ผมเป็นแพทย์ แต่คล้ายกับว่าไถลออกไปทำการวิจัย, และตอนนี้ผมเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านต้นกำเนิดและการพัฒนาของเชื้อโรค ไม่มีใครรู้จริงว่าศาสตร์ด้านนี้คืออะไร มันเป็นศาสตร์เกี่ยวกับว่าเราจะรู้ได้อย่างไรในโลกแห่งความเป็นจริง ว่าสิ่งบางอย่างดีหรือไม่ดีสำหรับคุณ เรื่องนี้จะเข้าใจได้ดีที่สุดจากตัวอย่าง ที่เป็นศาสตร์ของหัวข่าวหนังสือพิมพ์ที่ประหลาดพิลึกกึกกือ นี่เป็นเพียงบางตัวอย่างเท่านั้น
พวกนี้มาจากหนังสือพิมพ์เดลิเมล์ ทุกประเทศในโลกมีหนังสือพิมพ์แบบนี้ มันมีแนวปรัชญาต่อเนื่องที่แปลกแบบนี้ ในการแบ่งสิ่งต่างๆที่ไม่มีชีวิตทั้งหมดในโลก ออกเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดหรือป้องกันโรคมะเร็ง นี่เป็นบางสิ่งที่เมื่อไม่นานมานี้พวกเขาบอกว่าทำให้เกิดมะเร็ง การหย่าร้าง ระบบเครือข่ายไร้สาย ของใช้อาบนํ้าและกาแฟ นี่เป็นบางสิ่งที่พวกเขาบอกว่าป้องกันมะเร็งได้: เปลือกขนมปัง,พริกสีแดง,ชะเอมและกาแฟ คุณจะเห็นได้แล้วว่ามีความขัดแย้งกัน กาแฟเป็นได้ทั้งสาเหตุและป้องกันมะเร็ง และถ้าคุณอ่านต่อไป คุณจะเห็นได้ ว่าอาจจะมีสายการผลิตเชิงการเมืองบางอย่างอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ สำหรับพวกผู้หญิง งานบ้านป้องกันมะเร็งเต้านมได้ สำหรับพวกผู้ชาย ช้อปปิ้งอาจทำให้คุณขาดสมรรถภาพทางเพศ เราจึงรู้ว่าเราต้องเริ่มต้น เปิดโปงศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้
และสิ่งที่ผมหวังจะแสดงให้เห็น คือการเปิดโปงคำกล่าวอ้างที่น่าสงสัยเหล่านี้ เผยหลักฐานเบื้องหลังคำกล่าวอ้างนั้น นี่ไม่ใช่การจับผิดนะครับ มันเป็นประโยชน์ต่อสังคม และเป็นเครื่องมือที่มีคุณค่าอย่างมาก ที่ใช้อธิบาย เพราะว่าวิทยาศาสตร์ที่แท้จริงนั้นเกี่ยวกับ การประเมินหลักฐานอย่างสาหัสสากรรจ์เกี่ยวกับแนวคิดของคนอื่น นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในวารสารวิชาการ นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในการประชุมวิชาการ ช่วงที่ให้มีการถามตอบหลังการเสนอข้อมูล บ่อยครั้งเป็นประหัตประหารกัน และไม่มีใครใส่ใจเรื่องนั้นกัน เราต้อนรับมันอย่างกระตือรือร้น คล้ายกับกิจกรรมเชิงให้ความรู้ที่ยอมรับกันของบริษัทการแสดงเอสแอนเอ็ม สิ่งที่ผมกำลังจะแสดงให้ท่านชม คือสิ่งสำคัญทั้งหมด, ลักษณะสำคัญทั้งหมดของกฎเกณฑ์ของผม-- ยาที่ได้พิสูจน์หลักฐานแล้ว และผมจะพูดกับคุณโดยใช้กฎเณฑ์ทั้งหมดนี้ และแสดงให้ดูว่ามันใช้ได้อย่างไร โดยใช้เพียงตัวอย่างของผู้ที่ทำให้เกิดความผิดพลาดขึ้น
เราจะเริ่มต้นด้วยแบบของหลักฐานที่อ่อนที่สุดที่ทุกคนทราบดี และนั่นคือความเชื่อถือได้ ตามหลักวิทยาศาสตร์ เราไม่สนใจว่าชื่อของคนจะมีกี่ตัวอักษร ตามหลักวิทยาศาสตร์เราต้องการทราบเหตุผลในการที่คุณจะเชื่อบางสิ่ง คุณรู้ได้อย่างไรว่าของบางอย่างดีสำหรับคุณ หรือไม่ดีสำหรับคุณ? แต่เรารู้สึกไม่ประทับใจในเรื่องความเชื่อถือ เพราะมันง่ายมากที่จะแต่งเรื่องโกหกขึ้น มีคนๆหนึ่งชื่อว่าด๊อกเตอร์ กิลเลียน แม็กคีท ปริญญาเอก หรือ ถ้าเรียกชื่อเต็มทางการแพทย์ กิลเลียน แม็กคีท (เสียงหัวเราะ) ทุกประเทศมีบุคคลแบบนี้ เธอเป็นปรมาจารย์ด้านการลดนํ้าหนักทางทีวี เธอมีรายการใหญ่ทางทีวีในช่วงเวลาที่ดีเยี่ยมถึงห้ารายการ ที่ให้คำแนะนำด้านสุขภาพที่เกินพอและไม่เหมือนใคร เธอกลายเป็นว่า ได้ปริญญาเอกทางไกลจากสถาบันที่ยังไม่ได้รับการรับรอง จากที่ใดที่หนึ่งในอเมริกา เธอยังโอ้อวดว่าเธอเป็นสมาชิกด้านวิชาชีพที่ได้รับการรับรอง ของสมาคมอเมริกันที่ให้คำปรึกษาด้านโภชนาการ ซึ่งฟังดูดีและน่าตื่นเต้นมาก คุณมีวุฒิบัตรและทุกๆอย่าง ใบนี้เป็นของเจ้าเฮ็ตติแมวของผมที่ตายไปแล้ว มันเป็นแมวที่นิสัยไม่ดี คุณแค่เข้าไปในเว็บไซท์ กรอกแบบฟอร์ม จ่ายเงินให้เขาไป 60ดอลล่าร์และมันก็มาถึงคุณทางไปรษณีย์ และนั่นไม่ใช่เพียงแค่เหตุผลเดียวที่เราคิดว่าคนๆนี้เป็นคนโง่เง่า เธอยังได้พูดถึงเรื่องต่างๆเช่น คุณควรจะทานผักสีเขียวเข้มมากๆ เพราะว่ามันมีคลอโรฟิลล์มาก และจริงๆแล้วมันจะสร้างออกซิเจนมาหล่อเลี้ยงเลือดคุณ แต่ใครก็ตามที่ได้เรียนชีววิทยาในโรงเรียนย่อมจำได้ว่า คลอโรฟิลล์และคลอโรพลาสท์ สร้างออกซิเจนได้เมื่อมีแสงอาทิตย์เท่านั้น และในท้องของเรามืดมากหลังจากที่เราได้ทานผักขมเข้าไป
เรื่องต่อไป เราต้องการวิทยาศาสตร์ที่เหมาะสม หลักฐานถูกต้อง อย่าง "เหล้าองุ่นแดงป้องกันมะเร็งเต้านมได้" นี่เป็นหัวข่าวจากหนังสือพิมพ์เดลี่ เทเลกราฟในอังกฤษ "เหล้าองุ่นแดงวันละหนึ่งแก้วช่วยป้องกันมะเร็งเต้านมได้" แล้วคุณก็ไปหาหนังสือพิมพ์นี้มา และสิ่งที่คุณพบ คือมันเป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์จริงๆ มันเป็นการอธิบายการเปลี่ยนแปลงของตัวเอนไซม์ตัวหนึ่ง เมื่อคุณหยดสารที่สกัดมาจากผิวขององุ่นแดงบางชนิด ลงบนเซลล์มะเร็งบางตัว ที่อยู่ในจานบนโต๊ะในห้องทดลองที่ไหนก็ได้ และนั่นเป็นสิ่งที่มีประโยชน์จริงๆที่ได้บรรยายไว้ ในสิ่งตีพิมพ์ทางวิทยาศาสตร์ แต่ปัญหาเรื่องความเสี่ยงของตัวคุณเอง เกี่ยวกับการเป็นมะเร็งเต้านมถ้าคุณดื่มเหล้าองุ่นแดง มันไม่ได้บอกอะไรคุณเลย จริงๆกลายเป็นว่าความเสี่ยงเรื่องมะเร็งเต้านมของตัวคุณ กลับทวีเพิ่มขึ้นอีก ด้วยปริมาณของแอลกอฮอล์ที่คุณดื่ม ดังนั้นสิ่งที่คุณต้องการก็คืองานวิจัยกับคนจริงๆ
และนี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง มาจากนักโภชนาการและควบคุมนํ้าหนักชั้นนำชาวอังกฤษในเดลี่มิเรอร์ ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ที่มียอดขายมากเป็นอันดับสองของเรา "การวิจัยของชาวออสเตรเลียในปี 2001 พบว่านํ้ามันมะกอกผสมกับผลไม้ ผักและเมล็ดถั่ว ให้การป้องกันต่อต้านการเหี่ยวย่นของผิวหนังซึ่งวัดผลได้" แล้วพวกเขาก็ให้คำแนะนำคุณว่า: "ถ้าคุณกินนํ้ามันมะกอกและผัก ผิวของคุณจะมีรอยเหี่ยวย่นน้อยลง" และพวกเขาก็บอกคุณอย่างเกื้อกูลว่าจะไปหาบทความนี้ได้อย่างไร คุณก็ไปหาบทความนี้มาและสิ่งที่คุณพบก็คือการวิจัยจากการสังเกต เห็นได้ชัดว่าไม่มีผู้ใดสามารถ ย้อนกลับไปถึงปี 1930 ไปเอาคนทุกคนที่เกิดในแผนกคลอดแห่งหนึ่ง และครึ่งหนึ่งของคนเหล่านั้นกินผลไม้ผักและนํ้ามันมะกอกมาก แล้วอีกครึ่งหนึ่งกินอาหารจากแม็กโดนัลด์ แล้วพบว่าในเวลาต่อมามีคนกี่คนที่ผิวเหี่ยวย่น
คุณต้องเก็บภาพของคนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และสิ่งที่คุณพบก็แน่ละ คนที่กินผักและนํ้ามันมะกอกมีผิวพรรณที่เหี่ยวย่นน้อยกว่า และนั่นก็เป็นเพราะว่าคนที่กินผลไม้และผักและนํ้ามันมะกอก, เป็นพวกประหลาด พวกผิดปกติ เหมือนอย่างคุณ พวกเขามาร่วมกิจกรรมแบบนี้ พวกเขาเก๋เท่ รํ่ารวย ไม่น่าจะเป็นพวกทำงานกลางแจ้ง พวกเขาไม่น่าจะเป็นผู้ใช้แรงงาน พวกเขาได้รับการช่วยเหลือทางสังคมที่ดีกว่า ไม่น่าจะสูบบุหรี่-- ดังนั้นสาเหตุมากมายที่น่าหลงไหล เข้ามาเกี่ยวข้องกัน ทั้งทางด้านสังคม การเมืองและวัฒนธรรม คนพวกนี้ไม่น่าจะมีผิวที่เหี่ยวย่น นั่นไม่ได้หมายความว่าเป็นเพราะผักหรือนํ้ามันมะกอก
ดังนั้นตามหลักการแล้วสิ่งที่คุณต้องทำคือการทดลอง และทุกคนคิดว่าพวกเขาคุ้นเคยกับแนวคิดเรื่องการทดลอง การทดลองเป็นเรื่องเก่ามากๆ การทดลองครั้งแรกอยู่ในคำภีร์ไบเบิล--แดเนียล1:12 เป็นเรื่องตรงไปตรงมาอย่างมาก--คุณเอาคนมากลุ่มหนึ่ง แบ่งครึ่ง คุณจัดการคนกลุ่มหนึ่งด้วยวิธีหนึ่ง อีกกลุ่มหนึ่งด้วยอีกวิธี และจากนั้น คุณก็ติดตามผล และดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับแต่ละคน ผมจะเล่าให้คุณฟังเกี่ยวกับการทดลองอันหนึ่ง ซึ่งอาจจะเป็นการทดลองที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด ในสื่อข่าวของอังกฤษตลอดทศวรรษที่ผ่านมา นี่คือการทดลองเรื่องยาเม็ดนํ้ามันปลา และการกล่าวอ้างคือยาเม็ดนํ้ามันปลาช่วยให้การเรียนและพฤติกรรมดีขึ้น กับเด็กในโรงเรียน พวกเขาพูดว่า "เราได้ทำการทดลองแล้ว การทดลองก่อนหน้านี้ทั้งหมดมีผลเป็นบวกและเรารู้ว่าการทดลองครั้งนี้จะได้ผลอย่างเดียวกันด้วย" นั่นควรจะส่งสัญญาณเตือนภัยได้เสมอ เพราะว่าถ้าคุณรู้คำตอบของการทดลองแล้ว ก็ไม่ควรทำการทดลองนั้นอีก คุณอาจจะวางกลอุบายในการออกแบบ หรือคุณก็มีข้อมูลอย่างเพียงพออยู่แล้วไม่จำเป็นต้องสุ่มเลือกตัวอย่างอีกต่อไป
ดังนั้นสิ่งที่พวกเขาจะทำในการทดลองก็คือ พวกเขาก็เอาเด็กมา 3000คน พวกเขาจะให้เด็กทั้งหมดกินยาเม็ดนํ้ามันปลามากๆ วันละหกเม็ด แล้วหนึ่งปีหลังจากนั้นพวกเขาจะวัดผลการสอบของนักเรียนกลุ่มนี้ และเปรียบเทียบผลการสอบของเด็ก กับสิ่งที่พวกเขาคาดไว้ว่าผลการสอบที่เด็กควรจะเป็น ถ้าเด็กเหล่านั้นไม่ได้กินยา มีใครเห็นข้อบกพร่องในการออกแบบวิจัยนี้ไหมครับ ไม่มีศาสตราจารย์ด้านวิธีการวิจัยเชิงทดลองคนใด ได้รับอนุญาตให้ตอบคำถามนี้ เห็นได้ว่าไม่มีการควบคุม ไม่มีกลุ่มควบคุม แต่ดูเป็นเรื่องของผู้เชี่ยวชาญโดยแท้ นั่นเป็นศัพท์เทคนิค พวกเด็กได้กินยา แล้วก็ผลการเรียนดีขึ้น
มันจะเป็นอย่างอื่นได้ไหมถ้าไม่ใช่ยา? พวกเด็กเติบโตขึ้น เราทุกคนพัฒนาขึ้นตามกาลเวลา และแน่นอนมีผลที่เกิดขึ้นได้เองโดยไม่ต้องใช้ยาด้วย ผลที่เกิดขึ้นได้เองนี้เป็นสิ่งที่มีเสน่ห์ที่สุดอย่างหนึ่งในเรื่องทั้งหมดของยา มันไม่ใช่เพียงแค่กินยา แล้วสมรรถภาพหรือการเจ็บปวดของคุณจะดีขึ้น มันเกี่ยวกับความเชื่อและการคาดหวังของเรา มันเกี่ยวกับความหมายเชิงวัฒนธรรมของการรักษาโรค และนี่ได้ถูกแสดงออกมาให้เห็นในการศึกษาวิจัยมากมายที่น่าหลงไหล ซึ่งเปรียบเทียบผลที่เกิดขึ้นเองอย่างหนึ่งกับอีกอย่างหนึ่ง เราจึงทราบ ตัวอย่างเช่นว่ายาเม็ดนํ้าตาลวันละสองเม็ด ให้ผลการรักษาที่ดีในการกำจัดแผลที่กระเพาะอาหาร กว่ายาเม็ดนํ้าตาลหนึ่งเม็ด ยาเม็ดนํ้าตาลวันละสองเม็ดได้ผลดีกว่ายาเม็ดนํ้าตาลวันละเม็ด และนั่นเป็นการค้นพบที่เหลือทนและน่าขันแต่เป็นความจริง เราทราบจากงานวิจัยสามเรื่องเกี่ยวกับอาการเจ็บปวดสามแบบ ว่าการฉีดนํ้าเกลือเป็นการรักษาอาการเจ็บปวดที่ได้ผล ดีกว่าการกินยาเม็ดนํ้าตาล การกินยาหลอกที่ไม่มีตัวยาในเม็ดยานั้น-- มิใช่เพราะว่าการฉีดหรือยาเม็ดได้ทำอะไรกับร่างกายทางกายภาพ แต่เป็นเพราะว่าการฉีดทำให้รู้สึกว่าเป็นการแทรกแซงที่ตื่นเต้นเร้าใจมากกว่า เราจึงทราบว่าความเชื่อและความคาดหวังของเรา ถูกควบคุมและนำมาใช้ได้ ซึ่งก็คือทำไมเราจึงทำการทดลอง เมื่อเราควบคุมผลที่เกิดขึ้นได้เอง-- เมื่อครึ่งหนึ่งของประชากรได้รับการรักษาจริง และอีกครึ่งหนึ่งได้รับยาหลอก
แต่นั่นก็ยังไม่พอ สิ่งที่ผมเพิ่งจะแสดงให้คุณเห็นเป็นตัวอย่างของวิธีการง่ายๆและตรงไปตรงมา ที่นักหนังสือพิมพ์และพวกเร่ขายอาหารเสริม และพวกนักธรรมชาติบำบัด สามารถบิดเบือนหลักฐานเพื่อจุดประสงค์ของตนเอง สิ่งที่ผมพบว่าน่าหลงไหลจริงๆ ก็คืออุตสาหกรรมผลิตยา ใช้กลอุบายและเครื่องมือที่เหมือนกันทุกประการ แต่ในรูปแบบที่ได้รับการปรุงแต่งให้ดูดีขึ้นเล็กน้อย เพื่อบิดเบือนหลักฐานที่พวกเขาให้แก่แพทย์และคนไข้ และใช้เพื่อการตัดสินใจที่สำคัญยิ่งของเรา
ดังนั้นอันดับแรก การทดลองเพื่อเทียบกับผลที่เกิดขึ้นได้เอง ทุกคนคิดว่าเขารู้ว่าการทดลองควรจะเป็น การเปรียบเทียบยาตัวใหม่กับผลที่จะเกิดขึ้นได้เอง แต่จริงๆแล้วในหลายๆสถานการณ์สิ่งที่ว่านั้นไม่จริง เพราะว่าบ่อยครั้งเรามีการรักษาที่ดีมากๆอยู่แล้วในปัจจุบัน เราจึงไม่ต้องการจะรู้ว่าการรักษาแบบใหม่ของคุณนั้น ดีกว่าไม่มีการรักษาเลย เราต้องการจะรู้ว่ามันดีกว่าการรักษาที่ดีที่สุดที่เรามีอยู่ในปัจจุบัน แต่ซํ้าแล้วคุณจะเห็นคนทำการทดลองอย่างไม่สิ้นสุด โดยนำมาเทียบกับผลที่เกิดขึ้นได้เอง และคุณก็ได้รับใบอนุญาตให้นำยาของคุณสู่ตลาดได้ โดยมีเพียงข้อมูลที่แสดงว่ามันดีกว่าไม่ใช้ยาเลย ซึ่งไร้ประโยชน์กับแพทย์อย่างผมซึ่งต้องพยายามตัดสินใจ
แต่นั่นไม่ใช่เป็นเพียงวิธีเดียวที่คุณใช้กลอุบายบิดเบือนข้อมูลได้ คุณใช้กลอุบายบิดเบือนข้อมุลได้อีกด้วย โดยทำให้สิ่งที่คุณนำมาเปรียบเทียบกับยาใหม่ของคุณ เป็นสิ่งที่ไร้ค่าจริงๆ คุณสามารถให้ยาคู่แข่งในปริมาณยาที่ตํ่าเกินไป เพื่อให้ประชากรไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง คุณสามารถให้ยาคู่แข่งในปริมาณยาที่สูงเกินไป เพื่อให้ประชากรเกิดอาการข้างเคียงจากยา และนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง กับยาที่ใช้รักษาทางจิตสำหรับโรคจิตเภท 20ปีที่แล้วยาร้กษาทางจิตรุ่นใหม่ถูกนำเข้ามา และคำมั่นสัญญาก็คือมันจะมีผลข้างเคียงของยาน้อยที่สุด ผู้คนจึงเริ่มทำการทดลองยาใหม่เหล่านี้ โดยเปรียบกับยาเก่า แต่พวกเขาให้ยาเก่าในปริมาณที่สูงอย่างไม่สมเหตุผล-- ยาฮาโลพิริดอล วันละ 20มิลลิแกรม และมันเป็นการสรุปผลก่อนแล้วล่วงหน้า ว่าถ้าคุณให้ยาในปริมาณที่สูงขนาดนั้น มันจะทำให้เกิดผลข้างเคียงและยาตัวใหม่ของคุณก็จะดูดีกว่า
สิบปีที่แล้วประวัติศาสตร์ก็ซํ้ารอยอย่างหน้าสนใจ เมื่อริสเพริโดน ซึ่งเป็นยารักษาโรคทางจิตรุ่นแรก สิ้นสุดการมีลิขสิทธิ์ ดังนั้นใครๆก็ลอกแบบได้ ทุกคนต้องการแสดงให้เห็นว่ายาของเขาดีกว่าริสเพริโดน, คุณจึงเห็นได้ว่ามีการทดลองจำนวนมากเพื่อเปรียบเทียบยารักษาโรคทางจิตตัวใหม่ กับริสเพริดโดนที่วันละแปดมิลลิแกรม เหมือนเดิม ไม่ได้ให้ปริมาณยาอย่างบ้าคลั่งหรืออย่างผิดกฎหมาย แต่มากในแนวที่สูงกว่าปกติ ดังนั้นคุณก็มั่นใจว่ามันจะทำให้ยาของคุณดูดีกว่า ดังนั้นจึงไม่น่าประหลาดใจว่าโดยรวมแล้ว การทดลองที่ได้รับเงินอุดหนุนเชิงอุตสาหกรรม น่าจะให้ผลทางบวกมากกว่าถึงสี่เท่า กับการทดลองอิสระ
แต่--และมันใหญ่แต่-- (เสียงหัวเราะ) กลายเป็นว่า เมื่อคุณดูวิธีการที่การทดลองที่ได้ทุนอุดหนุนจากอุตสาหกรรมใช้ เห็นว่าจริงๆมันดี กว่าการทดลองอิสระ แต่มันได้จัดการให้ได้ผลการทดลองที่มันต้องการ ทำได้อย่างไร? เราจะอธิบายปรากฏการณ์แปลกๆนี้ได้อย่างไร? ปรากฎว่าสิ่งที่เกิดขึ้น คือข้อมูลด้านลบได้หายไปในระหว่างกระบวนการ; มันถูกกันไว้จากแพทย์และคนไข้ และนี่เป็นด้านสำคัญที่สุดของเรื่องทั้งหมด มันอยู่บนสุดของพีระมิดของหลักฐาน เราจำเป็นต้องได้หลักฐานทั้งหมดเกี่ยวกับการรักษานั้น เพื่อจะทราบว่ามันได้ผลจริงหรือไม่ มีสองวิธีที่คุณจะพบได้ว่า ข้อมูลบางอย่างได้หายไปในระหว่างกระบวนการหรือไม่ คุณสามารถใช้สถิติ,หรือใช้เรื่องที่แต่งขึ้น โดยส่วนตัวผมชอบสถิติมากกว่า ดังนั้นสิ่งนี้แหละที่ผมจะใช้เป็นอันดับแรก
สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราเรียกว่าฟันนัลพล๊อต (funnel plot) และฟันนัลพล๊อตเป็นวิธีการอันชาญฉลาดในการค้นหา การทดลองที่มีผลเป็นลบจำนวนน้อยที่หายไป,ได้หายไปในระหว่างกระบวนการ และนี่คือกราฟของการทดลองทั้งหมด ที่ได้ทำไปแล้วเกี่ยวกับการรักษาอย่างหนึ่ง และเมื่อคุณมองขึ้นไปสู่ส่วนบนของกราฟ สิ่งที่คุณเห็นคือแต่ละจุดคือการทดลองหนึ่งครั้ง และเมื่อคุณมองดู พวกนั้นเป็นการทดลองที่ใหญ่กว่า พวกนั้นจึงมีความผิดพลาดน้อยกว่า การทดลองเหล่านั้นจึงมีความเป็นไปได้น้อยกว่าที่จะเป็นผลบวกเท็จหรือผลลบเท็จ พวกนั้นจึงเกาะกลุ่มกันอยู่ การทดลองใหญ่ๆเข้าใกล้คำตอบที่เป็นจริง แล้วถ้าคุณมองลงไปที่ด้านล่าง สิ่งที่คุณเห็นก็คือ ตรงด้านนี้ ผลด้านลบเท็จที่หลอกลวง และตรงด้านนี้ ผลด้านบวกเท็จที่หลอกลวง ถ้ามีอคติจากการตีพิมพ์ ถ้าการทดลองจำนวนน้อยได้หายไปในกระบวนการ คุณเห็นมันได้บนกราฟหนึ่งในบรรดากราฟเหล่านี้ คุณจึงเห็นได้ตรงนี้ว่าการทดลองที่มีผลเป็นลบจำนวนน้อย ที่ควรจะอยู่ตรงด้านล่างซ้ายมือได้หายไป นี่เป็นกราฟที่แสดงให้เห็นว่ามีอคติจากการตีพิมพ์ ได้จากการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับอคติจากการตีพิมพ์ และผมคิดว่านั่นเป็นเรื่องตลกด้านระบาดวิทยาที่น่าขำที่สุด ที่คุณเคยได้ยินมา
นั่นเป็นเรื่องที่เราจะพิสูจน์ทางสถิติได้อย่างไร แล้วเกี่ยวกับเรื่องที่แต่งขึ้นเล่า? มันเลวร้าย เลวร้ายจริงๆ นี่คือยาตัวหนึ่งชื่อว่า รีบ๊อกซิทีน เป็นยาที่ผมเองเคยสั่งให้คนไข้ และผมเป็นแพทย์ที่ทึ่มมากๆ ผมหวังว่าผมพยายามจะออกจากวิถีนี้ได้โดยพยายามและอ่านทำความเข้าใจหนังสือทั้งมวล ผมอ่านการทดลองเรื่องนี้ มันมีผลทางบวกทั้งหมด มันเป็นงานที่ได้ทำไว้อย่างดี ผมไม่พบข้อบกพร่อง โชคไม่ดี กลายเป็นว่า การทดลองหลายครั้งถูกเก็บกลบไว้ จริงๆแล้ว ร้อยละ 76 ของการทดลองทั้งหมดที่ทำเรื่องยาตัวนี้ ถูกกันไว้จากแพทย์และคนไข้ ถ้าคุณคิดถึงเรื่องนี้ ถ้าผมโยนเหรียญร้อยครั้ง และผมได้รับอนุญาตให้กันไว้จากคุณ ผลลัพธ์ที่ได้ไว้ครึ่งหนึ่ง แล้วผมก็ทำให้คุณเชื่อได้ ว่าเหรียญของผมมีสองด้าน ถ้าเราเอาข้อมูลออกไปครึ่งหนึ่ง, เราจะไม่ทราบเลยว่าขนาดของผลการใช้ยาเหล่านี้ที่แท้จริงเป็นอย่างไร
และนี่ไม่ใช่เพียงเรื่องเดียว ประมาณครึ่งหนึ่งของข้อมูลการทดลองทั้งหมดของยาต้านอาการซึมเศร้าถูกปิดบังไว้ แต่เรื่องไปไกลกว่านั้น กลุ่มนอร์ดิกค๊อกเครน(Nordic Cochrane Group) พยายามให้ได้มาซึ่งข้อมูลเรื่องนั้น เพื่อนำทั้งหมดมารวมกัน กลุ่มค๊อกเครนเป็นการร่วมมือระหว่างประเทศที่ไม่หวังผลกำไร ที่ได้ให้ผลการตรวจสอบอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับข้อมูลทั้งมวลที่เคยถูกนำมาแสดง พวกเขาจำเป็นต้องเข้าสู่ข้อมูลการทดลองทั้งหมด แต่บริษัทเหล่านั้นกันข้อมูลนั้นจากพวกเขา เช่นเดียวกับที่สำนักงานยายุโรป(European Medicines Agency)ปฎิบัติ เป็นเวลานานสามปี
นี่เป็นปัญหาที่ปัจจุบันยังขาดการแก้ไข และเพื่อจะแสดงให้เห็นว่าปัญหาใหญ่แค่ไหน,นี่เป็นยาชื่อว่าทามิฟลู(Tamiflu) ซึ่งรัฐบาลทั่วโลก ได้ใช้เงินเป็นล้านๆดอลลาร์ พวกเขาได้ใช้เงินเหล่านั้นไปเพื่อคำมั่นสัญญา ว่านี่เป็นตัวยาที่จะลดอัตราการเกิด อาการข้างเคียงของไข้หวัดใหญ่ เราได้ข้อมูลมาเรียบร้อยแล้ว ที่แสดงว่ามันลดระยะเวลาของอาการหวัดได้เพียงแค่ไม่กี่ชั่งโมง แต่จริงๆแล้วผมไม่ได้ห่วงเรื่องนั้น รัฐบาลต่างๆก็ไม่ห่วงเรื่องนั้น ผมเสียใจมากถ้าคุณเป็นไข้หวัดใหญ่ ผมรู้ว่ามันแย่ แต่เราจะไม่ใช้เงินเป็นล้านๆดอลลาร์ เพื่อพยายามลดช่วงเวลาของอาการไข้หวัดใหญ่ของคุณ เพียงครึ่งวัน เราสั่งยาเหล่านี้ เราเก็บสะสมยาเหล่านั้นไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน เพราะเข้าใจว่ามันจะลดอาการแทรกซ้อนต่างๆ ซึ่งได้แก่โรคปอดบวมซึ่งหมายถึงความตาย กลุ่มค๊อกเครนที่เกี่ยวกับโรคติดต่อ ซึ่งมีฐานการปฏิบัติงานในอิตาลี ได้พยายามให้ได้มาซึ่ง ข้อมูลทั้งหมดในรูปที่จะนำมาใช้การได้จากบริษัทยา เพื่อที่ว่าจะสามารถตัดสินใจได้อย่างเต็มที่ ว่ายานี้ใช้ได้ผลดีหรือไม่ แต่พวกเขาก็ยังไม่สามารถได้ข้อมูลนั้นมา เรื่องนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เป็นปัญหาด้านจริยธรรมที่ใหญ่ที่สุดปัญหาเดียว ที่การแพทย์ต้องเผชิญอยู่ในปัจจุบัน เราไม่สามารถตัดสินใจได้ เมื่อข้อมูลทั้งหมดขาดหายไป
ดังนั้นมันจึงยากอยู่บ้างต่อจากนั้น ที่จะให้ได้มาซึ่งข้อสรุปเชิงบวกบางอย่าง แต่ผมอยากจะพูดอย่างนี้: ผมคิดว่าแสงอาทิตย์ เป็นยาฆ่าเชื่อโรคที่ดีที่สุด เห็นได้ชัดเจนว่าเรื่องทั้งหมดนี้กำลังเกิดขึ้นอยู่ และมันถูกปกป้องไว้ทั้งหมด โดยสนามพลังของความเบื่อหน่าย และผมคิดว่า,พร้อมกับปัญหาเรื่องวิทยาศาสตร์ทั้งหมด สิ่งที่ดีที่สุดสิ่งหนึ่งที่เรากระทำได้ คือยกฝาที่ครอบมันไว้ขึ้น ตรวจสอบวิธีดำเนินการรอบๆแล้วมองเข้าไปข้างใน
You can share this video by copying this HTML to your clipboard and pasting into your blog or web page. This video will play with subtitles.
You either have JavaScript turned off or have an old version of the Adobe Flash Player. To view this rating widget you
need to get the latest Flash player.
If your browser allows only "trusted sites" to execute Javascript, you should add the "googleapis.com" domain to your whitelist to allow our Flash detection to work properly.
Got an idea, question, or debate inspired by this talk? Start a TED Conversation.
ข่าวเกี่ยวกับข้อแนะนำทางสุขภาพใหม่ๆ นั้นออกมาได้ทุกวัน แต่คุณจะรู้ได้อย่างไรว่ามันถูกต้องหรือไม่? แพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านต้นกำเนิดและการพัฒนาของเชื้อโรค เบ็น โกลไดคะ แสดงให้เราเห็นแบบเร็วจี๋ถึงวิธีการต่างๆที่หลักฐานถูกบิดเบือนไป จากคำกล่าวอ้างถึงคุณค่าของอาหารที่เห็นได้ชัดเจนว่ามากเกินไป จนถึงกลวิธีที่แยบยลมากๆ ของธุรกิจการผลิตยา
Ben Goldacre unpicks dodgy scientific claims made by scaremongering journalists, dubious government reports, pharmaceutical corporations, PR companies and quacks. Full bio »
Translated into Thai by yamela areesamarn
Reviewed by Sritala Dhanasarnsombut
Comments? Please email the translators above.
13:25 Posted: Nov 2006
Views 1,807,229 | Comments 379
09:05 Posted: Mar 2010
Views 506,314 | Comments 151
19:01 Posted: Apr 2010
Views 881,820 | Comments 2059
Just follow the guidelines outlined under our Creative Commons license.
This comment will be attributed to . Not ? Sign Out.