Follow TED
Be the first to know about new TEDTalks, TED news and other announcements.
Click on any phrase to play the video from that point.
ฉันเป็นนักตัดกระดาษ (เสียงหัวเราะ) ฉันตัดเรื่องราวต่าง ๆ ขั้นตอนของฉันนั้นตรงไปตรงมา นำกระดาษมาหนึ่งแผ่น นึกเรื่องราวออกมาเป็นภาพ บางทีก็ร่างแบบ บางทีก็ไม่ และเมื่อภาพของฉัน อยู่บนแผ่นกระดาษแล้ว ฉันก็แค่ต้องตัด ส่วนที่ไม่อยู่ในเรื่องออก ฉันไม่ได้ทำงานตัดกระดาษ แบบเป็นเส้นตรง ที่จริง ฉันมองว่ามันเป็นเกลียวมากกว่า
ฉันไม่ได้เกิดมา พร้อมใบมีดในมือ และจำไม่ได้ว่าเคยตัดกระดาษตอนเป็นเด็ก แล้วพอเป็นวัยรุ่น ฉันก็สเก็ตช์รูป วาดรูป และอยากเป็นศิลปิน แต่ฉันก็เป็นขบถด้วย แล้วฉันก็ทิ้งทุกสิ่ง แล้วไปทำงานแปลก ๆ หลายอย่าง ซึ่งก็มี เป็นคนเลี้ยงแกะ คนขับรถบรรทุก สาวโรงงาน คนทำความสะอาด ฉันทำงานในบริษัทท่องเที่ยวอยู่หนึ่งปี ในเม็กซิโก อีกปีในอียิปต์ ย้ายไปอยู่ 2 ปี ที่ไต้หวัน แล้วมาอยู่ที่นิวยอร์คถาวร ซึ่งฉันมาเป็นมัคคุเทศก์ และฉันยังทำงานเป็นหัวหน้าทัวร์ เดินทางไปกลับ เมืองจีน ทิเบต และเอเชียกลาง
แน่นอนว่ามันก็นานอยู่ ฉันเองก็เกือบ 40 แล้ว ฉันก็ตัดสินใจว่าถึงเวลาแล้ว ที่จะเริ่มทำงานอย่างศิลปิน (เสียงปรบมือ) ฉันเลือกการตัดกระดาษ เพราะกระดาษนั้นราคาถูก เบา และเราสามารถใช้ได้ หลากหลายรูปแบบ และฉันเลือกรูปแบบของการถมดำ (ซิลูเอ็ต) เพราะมันให้ภาพที่โดดเด่น เป็นการคัดเฉพาะส่วนที่จำเป็นของสิ่งต่าง ๆ คำว่า "ซิลูแอ็ต" มาจากรมต.กระทรวงการคลัง เอเตียน เดอ ซิลูเอ็ต เขาตัดงบประมาณออกมากมาย จนคนบอกกันว่าไม่มีเงิน จะซื้อผลงานจิตรกรรมกันแล้ว แต่ก็ยังอยากได้ภาพวาดของตัวเอง "อย่างซิลูแอ็ต" (เสียงหัวเราะ) ฉันจึงสร้างชุดภาพผลงานตัดกระดาษ และรวบรวมในแฟ้มผลงาน ผู้คนก็บอกฉันว่า อย่างภาพมุมต่าง ๆ ของตึกเอมไพร์ สเตท 36 ภาพนี้ พวกเขาบอกว่า "คุณกำลังทำหนังสือศิลปิน"
คำว่าหนังสือศิลปินมีความหมายหลายอย่าง มีรูปแบบแตกต่างกันไป แต่สำหรับฉัน มันเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์มาก ในการเล่าเรื่องออกมาเป็นภาพ จะมีข้อความ หรือไม่มีเลยก็ได้ และฉันก็มีความชอบ ทั้งต่อรูปภาพและถ้อยคำ ฉันชอบการเล่นสำนวน และการเชื่อมโยงกับจิตใต้สำนึก ฉันชอบความแปลกของภาษาต่าง ๆ และทุกที่ที่ไปอยู่ ฉันจะเรียนภาษานั้นๆ แต่ไม่ได้เรียนจนเก่งหรอก ฉันจึงมักมองหา คำคล้ายที่มาจากคนละรากศัพท์ หรือคำคำเดียวกันในภาษาต่าง ๆ
คุณคงเดาได้ว่าภาษาแม่ของฉันคือฝรั่งเศส และภาษาในชีวิตประจำวันคืออังกฤษ ฉันจึงทำผลงานออกมาชุดหนึ่ง เป็นคำที่มีความหมายตรงกัน ในภาษาฝรั่งเศสและอังกฤษ ผลงานชิ้นหนึ่งในนั้น ก็คือ "แมงมุมนักสะกดคำ" แมงมุมนักสะกดคำ เป็นญาติกับผึ้งนักสะกดคำ (เสียงหัวเราะ) แต่มันมีส่วนเกี่ยวข้องกับใยแมงมุมมากกว่า (เสียงหัวเราะ) แมงมุมตัวนี้ พลิกไปมา ให้อ่านได้ทั้ง 2 ภาษา จึงอ่านได้ทั้ง "architecture active" (ฝรั่งเศส) หรือ "active architecture" (อังกฤษ) แล้วแมงมุมก็ไต่ไปยังตัวอักษรทั้งชุด ด้วยคุณศัพท์และคำนามที่ความหมายเหมือนกัน ดังนั้นถ้าคุณไม่รู้ภาษาใดภาษาหนึ่ง ก็จะเรียนรู้ได้ทันที
และงานเก่าชิ้นหนึ่งจากหนังสือ ก็คือกระดาษม้วน กระดาษม้วนใช้ได้สะดวกมาก เพราะคุณสามารถสร้างภาพใหญ่ๆ ได้ บนโต๊ะตัวเล็กๆ ผลที่ไม่ได้คาดคิดจากข้อนั้น คือคุณจะได้เห็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพ จึงทำให้เกิดภาพสถาปัตยกรรมแบบฟรีสไตล์ และฉันทำหน้าต่างพวกนั้นทั้งหมด จึงต้องมองให้ลึกกว่านั้น มันคือการมอง โลกที่แตกต่างออกไป และบ่อยครั้งที่ฉันเป็นดังคนนอก ฉันจึงอยากเห็นว่าอะไรเป็นอะไร มีอะไรเกิดขึ้น ดังนั้นหน้าต่างแต่ละบาน จึงเป็นภาพหนึ่งภาพ และเป็นโลกหนึ่งใบ ที่ฉันกลับไปเยือนบ่อยๆ และฉันก็กลับมาเยือนโลกใบนี้ คิดเรื่องภาพ หรือเรื่องจำเจอย่าง เราอยากทำอะไร ใช้คำว่าอะไร ภาษาถิ่นคืออะไร ที่เราใช้สื่อออกไป
มันมีแต่คำว่า "ถ้า" จะเป็นไง "ถ้า" เราได้อยู่ในบ้านบอลลูน คงจะเป็นโลกที่สูงส่งมากสินะ เราคงปล่อยของเสียบนโลกน้อยมาก คงจะเบามาก ดังนั้นบางครั้งฉันก็มองจากข้างใน อย่าง "เมืองแห่งการถือตนเป็นใหญ่" และวงกลมที่อยู่ภายใน บางทีก็เป็นมุมมองเรื่องโลก เพื่อดูรากที่เหมือนกันของเรา และเราจะใช้มันเพื่อล่าฝันได้ยังไง และเรายังสามารถใช้ เป็นรังหลบภัยได้ด้วย
แรงบันดาลใจของฉัน ก็แตกต่างหลากหลายมาก ฉันได้รับอิทธิพลจากทุกสิ่งที่อ่าน ทุกสิ่งที่ดู ฉันมีบางเรื่องที่เป็นเรื่องตลก อย่าง "จังหวะมรณะ" (เสียงหัวเราะ) แล้วก็มีที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ นี่คือ "เมืองลูกกวาด" เป็นประวัติศาสตร์ของน้ำตาล แบบไม่เคลือบน้ำตาล มันมาจากการขายทาส เพื่อสนองการบริโภคของน้ำตาลที่มากเกินจำเป็น ซึ่งก็มีเรื่องราวหวานๆ แทรกอยู่บ้าง บางครั้งฉันก็มีอารมณ์ตอบสนองกับข่าว เช่นแผ่นดินไหวในเฮติ ปี 2010 บางที ก็ไม่ใช่เรื่องราวของฉันเอง ผู้คนเล่าถึงชีวิตตัวเองให้ฉันฟัง ความทรงจำ ความปรารถนาของพวกเขา แล้วฉันก็สร้างพื้่นที่ในใจ เปิดช่องทางให้กับเรื่องของพวกเขา เพื่อให้มีที่ให้ย้อนกลับไป เพื่อมองชีวิตพวกเขาและความเป็นไปได้ต่างๆ ฉันเรียกมันว่า "เมืองแห่งฟรอยด์"
ฉันคงเล่าให้ฟังได้ไม่หมดทุกภาพ จึงจะให้ดูเพียงส่วนเล็กน้อยจากโลกของฉัน และชื่อภาพ "เมืองดัดแปลง" "เมืองไฟฟ้า" "การเติบโตอย่างบ้าคลั่ง บนโคลัมบัส เซอร์เคิล" "เมืองหินปะการัง" "ใยแห่งเวลา" "เมืองวุ่นวาย" "รบกันรายวัน" "เมืองแห่งความสุข" "เกาะลอย" และถึงจุดหนึ่ง ฉันต้องทำชิ้นงาน "ทั้ง 9 หลา" เป็นงานตัดกระดาษที่ยาว 9 หลาจริง ๆ (เสียงหัวเราะ) ในชีวิตและการตัดกระดาษ ทุกอย่างเชื่อมโยงกัน เรื่องหนึ่งนำไปสู่อีกเรื่องหนึ่ง ฉันยังสนใจ ลักษณะทางกายภาพของรูปแบบนี้ เพราะคุณต้องเดินเพื่อจะดูมันให้ครบ
สิ่งที่ฉันทำควบคู่ ไปกับงานตัดกระดาษ ก็คือการวิ่ง ฉันเริ่มจากรูปเล็กๆ ฉันเริ่มจากไม่กี่ไมล์ รูปใหญ่ขึ้น แล้วฉันก็เริ่มวิ่งมาราธอน แล้วก็วิ่ง 50 กิโล 60 กิโล แล้วฉันก็วิ่ง 50 ไมล์ -- อัลตร้ามาราธอน ฉันยังรู้สึกเหมือนกำลังวิ่งอยู่ มันเป็นแค่การฝึก เพื่อจะเป็นนักตัดกระดาษระยะไกล
และการวิ่งทำให้ฉันมีกำลังมากขึ้น นี่คือการตัดกระดาษมาราธอน 3 อาทิตย์ ที่เดอะ มิวเซียม ออฟ อาร์ทส แอนด์ ดีไซน์ ในเมืองนิวยอร์ค ผลงานออกมาเป็น "นรกและสวรรค์" มี 2 ชิ้น สูง 13 ฟุต ติดตั้งอยู่ในสองชั้นของพิพิธภัณฑ์ ที่จริงมันเป็นภาพที่ต่อเนื่องกัน ฉันเรียกมันว่า "นรกและสวรรค์" เพราะมันมีทั้งนรกและสวรรค์ในทุกๆ วัน ไม่มีขอบกั้น บางคนเกิดในนรก และฝ่าฟันอุปสรรคจนไปถึงสวรรค์ได้ บางคนก็เป็นแบบตรงกันข้าม นั่นคือกรอบ มีโรงงานนรกในนรก มีคนเช่าปีกในสวรรค์ แล้วก็มีเรื่องราวของแต่ละคน ซึ่งบางทีเราเองก็ทำสิ่งเดียวกับพวกเขา และมันส่งผลให้คุณไปอยู่ในนรกหรือสวรรค์ "นรกและสวรรค์" ทั้งชิ้นนี้ เกี่ยวกับเรื่องเจตจำนงเสรี และความเชื่อเรื่องเหตุปัจจัย
และในการตัดกระดาษ จะมีตัวภาพโครงสร้างอยู่แล้ว จึงไม่ต้องแขวนชิดกำแพง นี่คือการติดตั้งหนังสือศิลปิน เรียกว่า "งานอัตลักษณ์" ไม่ใช่อัตลักษณ์แบบชีวประวัติ แต่เหมือนอัตลักษณ์ทางสังคมมากว่า คุณสามารถเดินไปด้านหลัง เพื่อทาบกับชิ้นงาน จึงเป็นเหมือนหลายๆ ชั้น ที่ประกอบขึ้นมาเป็นตัวเรา และเอกลักษณ์ที่เราแสดงออก ให้โลกรับรู้
มีหนังสือศิลปินอีกชิ้นหนึ่ง ที่จริง อย่างที่เห็นในรูป จะมี 2 ชิ้น ซึ่งเป็นตัวที่ฉันใส่อยู่ และตัวที่อยู่ในนิทรรศการ ที่เซ็นเตอร์ ออฟ บุคส์ อาร์ท ในเมืองนิวยอร์ค ทำไมฉันจึงเรียกมันว่าหนังสือ มันมีชื่อว่า "แถลงการณ์ของแฟชั่น" และมีคำคมเกี่ยวกับแฟชั่น ดังนั้นคุณจะได้อ่านมัน แล้วก็ เพราะความหมายของหนังสือศิลปิน มันกว้างมาก หนังสือศิลปินจึงไม่ต้องแขวนอยู่บนกำแพง สามารถใส่เดินได้ แล้วก็จัดวางเป็นงานศิลปะสาธารณะได้ ที่นี่คือสก็อตส์เดล อริโซน่า มีชื่อว่า "ความทรงจำที่ล่องลอย" เป็นความทรงจำที่มีหลายส่วน แล้วมันก็ปลิวไปมาเมื่อลมพัด
ฉันชอบศิลปะสาธารณะ แล้วฉันก็เข้าประกวด เป็นเวลานาน หลังโดนปฏิเสธอยู่ 8 ปี ฉันก็ตื่นเต้นมากที่มีคนจ้างเป็นครั้งแรก โดย "เปอร์เซนต์ ฟอร์ อาร์ท" ในนิวยอร์ค เพื่อติดตั้งที่สถานีเชื่อม สำหรับคนทำงานฉุกเฉินและนักดับเพลิง ฉันทำหนังสือศิลปิน ด้วยสเตนเลส แทนกระดาษ ตั้งชื่อว่า "ทำงานในทิศทางเดียวกัน" แต่ฉันติดกังหันทิศทางลมเข้าไปทั้งสองด้าน เพื่อแสดงให้เห็นว่ามันครอบคลุมทุกทิศทาง ด้วยงานศิลปะสาธารณะ ฉันได้ทำกระจกตัด นี่ึคือด้านหน้ากระจกในย่านบรองซ์ และทุกครั้งที่ทำงานศิลปะสาธารณะ ฉันอยากทำเรื่องที่เกี่ยวข้อง กับสถานที่นั้นๆ อย่างแท้จริง ดังนั้นสำหรับรถไฟใต้ดินในนิวยอร์ค ฉันเห็นความสอดคล้องกัน ระหว่างการนั่นรถไฟใต้ดิน และการอ่าน มันคือการเดินทางให้ทันเวลา ตรงเวลา และวรรณกรรมของบรองซ์ ก็เกี่ยวกับนักเขียนจากย่านบรองซ์ และเรื่องราวของพวกเขา
งานกระจกอีกชิ้น อยู่ในห้องสมุดสาธารณะ ในซาน โฮเซ่ แคลิฟอร์เนีย ฉันทำเป็นรูปผัก แทนการเติบโตของซาน โฮเซ่ ฉันจึงเริ่มจากตรงกลาง ด้วยลูกโอ๊ก แทนอารยธรรมของ โอโลนี่ อินเดียน แล้วก็มีผลไม้จากยุโรป สำหรับคนเลี้ยงสัตว์ แล้วก็ผลไม้จากทั่วโลกสำหรับ ซิลิคอน วัลเลย์ ในทุกวันนี้ และมันยังโตขึ้นอีกเรื่อยๆ เทคนิคคือการตัด ขัดกระดาษทราย กัดกรด แล้วพิมพ์ลงไปบนกระจกสำหรับอาคาร และด้านนอกห้องสมุด ฉันต้องการสร้างสถานที่อันบ่มเพาะจิตใจ ฉันนำสิ่งที่อยู่ในห้องสมุด ซึ่งมีชื่อผลไม้อยู่ในชื่อเรื่อง นำมาใช้สร้างทางเดินในสวน ด้วยผลไม้แห่งความรู้เหล่านี้ ฉันจึงได้ปลูกต้นสมุด มันเป็นต้นไม้ ในลำต้นจะเป็นรากแห่งภาษา เกี่ยวกับระบบการเขียนของชาติต่างๆ และบนกิ่งไม้ ก็มีสิ่งที่เกี่ยวกับห้องสมุดงอกเงยออกมา คุณจะได้ทั้งการใช้งานและรูปแบบ ด้วยงานศิลปะสาธารณะ ในออโรร่า โคโลราโด เป็นม้านั่ง ซึ่งคุณจะได้โบนัสจากม้านั่งตัวนี้ด้วย เพราะถ้าคุณใส่กางเกงขาสั้น นั่งนานๆ ในฤดูร้อน คุณจะได้ลุกออกไป พร้อมส่วนประกอบของเรื่อง บนต้นขาของคุณ
อีกงานที่ใช้งานได้ อยู่ทางใต้ของชิคาโก ของสถานีรถไฟใต้ดิน ชื่อ "วันนี้เมล็ดพันธุ์แห่งอนาคต ได้ถูกบ่มเพาะแล้ว" เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเปลี่ยนแแลง และการเชื่อมโยง มันจึงเป็นฉากกั้น เพื่อป้องกันรถไฟและคนเดินทาง และกันไม่ให้ของตกลงไปในรางด้วย เพื่อจะได้เปลี่ยนรั้ว และลูกกรงหน้าต่างเป็นดอกไม้ มันวิเศษมาก ฉันทำงานมาได้ 3 ปีแล้ว กับผู้พัฒนาจากเซาธ์ บรองซ์ เพื่อนำศิลปะมาสู่ชีวิต สู่อาคารที่มีรายได้น้อย และบ้านในราคาที่พอซื้อได้ แต่ละตึกจึงมีบุคลิกส่วนตัว แล้วบางทีก็มีเรื่องมรดกของท้องถิ่น เช่นในมอร์ริซาเนีย เป็นประวัติของดนตรีแจ๊ซ และในงานอื่นๆ อย่างในปารีส เป็นชื่อของถนน เรียกว่า รู เดอ เพรรีส์ -- ถนนกระต่าย ฉันจึงนำกระต่าย แมลงปอ กลับมาอยู่ในถนนสายนั้น
แล้วในปี 2009 มีคนขอให้่ทำโปสเตอร์ เพื่อติดในรถใต้ดินของนิวยอร์ค เป็นเวลา 1 ปี จึงมีแต่ผู้่ชมที่ถูกขังไว้ และฉันต้องการทำทางหนีให้พวกเขา ฉันสร้างงาน "ทั่วทั้งเมือง" เป็นงานตัดกระดาษ หลังจากนั้น ก็ใส่สีในคอมพิวเตอร์ ฉันเรียกมันว่า งานฝีมือเทคโน
และระหว่างทำงานนั้น ฉันทั้งตัดกระดาษไปด้วย ใส่เทคนิคอื่นเข้าไปด้วย แต่ทุกงานก็ทำขึ้นมาเพื่อสร้างเรื่องราว เรื่องราวต่าง ๆ มีความเป็นไปได้ มีเรื่องสมมุติมากมาย ฉันไม่ได้รู้เรื่องราว ฉันได้รูปจากการจินตนาการถึงโลกกว้าง จากสิ่งจำเจ สิ่งที่เรากำลังคิด จากประวัติศาสตร์ และทุกคนก็เป็นนักเล่าเรื่อง เพราะทุกคนมีเรื่องที่จะเล่า แต่ที่สำคัญกว่านั้น คือทุกคนต้องสร้างเรื่องราว เพื่อเล่าเรื่องของโลกใบนี้ และในทุกๆ ภพ มันเหมือนจินตนาการคือพาหนะ เพื่อร่วมทางไปด้วย แต่จุดหมายของจิตใจของเรา และวิธีที่จะระลึกถึง ด้วยเนื้อแท้และสิ่งวิเศษ และนี่คือเรื่องราวของการตัดกระดาษค่ะ
Got an idea, question, or debate inspired by this talk? Start a TED Conversation, or join one of these:
เบอาทริซ โกรองใช้กรรไกรและกระดาษสร้างสรรค์โลกอันซับซ้อน เมือง-ชนบท สวรรค์-นรก ปรากฎตัวในผ้าครุมอลังการตัดจากไทเว็ค เธอได้อธิบายขั้นตอนการรังสรรค์งานและวิธีดำเนินเรื่องเรื่องจากการตัดและหั่น
Béatrice Coron has developed a language of storytelling by papercutting multi-layered stories. Full bio »
Translated into Thai by May Wai
Reviewed by Sritala Dhanasarnsombut
Comments? Please email the translators above.
In life and in papercutting, everything is connected. One story leads to another.” (Béatrice Coron)
22:52 Posted: Apr 2008
Views 774,284 | Comments 99
19:08 Posted: Jan 2008
Views 625,950 | Comments 153
16:17 Posted: Apr 2007
Views 447,403 | Comments 109
Just follow the guidelines outlined under our Creative Commons license.
This comment will be attributed to . Not ? Sign out.