องรักษาสมดุลย์ รักษาทัศนคติของชีวิต ผมพยายามดีที่สุดแล้ว ในการสร้างสมดุลย์ชีวิต (หัวเราะ) ผมรักษาสมดุลย์ชีวิตด้วยฟิสิกส์ ความรัก และ โต้คลื่น ชาร์ต 3 แกนในแบบของผม (หัวเราะ) แบบนี้ แม้ฟิสิกส์ของผมจะสูญเปล่า ผมยังรู้ว่าได้ใช้ชีวิตที่ดี ผมชอบใช้ชีวิตในที่ดีๆ 10 ปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ผมอาศัยบนเกาะเมาอี สวยมากครับ มันลึกลับระดับจักรวาลเลยทีเดียว สำหรับพ่อแม่ผม ว่าผมอยู่ได้ยังไงโดยไม่มี งานประจำอะไรซักอย่าง (หัวเราะ)
จะบอกเคล็ดให้ครับ นี่จากโฮมออฟฟิศที่เมาอี นี่จากอีกมุมนึง และนี่อีกมุมนึง คุณอาจเห็นแล้วว่า มันดูคล้ายกัน ต่างแค่นิดหน่อย เพราะนี่คือโฮมออฟฟิศผมที่เมาอี (หัวเราะ) ผมเลือกวิถีชีวิตที่ต่าง การไม่ต้องกังวลค่าเช่าช่วยให้ผมมีเวลา ทำสิ่งที่ตัวเองรัก การมีชีวิตร่อนเร่ก็ลำบากบางครั้ง แต่ผมก็ได้อยู่ในที่สวยๆ และได้รักษาสมดุลย์ชีวิตแสนสุขของผม ให้ผมได้มีเวลา กับปะการังฉลาดสุดๆ และผมก็ชอบคนฉลาดสุดๆ อีกด้วย ผมจึงดีใจมากที่ถูกเชิญมาวันนี้ครับ ขอบคุณครับ (ปรบมือ)
คริส แอนเดอร์สัน: ผมคงเข้าใจแค่ 2% ครับ แต่ก็ยังรู้สึกชอบมันอยู่ดี ที่ถามนี่อาจฟังดูโง่นะครับ ทฤษฎีสรรพสิ่งของคุณ
การ์เรต ลีซี: ปะการังก็ได้ครับ
คริส: ครับ ที่บางคน รู้สึกตื่นเต้นก็เพราะ ถ้าคุณถูก มันจะรวม แรงโน้มถ่วงและควอนตัมเข้าด้วยกัน คุณหมายความว่าเราควรมองจักรวาลว่า แก่นแท้ของมัน ในระดับที่เล็กที่สุด เป็นโครงสร้างความเป็นไปได้ในรูปแบบ E8 เหรอครับ? สามารถระบุขนาดได้ไหมครับ คุณคิดว่ายังไง ?
การ์เรต: ครับ แพทเทิร์นที่ผมโชว์ให้เห็นสอดคล้องกับ ความรู้ที่เรามีเกี่ยวกับฟิสิกส์อนุภาค ซึ่งสอดคล้องกับรูปทรง E8 สวยๆ แล้ว นั่นเรารู้แล้วว่าจริง ซึ่งรูปทรงมันเข้ากันได้ แล้วการที่มันผสานกับ รูปทรง E8 ได้นั้นอาจหมายถึงภาพรวมทั้งหมดของมัน จุดต่างๆ ที่ผมโชว์ให้เห็นนั้น แสดงถึงความสมมาตรของอนุภาคในมิติที่สูงขึ้นไป ที่เคลื่อนตัว ยักย้าย และ เต้นรำอยู่บน กาลอวกาศที่เรารับรู้อยู่ทุกวัน นั่นหมายถึงทุกอนุภาคพื้นฐาน ที่เราเห็นแล้ว
คริส: แต่นักทฤษฎีสตริงบางคน อธิบายอิเล็กตรอนว่าเป็นเส้นที่เล็กกว่านั้น กำลังสั่นด้วย -- ผมรู้ว่าคุณไม่ชอบทฤษฏีสตริง -- สั่นอยู่ภายใน เราอธิบายอิเล็กตรอนอย่างไรครับ ด้วยมุมมองของ E8
การ์เร็ต: เป็นหนึ่งในสมมาตรของ E8 อยู่แล้วครับ คือเมื่อรูปทรง E8 เคลื่อนที่ผ่านกาลอวกาศ มันจะหมุน ทิศทางที่มันหมุนขณะเคลื่อนตัว เป็นตัวระบุอนุภาคที่เราเห็นครับ
คริส: ขนาดของรูปทรง E8 ล่ะครับ เมื่อเทียบกับอิเล็กตรอน ? ถ้าได้ถาม ผมถึงจะเข้าใจน่ะครับ ใหญ่กว่า หรือเล็กกว่า ?
การ์เร็ต: เท่าที่เรารู้ อิเล็กตรอนเป็นอนุภาคจุด ซึ่งนั่นเป็นขนาดที่เล็กที่สุดที่เป็นไปได้ ทฤษฎีสนามควอนตัมระบุครับว่า ทุกความเป็นไปได้ขยายตัวและวิวัฒน์ไปพร้อมกันในขณะเดียว ผมจึงเปรียบเทียบกับปะการัง เมื่ออธิบายโดยใช้ E8 แล้ว มันจะเป็นรูปทรงที่แนบมากับแต่ละจุดในกาลอวกาศน่ะครับ เมื่อรูปทรง E8 หมุน ทิศทางที่มันหมุนไป ขณะเคลื่อนผ่านกาลอวกาศโค้งงอ จะเป็นตัวกำหนดอนุภาคพื้นฐาน โดยทฤษฎีสนามควอนตัม มันเป็นอนุภาคจุดครับ และทำงานอย่างที่ได้กล่าวไป ผมไม่รู้จะอธิบายยังไงให้ดีกว่านี้ครับ (หัวเราะ)
คริส: ไม่เป็นไรครับ แค่มันกระตุ้นต่อมสงสัยน่ะครับ และผมก็ อยากเข้าใจมันให้มากขึ้น ขอบคุณมากครับที่ให้เกียรติในวันนี้ ประทับใจมากครับ (ปรบมือ)
You can share this video by copying this HTML to your clipboard and pasting into your blog or web page. This video will play with subtitles.
You either have JavaScript turned off or have an old version of the Adobe Flash Player. To view this rating widget you
need to get the latest Flash player.
If your browser allows only "trusted sites" to execute Javascript, you should add the "googleapis.com" domain to your whitelist to allow our Flash detection to work properly.
Got an idea, question, or debate inspired by this talk? Start a TED Conversation.
นักฟิสิกส์และนักกระดานโต้คลื่น การ์เรต ลีซี นำเสนอแบบจำลองจักรวาลทฤษฎีใหม่ แม้จะยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ แบบจำลองนี้ก็อาจเป็นคำตอบให้กับทุกๆ คำถามสำคัญ แล้วคุณจะได้เห็นแบบจำลอง 8 มิติของอนุภาคและแรงพื้นฐานแห่งจักรวาลที่สวยที่สุดเท่าที่คุณเคยเห็นมา
Physicist Garrett Lisi has proposed a new "theory of everything" -- a grand unified theory that explains all the elementary particles, as well as gravity. Full bio »
Translated into Thai by Taweesak Paepimparath
Reviewed by Nä Chobthum
Comments? Please email the translators above.
14:59 Posted: Apr 2008
Views 1,194,432 | Comments 258
19:00 Posted: Sep 2006
Views 635,040 | Comments 165
16:09 Posted: Aug 2008
Views 678,528 | Comments 234
Just follow the guidelines outlined under our Creative Commons license.
This comment will be attributed to . Not ? Sign Out.