Follow TED
Be the first to know about new TEDTalks, TED news and other announcements.
Click on any phrase to play the video from that point.
ผมเป็นคอนดักเตอร์ครับ และผมมาที่นี่ในวันนี้ เพื่อพูดกับคุณเกี่ยวกับเรื่องของการเชื่อใจ และงานของผมก็ต้องพึ่งสิ่งนี้ เป็นความเชื่อระหว่าง ตัวผมและวงออเครสตา การเชื่อใจที่ไม่สั่นคลอน ที่เกิดจากการให้ความเคารพซึ่งกันและกัน เพื่อที่พวกเราจะบรรเลงดนตรี ที่เราเชื่อมั่นนั้นออกมา
ในอดีต การคุมวงดนตรี การสร้างบทเพลง มีเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อใจน้อย แต่มากในเรื่องของแรงกดดันมากกว่า หลังจากนั้น ประมาณช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง คอนดักเตอร์หลายคนเป็นพวกเผด็จการ มาเรื่อยๆ เหล่าตัวอย่างเผด็จการนี้ ผู้ซึ่งฝึกซ้อม ไม่ใช่แค่กับวงออเครสต้าเท่านั้น แต่ฝึกแต่ละบุคคลด้วย สิ่งเหล่านี้เป็นเศษเสี้ยวหนึ่งในชีวิตพวกเขา แต่ผมมีความยินดีที่จะพูดว่าโลกเราได้เปลี่ยนไปแล้ว และดนตรีเองก็เช่นกัน ดนตรีมีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้นทั้งทางความคิดและการสร้างดนตรี มีสองหนทางคือ ผม ซึ่งเป็นคอนดักเตอร์ ต้องมาฝึกซ้อมด้วยวินัยเข้มแข็ง เพื่อก่อร่างดนตรี ที่ประกอบไปด้วยเสรีภาพของแต่ละบุคคล จากสมาชิกให้วงออเครสต้าเจิดจรัสได้
สำหรับผมแล้ว แน่นอนว่า ผมต้องเชื่อมั่นในภาษากายของตัวเอง เช่นเวลาที่ผมชี้ไม้ขึ้น คือสัญญาณให้เงียบ ผมไม่สามารถตะโกนกำกับขณะที่พวกเราเล่นดนตรีได้
ท่านสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษครับ เดอะ สก๊อตทิช เอนเซมเบิล
ดังนั้น การที่จะทำงานนี้ให้ออกมาดี แน่นอนว่าผม ต้องอยู่ในตำแหน่งที่ต้องไว้ใจ ผมต้องเชื่อใจออเครสต้า และ ยิ่งไปกว่านั้น ผมต้องเชื่อใจตนเอง ลองคิดดูนะครับ: ว่าถ้าคุณอยู่ในสถานะที่ไม่เชื่อมั่นตนเอง คุณจะทำอย่างไร? คุณจะเริ่มทำอะไรมากมาย และในตำแหน่งของผมหมายถึงการออกท่าทางมากไป แล้วคุณก็จะลงเอยทำตัวเป็นกังหันลมบ้าคลั่ง และการแสดงท่าทางเยอะมากขึ้น จะยิ่งสื่อสารได้ไม่ชัดเจน และจริงๆ แล้วมันจะไร้ประโยชน์มากในวงออเครสต้า คุณจะกลายเป็นตัวตลกไปเลย จะไม่ได้รับความเชื่อถือจากใคร แค่ดูตลกเท่านั้น
และผมจำตอนช่วงแรกๆของอาชีพผมได้ หลายๆครั้ง ผมตกที่นั่งลำบากในการคุมวงออเครสต้า ผมจะกลายเป็นบ้ากลางโพเดียม พยายามทำให้เรื่องเล็กๆ เป็นเรื่องใหญ่โต ผมรู้สึกแย่มากในช่วงนั้น ใช้เวลามากมายในช่วงปีแรกๆกับการ ร้องไห้เงียบๆในห้องแต่งตัว แม้แต่คำแนะนำต่างๆจากคอนดักเตอร์ชื่อดังชาวอังกฤษอย่าง เซอร์ โคลิน เดวิส ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผลสำหรับผมเลย เขาบอกผมว่า "การคุมวงนะ ชาร์ล เหมือนกับมีนกอยู่ในมือของเธอ ถ้าคุณจับเอาไว้แน่นเกินไป มันก็แบนคามือ ถ้าจับไว้หลวมๆ นกก็จะบินหนึคุณไป ผมอยากบอกว่า ในช่วงเวลานั้น ผมไม่มีแม้แต่นกที่จะคุม
พื้นฐานในขณะนี้ และประสบการณ์ที่สำคัญสำหรับผมทางด้านการดนตรีนั้น เกิดขึ้นตอนผมผจญภัยในแอฟริกาใต้ ที่ซึ่งในความเห็นของผมแล้วมีดนตรีชวนงงงวงที่สุดแห่งหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกันก้เป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมทางดนตรีด้วย ซึ่งเป็นที่สอนดินตรีขั้นต้นให้กับผม ว่าการทำดนตรีนั้น สามารถลงลึกได้หลายขึ้น ในการให้ความเชื่อใจเบื้องต้น ย้อนไปในปี 2000 ผมมีโอกาสได้ไปที่แอฟริกาใต้ เพื่อตั้งบริษัทโอเปร่าใหม่ที่หนึ่ง ดังนั้นผมก็ไปเพื่อที่จะช่วยคัดเลือกคน ไปในที่ชนบทของประเทศ ผมนั่งฟังนักร้องกว่า 2000คน แล้วก็จัดตั้งวงขึ้น จากเหล่าคนดนตรีที่น่าทึ่งกว่า 40 คน คนส่วนใหญ่แล้วเป็นคนผิวสี แต่ก็มีคนผิวขาวอีกมากพอดูเช่นกัน
และสิ่งหนึ่งก้เกิดขึ้นในระหว่างที่กำลังซ้อมช่วงแรก ที่มีคนผิวขาวคนนึง ซึ่งก่อนหน้านี้เขาเป็นสมาชิกของ กลุ่มตำรวจแอฟริกาใต้ และช่วงปีก่อนหน้านั้นเขา ใช้ชีวิตประจำวันในเมืองไปกับการ อยู่ในเหตุการรุนแรงของชุมชน ตอนนี้คุณคงนึกภาพออกว่าเรื่องนี้จะส่งผลกระทบทำให้บรรยากาศในห้อง โดยรวมเป็นอย่างไร ตอนนี้ไม่ต้องนึกภาพนั้นก่อนนะครับ ในแอฟริกาใต้นั้นความสัมพันธ์ระหว่างตำรวจผิวขาว กับกลุ่มคนในชุมชนที่เป็นผิวสีนั้น ไม่ค่อยจะไว้ใจกันเท่าไหร่ แล้วเราจะแก้ไขสิ่งเหล่านี้ยังไงกันละ ท่านทั้งหลาย? ง่ายๆ โดยการร้องเพลง พวกเราร้อง และร้อง และร้อง และน่าอัศจรรย์ที่ความเชื่อเริ่มก่อเกิด และความเป็นเพื่อนเริ่มผลิบาน และด้วยสิ่งนี้เองที่แสดงให้ผมเห็นถึงพื้นฐานการเชื่อใจ ที่ดนตรีได้สร้างขึ้นและสิ่งอื่นๆได้สรรค์สร้าง บ่อยครั้งจากที่หนึ่ง สามารถเกิดขึ้นด้วยคำพูดเพียงเล็กน้อย
หลังจากนั้นพวกเราก็มีการแสดงนอกสถานที่ เริ่มการแสดงแบบทั่วโลกเลย เรื่องหนึ่งที่ทำคือ "คาร์เมน" พวกเราก็นึกถึงว่าจะสร้างหนังเรื่อง "คาร์เมน"กัน ซึ่งพวกเราอัดเสียงและตะโกนกันนอกสถานที่ ในพื้นที่นอกเมืองเคปทาว ชื่อว่า คาเยลิชา แต่โดยรวมทั้งหมดเราร้องกันที่ โชห์ซา ซึ่งเป้นภาษาดนตรีที่ไพเราะมาก ถ้าคุณไม่รู้จักภาษานี้นะครับ เรื่องนี้เลยชื่อว่า "ยู-คาร์เมน เอ-คาเยลิชา"-- ซึ่งแปลว่า "คาร์เมนของคาเยลิชา" ผมขอโชว์คลิปวิดีโอเล็กน้อยในตอนนี้ เพื่อเป็นข้อพิสูจน์ด้านบวกของเรื่องนี้ ว่าไม่มีอะไรเล็กเกี่ยวกับการทำดนตรีในแอฟริกาใต้
บางสิ่งบางอย่างที่ผมพบว่าเป็นมนสเน่ห์ เกี่ยวกับการทำดนตรีในแอฟริกาใต้ คือมันช่างอิสระ ชาวแอฟริกาใต้สร้างงานดนตรีอย่างอิสระมาก และผมคิดว่ามันไม่มีทางเป็นเรื่องง่าย ที่พื้นฐานความเป็นจริง: พวกเขาไม่ยึดติดกับหลักการอ่านโน้ต พวกเขาไม่อ่านโน้ตดนตรี พวกเขาเชื่อหูตัวเอง คุณสามารถสอนโทนเสียงให้กลุ่มชาวแอฟริกาใต้ได้โดยใช้เวลาแค่ 5 วินาที และหลังจากนั้น เหมือนกับเวทมนต์ พวกเขาสามารถตอบรับ พัฒนาประสารเสียงขยายวงกว้างออกไปหลายโทนเสียง เพราะพวกเขาสามารถทำได้ สำหรับพวกเราที่อาศัยทางฝั่งตะวันตก ถ้าผมสามารถใช้คำจำกัดความนี้ได้ ผมคิดว่าพวกเรามีทัศนคติและความรู้สึกทางดนตรีที่ซ่อนอยู่ ที่บางทีเป้นทักษะและระบบต่างๆ ดังนั้นมันเป็นสิ่งสำคัญที่ความสามารถ นั้นจะถูกเก็บไว้ในร่างกาย และดังน้น สุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ พวกเราทุกคนบนโลกใบนี้ เชื่อมต่อกับดนตรีในพื้นฐานของชีวิตประจำวัน
และถ้าผมสามาถขยายความในเวลาอันสั้นนี้ ผมพนันได้ว่า ทุกๆคนที่นั่งอยู่ในที่นี้ อยากพูดได้เต็มปากเต็มคำ มั่นใจว่า รู้เกี่ยวกับหนัง หรือนิยายเป็นแน่ แต่มีพวกคุณสักกี่คนที่สามารถยืนยันด้วยความมั่นใจ เกี่ยวกับดนตรีคราสิกได้? ทำไมนะหรือ? และในสิ่งที่ผมกำลังจะบอกกับคุณนี้ คือผมแค่กระตุ้นพวกคุณเพื่อเอาชนะ ความไม่มั่นใจ เชื่อมั่นในการฟังของตัวเอง ว่าคุณสามารถฟังเสียงพื้นฐาน ต่างๆ ที่สามารถสร้างเพลงที่ดีได้ ผมมีการทดลองเล็กน้อยที่อยากลองกับพวกคุณ
คุณร้ไหมว่า TED มีโทนเสียง โทนเสียงง่ายๆ 3 โน้ต T, E, D โอเค เด๊่ยวก่อนครับ ผมรู้ว่าคุณกำลังจะเถียงผมว่า T ไม่มีในโน้ตดนตรีหนิ เอาหละ สุภาพสตรีและบุรุษครับ นานมาแล้วที่ระบบอันทรงเกียรติ ซึ่งผู้แต่งได้ใช้มากกว่าร้อยปีแล้ว ได้พิสูจน์ว่ามันมีจริงๆนะครับ ถ้าผมร้องโน้ตไล่สเกล A,B,C,D,E,F,G-- แล้วก็ต่อๆไปเรื่อยๆ กับเซ็ทตัวหนังสือ ในสเกลเดียวกัน H,I,J,K,L,M,N O,P,Q,R,S,T--- นั่้นไงมีแล้วเห็นไหม T เห็นไหมครับว่ามันโทนเสียงเดียวกับF เลย ดังนั้น T ก็คือ F ซึ่ง T, E, D ก็เหมือนกับ F, E, D ตอนนี้ เรามีโน้ตดนตรีไว้บันเลงกันแล้ว จำไว้ในใจได้เลยครับ ซึ่งนั่นคือโน้ต TED ลองฟังดูนะครับ
คุณได้ยินไหมครับ เอ หรือผมได้กลิ่นความไม่มั่นใจในห้องนะ ? โอเค เดี๋ยวพวกเราจะเล่นให้ฟังอีกรอบ และพวกเราจะเน้น พวกเราจะส่งโน้ต T, E,D ให้คุณ ถ้าคุณยังมีความสงสัยอีกนะครับ
ให้ตายเหอะ ให้ดังและชัดเลย ผมว่าเราควรทำให้มันชัดเจนกว่านี้ เอาละครับทุกท่าน เกือบจะถึงเวลาน้ำชาแล้ว ผมแนะนำว่าคุณควรจะร้องเพลงสำหรับเวลาน้ำชาคุณนะครับ ผมคิดว่าเป็นความคิดที่ดีในการร้องเพลงสำหรับเวลาน้ำชา เราจะร้องตัวโน้ต 3 ตัว นั่นก็คือ T, E, D พวกคุณจะร้องให้ผมได้ไหมครับ?
ชาร์ลส ฮาเซลวูด: ใช่ พวกคุณฟังดูเหมือนวัวมากกว่าคนนะเนี่ย ลองอีกครั้งได้ไหมครับ ? และฟังนะครับ ผจญภัยอีกนิด ขึ้นไปอีกขั้นครับ T, E, D
ชาร์ลส: อีกครั้งครับ (ผู้ฟัง: T, E, D)
โอเค ผมเริ่มเหมือนกังหันบ้าครั้งอีกแล้ว คุณเห็นไหม เอาละครับตอนนี้ผมจะใส่โน้ตพวกนี้ลงในเพลง เพลงจะเริ่ม แล้วเมื่อผมให้สัญญาณ พวกคุณก็ร้องนะครับ (เสียงดนตรี) อีกครั้งครับ ใส่อารมณ์หน่อยครับทุกคน คุณยังไม่ได้ร้องจริงๆเลย ดีครับทุกคน ไม่เลวเลยสำหรับวงประสานเสียง TED ใช้ได้เลยทีเดียว
และในตอนนี้ ผมมีโปรเจคที่กำลังเริ่มสร้าง ที่ผมตื่นเต้นมากและอยากแชร์ให้พวกคุณรู้ เพราะมันเกี่ยวกับการเปลี่ยนทัศนคติ และแน่นอนว่าสร้างความเชื่อมั่นในอีกระดับ ลูกคนเล็กของผมเกิดมาเป็นอัมพาตทางสมอง ซึ่งคุณคงพอนึกออก ถ้าคุณไม่เคยประสบกับคุณเอง มันค่อนข้างเป็นเรื่องใหญ่ แต่ของขวัญที่ลูกสาวที่น่ารักของผมให้ผมมา เท่าที่เธอเป็นอยู่นั่น คือการเปิดกว้างให้ผมเห็นชุมชน ที่ถูกซ่อนอยู่ ของเหล่าคนพิการ และผมได้รู้จักกับกีฬาโอลิมปิกคนพิการและคิดว่ามันช่างน่าอัศจรรย์ ที่เทคโนโลยีแสดงให้เห็นว่าความพิการ ไม่ได้เป็นสิ่งขวางกั้น ในการประสบความสำเร็จทางการกีฬาเลย แน่นอนว่ามีด้านเศร้าของเรื่องจริง นั่นคือการใช้เวลานานมากกว่าที่โลกเราจะ ยอมรับในสิ่งเหล่านี้ และเชื่อว่าคนพิการและกีฬานั้นสามารถไปด้วยกันได้ มันต้องใช้การจูงใจและเทรนความสนใจ
ผมเลยถามตัวเองว่า แล้วดนตรีกับเรื่องนี้ละ คุณปฏิเสธผมไม่ได้หรอกว่าแค่ในอังกฤษนี้ มีคนพิการ มากกว่า 1 ล้านคน ที่มีความสามารถทางดนตรี ดังนั้นผมเลยตั้งใจสร้างโอกาสนั้นขึั้นมา มันจะเป็นวงออเครสต้า ของคนพิการวงแรกในอังกฤษ เรียกว่า พาราออเครสต้า
ผมจะโชว์คลิปวิดีโอให้ดูเดียว นี้ของการแสดงสดที่เรามีครับ มันเป็นช่วงเวลาที่เหลือเชื่อจริงๆ แค่ผมกับคนพิการที่มีความสามาระทางดนตรี โดยทั่วไปแล้วเวลาที่คุณแสดงสด และผม มันเป็นช่วงเวลาที่มีเกียรติ เหมือนกับเวลาที่ทุกคนกลัวที่จะโยนหมวกขึ้นบนเวที เป็นเวลาที่เงียบอย่างน่ากลัว และแล้ว ดนตรีเริ่ม และพวกเราก็อยู่ที่นั่น มันเหมือนอยู่ในโรงพยาบาลบ้า คุณไม่ได้ยินอะไรเลย ไม่มีใครฟัง ไม่มีใครเชื่อ ไม่มีใครตอบสนองกลับ และในห้องที่มีนักดนตรีพิการ4คนนี้ ในเวลา 5 นาที คนนั่งฟังอย่างใจจดใจจ่อ และดนตรีที่ไพเราะอย่างมากก็เริ่มขึ้น
นิโคลัส: ผมชื่อ นิโคลัส แม็คคาที ผมอายุ 22 ผมเป็นนักเปียโนมือซ้ายครับ ผมเกิดมาไม่มีมือซ้าย --- มือขวา ผมจะสามาระเล่นได้ไหม?
ลิน: เวลาที่ฉันเล่นดนตรี ฉันรู้สึกเหมือนกับนักบินที่คุมเครื่องบิน ฉันรู้สึกเบิกบาน
แคร์เรน: ฉันอยากเล่นเครื่องดนตรีได้อีกครั้งมากกว่า เดิน มันมีความสุขและให้มากมาย ที่ได้จากการเล่นดนตรีและการแสดง ฉันได้ออกจากโลกแห่งอัมพาตนี้
ชาร์ลส: ผมหวังอยากให้หนึ่งในนักดนตรีเหล่านี้อยู่ที่นี่ เพื่อที่พวกคุณจะได้ประจักว่าพวกเขาน่าทึ่งแค่ไหน พาราออเครสต้าเป็นชื่อของโปรเจค ถ้าคุณบางคนคิดว่า คุณอยากช่วยผม ในความฝันที่ดูจะไม่มีจุดหมายและหนทางเป็นไปได้ บอกผมได้เลยครับ โอเค มาถึงโจเซฟ ไฮเดิน นักประพันธ์ชาวออสเตรียในช่วงที่สองของทศวรรษที่18 ใช่เวลากว่าค่อนชีวิต เพื่อทำงานให้เจ้าชาย นิโคลัส เอสฮาซี กับวงออเครสต้า เจ้าชายพระองค์นี้ชอบดนตรีมาก แต่เขาก็รักในปราสาทที่ซึ่งปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ตามการเวลา ในบริเวณ ออสโตร-ฮังการี ในสถานที่ที่เรียกว่า เอสฮาซี ห่างจากตัวเมืองเวียนนา
ในวันหนึ่งของปี 1772 เจ้าชายไม่อนุญาตให้ครอบครัวนักดนตรี ของวงออเครสต้า เข้าปราสาทอีกต่อไป พวกเขาถูกสั่งห้ามเข้าวัง ให้กลับไปอยู่เวียนนา อย่างที่ผมบอกไปว่าห่างไกลมากในสมัยก่อน คุณอาจจะพอนึกภาพออกว่า นักดนตรีจะสลดแค่ไหน ไฮเดิน พยายามแย้งเรื่องนี้กับเจ้าชาย แต่ก็ไม่เป็นผล อย่างที่บอกว่าเจ้าชายชอบดนตรี ไฮเดินเลยคิดว่าจะแต่งซิมโฟนีเพื่อจูงใจ
แล้วพวกเราจะเล่นส่วนท้ายของซิมโฟนีในเวลานี้ แล้วคุณจะเห็นว่าออกเครสด้าดูเหมือนก่อกบฏ ผมยินดีที่จะพูดว่าเจ้าชายก็รับฟังคำแนะนำ จากการแสดงออเครสต้านี้ และแล้วนักดนตรีก็ได้กลับมาอยู่กับครอบครัวอีกครั้ง ซึ่งเป็นการสรุปการพูดของผมได้ว่า ที่ซึ่งมีความเชื่อใจ ก็มีดนตรี ซึ่งทำให้ชีวิตยืนยาว เมื่อที่ใดไม่มีความเชื่อใจแล้ว ดนตรีก็จะหนีหายจากไป
Got an idea, question, or debate inspired by this talk? Start a TED Conversation, or join one of these:
คอนดักเตอร์ ชาลส์ ฮาเซลวูด พูดเกี่ยวกับความเชื่อใจในบทบาทของคนคุมวงดนตรี-- จากนั้นแสดงให้พวกเราเห็นว่าจะทำได้อย่างไร โดยเขาได้คุมวง สก๊อตติช เอสเซมเบิล บนเวที ชาลส์ยังได้แชร์คลิปวิดีโอจากผลงานเพลงสองชิ้น คือ เดอะ โอเปรา "U-Carmen eKhayelitsha" และ the ParaOrchestra
Charles Hazlewood dusts off and invigorates classical music, adding a youthful energy and modern twists to centuries-old masterworks. At TEDGlobal, he conducts the Scottish Ensemble. Full bio »
Translated into Thai by Sritala Dhanasarnsombut
Reviewed by Paravee Asava-Anan
Comments? Please email the translators above.
[As a conductor] there has to be, between me and the orchestra, an unshakable bond of trust, born out of mutual respect, through which we can spin a musical narrative that we all believe in.” (Charles Hazlewood)
20:43 Posted: Jun 2008
Views 2,634,962 | Comments 430
20:51 Posted: Oct 2009
Views 771,893 | Comments 159
20:41 Posted: Apr 2008
Views 233,413 | Comments 74
Just follow the guidelines outlined under our Creative Commons license.
This comment will be attributed to . Not ? Sign out.