เวลาที่ผมขึ้นมาพูดแบบนี้นะครับ ผมมักจะพูดย้ำ เกี่ยวกับ ความยั่งยืน เพราะว่า หลายคนไม่ทราบว่า "ความยั่งยืน" เนี่ยมันคืออะไร แต่ผมเชื่อว่าพวกเราตรงนี้ คงจะเข้าใจดีอยู่แล้วนะครับ เดี้ยวผมจะสรุปอย่างย่อๆ สักนาทีนึงละกันครับ โอเคนะ ทนนึดนึงนะครับ เราจะสรุปกันเร็วๆ เลยละกัน เหมือนเติมคำในช่องว่างครับ ครับ ความยั่งยืน กับดาวเล็กๆดวงนึง ใช่มั้ยครับ คิดภาพโลกเล็กๆ ของเราที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ ก็ ประมานหนึ่งล้านปีได้ เหล่าฝูงลิงต่างโดดลงมาจากต้นไม้ เริ่มฉลาดขึ้นทีละนิด เริ่มรู้จักก่อไฟ ประดิษฐ์เครื่องมือการพิมพ์ สร้าง เอ่อ กระเป๋าเดินทางที่มีล้อลากได้ แล้วก็ สร้างสังคมที่เราอาศัยอยู่ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม สังคมที่เราอยู่ ณ ตอนนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่า มีความเจริญรุ่งเรืองมากที่สุดและเป็นโลกที่มีสีสันอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่สังคมก็ยังมีปัญหาบางอย่างที่ใหญ่มากๆ
หนึ่งในนั้นก็คือการที่สังคมทุกๆสังคมมีการสร้างรอยเท้าทางนิเวศน์วิทยา ซึ่งมีส่งผลต่อโลก และเราก็สามารถวัดค่านี้ได้ มีสิ่งของมากแค่ไหนที่เราใช้ไปในชีวิต และมีของเสียมากขนาดไหนที่คุณทิ้งภาระเอาไว้ และในเวลานี้ ตอนนี้ สังคมของเรา มีระดับของรอยเท้านี้สูงมากจนน่าวิตก เราต้องการโลกถึงห้าดวง ถ้าทุกคนบนโลกใช้ชีวิตอย่างตอนนี้ อาจจะต้องใช้ ประมาน ห้า หก หรือ เจ็ด หรืออาจจะเป็น สิบด้วยซ้ำเพื่อที่จะอยู๋รอด แน่นอน ว่าเราไม่มีโลกสิบดวง อืม คิดนะครับ โลกสิบดวง กับโลกใบเดียว สิบ กับ หนึ่ง นะครับ เราไม่มีแน่ๆ นั่นเป็นปัญหาแรก
อย่างที่สอง ก็คือ โลกที่เรามี กำลังถูกใช้อย่างไม่สมเหตุสมผล ใช่มั้ยครับ คนอเมริกันตอนเหนือ อย่างผมเนี่ย เป็นเหมือน หมู หมูที่อ้วนแล้วก็หิว แล้ว เราก็กิน กิน และกินทุกอย่าง แล้วเราก็ค่อยๆ ไล่กินระดับลงไปเรื่อยๆ จนถึง ผู้คนที่อยู่ใน เอเชียแปซิฟิก แล้วก็ แอฟริกา คนเหล่านี้มีปัจจัยไม่พอจะอยู่รอด นี่แหละที่สร้างความกดดัน สร้างแนวโน้มที่เป็นปัญหาอย่างหนัก แล้วก็ยังมีคนอีกเป็นจำนวนมากต้องเจอปัญหาเช่นนี้ ใช่มั้ยครับ นี่แหละครับ โลกที่จะเป็นในอีกยี่สิบปีข้างหน้า เป็นโลกที่ค่อนข้างจะแออัด อย่างน้อยก็แปดร้อยล้านคนได้
ปัญหามันก็ยากขึ้นกว่าเดิม โลกเราก็ยังเด็กมาก สามในสิบคนบนโลก ก็คือ เด็กๆ และเด็กๆ เหล่านี้ก็จะโตขึ้นอย่างแตกต่าง จากพ่อแม่ของเขา โดยไม่เกี่ยวว่าเขาจะเกิดที่ไหน เด็กเหล่านี้จะต้องเจอกับแนวคิดของสังคมของเรา และ สภาพการเป็นอยู่ของเรา พวกเขาอาจจะไม่อยากอยู่อย่างเราก็ได้ เขาอาจจะไม่อยากเป็น อเมริกัน อังกฤษ เยอรมัน หรือ แอฟริกาใต้ แต่อาจจะเป็นชีวิตในแบบของพวกเขา ชีวิตที่ดีกว่า ที่มีสีสันกว่า ชีวิตที่สนุกและมีความสุขกว่า และสิ่งเหล่านี้ก็จะผสมผสานกัน เป็นแรงขับดันที่ยิ่งใหญ่ให้กับโลกใบนี้ และถ้าพวกเราไม่รู้ว่าจะรับมือกับแรงเช่นนี้อย่างไร พวกเราจำเป็นต้องค้นหาตัวเองให้เร็วมากขึ้น มากขึ้น ว่า กำลังเผชิญสถานการณ์ที่ไม่สามารถจินตนาการได้อย่างง่าย
ทุกคนในห้องนี้ก็คงจะเคยเจอเรื่องร้ายๆที่สุดในชีวิต ผมคิดว่าคุณคงรู้อยู่ แต่ผมจะขอถามว่า เราจะมีทางเลือกมั้ย และผมก็คงจะบอกว่า ตอนนี้ แค่ทางเลือกก็นึกภาพไม่ออกแล้ว ครับ ในด้านนึง เรามีสถานการณ์ที่ไม่มีทางคิดออก อีกด้าน เราไม่สามารถนึกภาพทางเลือกได้ แล้วเราก็ไม่รู้ว่าเราจะสร้างสังคมอย่างไร ที่จะมีความยั่งยืนทางชีวภาพ ที่จะสามารถแบ่งบันให้กับทุกๆคนบนโลก ที่จะส่งเสริมเสถียรภาพ ความเท่าเทียม และสิทธิมนุษย์ชน และต้องเป็นสังคมที่สามารถทำได้ในช่วงเวลาที่เราต้องการ เพื่อที่เราจะได้ก้าวผ่านอุปสรรคที่เราพบเจออยู่ ตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าจะทำยังไง
ถ้างั้น Worldchanging คืออะไรละ อืม ลองนึกภาพนี้นะครับ เราเป็นเหมือนสถานีข่าวสำหรับอนาคตที่นึกไม่ออก สิ่งที่เรากำลังทำอยู่ก็คือ มองหาอุปกรณ์ ตัวอย่าง และความคิด ที่ ถ้าเกิดเรานำมาใช้เนี่ยจะเปลี่ยนชีวิตเราได้ ส่วนใหญ่เวลาที่ผมพูดแบบนี้ ผมก็จะพูด เกี่ยวกับสิ่งที่คนในห้องนี้น่าจะเคยได้ยินมาก่อน แต่คนส่วนใหญ่ไม่เคยได้ยิน วันนี้ผมอยากจะทำอะไรที่แตกต่างสักหน่อย ผมจะพูดเกี่ยวกับสิ่งที่เรามองหา แทนที่จะ เอ่อ แทนที่จะยกตัวอย่างของจริง ผมจะพูดเกี่ยวกับสิ่งที่เราพยายามมองหา ผมจะให้คุณได้ดูงานที่พวกเราทำสักนึดนึง ผมมีเวลาประมาน 13 นาที จะอธิบายเร็วหน่อยนะครับ เอ่อ ไม่รู้สิ ตามผมให้ทันนะ
โอเค อย่างแรก เรากำลังมองหาอะไร? เมืองสีเขียวครับ คันโยกที่ใหญ่ที่สุด ที่เรามีในโลกที่พัฒนาแล้ว สำหรับเปลี่ยนสิ่งที่เราเคยทำกับโลกใบนี้ ก็คือการเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิตของเราในเมืองต่างๆ เราอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยเมือง โดยเฉพาะโลกที่พัฒนาแล้ว และคนที่อยู่ในโลกที่พัฒนา ส่วนใหญ่จะมีชีวิตที่ดี ก็เลยจะใช้ของต่างๆ เยอะ ถ้าเราสามารถเปลี่ยนแนวโน้มนี้ได้ เริ่มต้นจากการสร้างเมืองที่แน่นขึ้นและน่าอยู่ขึ้น ที่นี่ คือ แวนคูเวอร์นะครับ ถ้าเกิดคุณยังไม่เคยไป เป็นเมืองที่สุดยอด และ เป็นที่ๆ น่าไปมากๆ เขากำลังทำให้เมืองแน่นขึ้น แต่แบบใหม่นะครับ เป็นแบบที่ดีกว่าทุกที่ในเลยละ เขากำลังพยายามให้ ชาวอเมริกันทางเหนือ เลิกขับรถ ซึ่งเป็นอะไรที่ยอดมาก โอเค ถ้าคุณมีความหนาแน่น คุณก็ต้องมีการจัดการประชากร คุณต้องปล่อยให้ธรรมชาติอยู่เป็นธรรมชาติเหมือนเดิม
อันนี้คือ พอร์ทแลน นี่เป็นภาพโครงการจริงนะครับ พื้นที่ตรงนี้จะไม่มีการสร้างอะไรทับเด็ดขาด เค้าได้แบ่งเมืองด้วยเส้น เส้นเดียวครับ ธรรมชาติ กับ เมือง ไม่มีอะไรเปลี่ยน พอคุณทำพวกนี้แล้ว ตอนนี้คุณก็จะเริ่มลงทุนต่างๆได้ อย่างเช่น เอ่อ .... ระบบขนส่งที่ ใช้ขนส่งผู้คนได้จริงๆ ระบบที่มีประสิทธิภาพ มีความสะดวกสบาย ใช่มั้ยละ ระบบที่คุณสามารถดัดแปลงสิ่งที่คุณเคยสร้าง อันนี้เป็น ตึกที่ไม่ใช่พลังงาน "เบดดิงตั้น" ในลอนดอนนะครับ เป็นหนึ่งในตึกที่ประหยัดพลังงานที่สุดในโลก สุดยอดมากๆนะครับ ตอนนี้เราสร้างมาสร้างตึกที่ผลิดกระแสไฟฟ้าเอง นำน้ำที่ใช้กลับมารีไซเคิลได้ เป็นตึกที่อยู่สบายกว่าตึกทั่วไปอีกนะครับ ใช้แสงจากธรรมชาติ แล้วก็ค่าก่อสร้างถูกกว่าในระยะยาว หลังคา'สีเขียว' บิล แมคโดนัล เพิ่งพูดไปเมื่อวาน ผมจะไม่พูดเกี่ยวกับมันมากละกันนะครับ
แต่พอคุณมีคนมาอยู่ด้วยกัน ใกล้ๆกันแล้วเนี่ย มีสิ่งนึงที่คุณทำได้ นั่นก็คือ เมื่อเทคโนโลยีเริ่มพัฒนาขึ้น คุณสามารถสร้าง ห้องที่มีระบบไฮเทค คุณสามารถรู้ว่าอะไรอยู่ที่ไหน พอคุณรู้ว่าอะไรอยู่ที่ไหน มันก็ง่ายที่จะแบ่งปัน พอคุณเริ่มแบ่งปัน คุณก็ใช้น้อยลง หนึ่งในตัวอย่างที่เยี่ยมมากๆ ก็คือ สมาคมแชร์รถยนต์ ซึ่งเริ่มจะฮิตมากในสหรัฐนะครับ แล้วตอนนี้ก็เริ่มทำกันในยุโรบ ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีมากๆ ถ้าคุณเป็นคนที่ขับรถ ประมาณสัปดาห์ละครัง คุณจำเป็นต้องมีรถส่วนตัวด้วยหรอครับ
อีกอย่างนึงที่ เทคโนโลยี ทำให้เราได้ ก็คือ เริ่มคิดว่าจะทำยังไงให้เราใช้ของน้อยลง โดยตระหนักและติดตาม สิ่งที่เราใช้ โอเค อันนี้คือ เพาเวอร์คอร์ด นะครับ แสงจะสว่างขึ้นเรื่อยๆตามพลังงานที่คุณใช้ สำหรับผมนะ ผมว่าคอนเซ้ปนี้เจ๋งมากเลยละ แต่ผมอยากให้มันทำงานอีกแบบมากกว่า แบบ สว่างขึ้น ถ้าคุณใช้น้อยลง นั่นแหละครับ มันอาจจะมีอะไรที่ง่ายๆกว่านี้ เช่นเราแค่เริ่มติดป้ายให้ของต่างๆ อันนี้ก็เป็นปลั๊กที่ ด้านนึง เขียนว่าเปลืองไฟ อีกด้าน ปิด เราอาจจะเปลี่ยนวิธีที่เราสร้าง อันนี้เป็นตึกที่สร้างเลียนแบบสิ่งมีชีวิตนะครับ โดยนำไอเดียมากจากสิ่งมีชีวิตต่างๆ ส่วนมาก ตึกเหล่านี้เนี่ย จะสวยมาก แล้วก็มีประสิทธิภาพอย่างมาก อันนี้เป็น ของที่เลียนแบบธรรมชาติ ซึ่งตอนนี้เราเริ่มพยายามที่จะมองหามากขึ้นนะครับ อันนี้ เป็นของในรูปของหอย ซึ่งเอามาใช้ในการสร้างที่ระบายความร้อนรุ่นใหม่ ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิมมากๆ ของพวกนี้กำลังเกิดขึ้นเยอะนะครับ แล้วก็สุดยอดมาก ถ้าคุณชอบแนวๆนี้ ผมแนะนำให้ไปที่ Worldchanging นะครับ พอพูดถึงเรื่องแบบนี้เนี่ย เราก็มีของออกแบบ แบบชีวภาพ เข้ามาด้วย ซึ่งเราเริ่มที่จะเอาสิ่งมีชีวิต เข้ามามากขึ้น มากขึ้น และชีวิตเหล่านี้ก็เริ่มเป็นส่วนหนึ่งของอุสหกรรมของเรา โอเคอันนี้ เป็น สาหร่ายที่ผลิดไฮโดรเจนนะครับ ตอนนี้เรามีตัวอย่างที่มีศักยภาพ เป็นตัวอย่างที่ เราหวังว่าจะได้นำไปใช้กับเมืองต่างๆ และเปลี่ยนให้เมืองเขียวขึ้นนะครับ
น่าเสียดายที่ว่าคนอีกหลายๆคนบนโลก ไม่ได้อยู่ในเมืองแบบเรา แต่เป็นเมืองใหญ่ๆในประเทศที่กำลังพัฒนา นี่เป็นสถิติอีกอันที่ผมชอบใช้นะครับ ซึ่งเป็นการที่เราเพิ่มขนาดเมืองของ ซีแอตเทิ้ล ทุกๆสี่วัน แล้วก็วัดขนาดของเมืองเทียบกับขนาดของโลก ผมเพิ่งจะพูดเรื่องนี้ไปเมื่อสองเดือนที่แล้ว แล้วก็มีผู้ชายคนนึงที่เคยทำงานให้กับ ยูเอ็น เดินมาคุยกับผม แล้วเค้าหงุดหงิดมาก เขาบอกผมว่า นี่มันผิดหมดเลย แบบ คุณทำผิดหมดเลย มันเป็นทุกๆเจ็ดวันต่างหาก เราก็เลยเปลี่ยนไปเพิ่มขนาดเมืองๆทุกๆเจ็ดวันแทน เมืองหลายเมืองนะครับ หน้าตาเป็นแบบนี้มากกว่าเมืองที่คุณหรือผมอยู่ เมืองเหล่านี้มีอัตราการเติบโตเร็วมาก พวกเค้ายังไม่มีโครงสร้างปัจจัยพื้นฐาน ประชากรจำนวนมากก็ยังมีปัญหาความยากจน และประชากรเหล่านี้ก็พยายามอย่างมาก ที่จะทำสิ่งต่างๆ ในวิธิใหม่ๆ ใช่มั้ยครัย
แล้วเราจะทำยังไงให้ประเทศที่กำลังพัฒนาเหล่านี้ สร้างเมือง ที่จะเป็นเมืองสีเขียวในอนาคตได้ อย่างแรกที่เราต้องใช้ ก็คือการกระโดด นี่เป็นอย่างนึงที่เราพยายามมองหาในทุกๆที่ครับ ความคิดเบื้องหลังการก้าวกระโดดเนี่ยก็คือ ถ้าคุณเป็นคน หรือเป็นประเทศ ที่กำลังติดอยู่ในสถานการณ์ ที่คุณไม่มีเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่คุณต้องใช้ ก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องซื้อเทคโนโลยีล่าสุดมาใช้ ใช่มั้ยครับ เพราะคุณรู้ว่า ยังไงคุณสามารถ หาเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ราคาถูกและหาได้ในท้องถิ่น ตัวอย่างนึงที่เราเห็นกันประจำก็คือ มือถือใช่มั้ยครับ ทุกคนในประเทศที่กำลังพัฒนาทุกประเทศกำลังจะเปลี่ยนไปใช้มือถือ ซึ่งเป็นการแทนที่โทรศัพท์พื้นฐานทั้งระบบ สายโทรศัพท์ส่วนใหญ่ในโลกที่กำลังพัฒนา ส่วนใหญ่จะค่อนข้างห่วยแล้วก็พังบ่อยๆ แล้วเปลืองงบสุดๆเลยใช่มั้ยละครับ ผมก็เลยชอบอะไรแบบนี้ โดยเฉพาะกาเน็ตด้านหลังนี่ กำลังคุยมือถืออยู่ครับ ตอนนี้ มือถือกำลังแพร่ขยายเข้าสู่สังคม เราคงจะได้ยินกันไปแล้วในสัปดาห์นี้นะครับ ผมจะไม่พูดมากละกัน นอกจากว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับมือถือ ก็เป็นจริงกับเทคโนโลยีทั้งหมด
อย่างที่สองก็คือ เครื่องมือที่ทำให้คนทำงานร่วมกัน จะเป็นระบบ หรือ ระบบทรัพย์สินทางปัญญา ก็จะช่วยให้คนทำงานร่วมกันได้ ใช่มั้ยครับ เมื่อคุณให้อิสระแก่ผู้คนให้ทำงานและสร้างสรรค์ร่วมกันอย่างเสรี คุณก็จะได้วิธีแก้ปัญหาหลายรูปแบบ และรูปแบบแก้ปัญหาเหล่านี้ก็สามารถเข้าถึงได้หลายทาง แก่ผู้ที่ไม่มีเงินทุน ใช่มั้ยครับ เอ่อ ตอนนี้เรามีซอฟท์แวร์ที่เป็น open source เรามี Creative Commons แล้วก็ Copyleft หลากหลายแบบใช่มั้ยครับ ของพวกนี้แหละ ที่ทำให้เกิดสิ่งแบบนี้ขึ้น นี่คือ เทเลเซ็นโทร ใน เซาเปาโล เป็นโปรแกรมที่มหัศจรรย์มากๆ เราได้ใช้ซอฟท์แวร์ที่เป็น open source, เครื่องจักรราคาถูกๆ แล้วก็ตึกร้างๆ ทั้งหลาย แล้วก็สร้างเป็น ที่สาธารณะ ที่คนสามารถเข้ามา แล้วใช้อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง เรียนการเขียนโปรแกรมฟรี ตอนนี้ ราวๆ สองแสนห้าหมื่นคนเริ่มใช่ระบบนี้แล้วใน เซาเปาโล แล้ว ในคนสองแสนกว่าคนนี้ก็รวมคนที่ยากจนที่สุดในเซาเปาโลด้วย ผมน่ะ ชอบตัวลีนุกซ์ด้านหลังตัวนี้มากเลยละครับ
อย่างนึงที่สิ่งเหล่านี้ทำ ก็คือทำให้วัฒนธรรมทางใต้บูมขึ้นได้ แล้วนี่ก็เป็นอย่างนึงที่เรา สนใจ มากๆ ที่ Worldchanging ก็คือการที่ทางใต้เริ่ม เปลี่ยนตัวเอง แล้วก็เริ่มเปลี่ยนแนวของตัวเอง ทำให้ตัวเองเริ่มมีบทบาทกับชีวิตของเราๆ อย่างในห้องนี้น้อยลง มันไม่ใช่แค่ว่า Bollywood สร้างมาแข่งกับ Hollywood นะครับ ไม่ใช่แค่ว่า ฉากเพลงของบราซิล สร้างคำตอบเพื่อดันกระแสค่ายเพลงใหญ่ๆ แต่เป็นการทำสิ่งใหม่ๆ ตอนนี้มีสิ่งใหม่ๆเกิดขึ้นตลอดเวลา แล้วสิ่งเหล่านี้ก็มีการมาผสานกัน แล้วก็นั่นแหละที่คุณจะได้ของเจ๋งๆ แบบ เอ่อ ผมไม่รู้ว่าพวกคุณเคยดูเรื่อง City of God รึเปล่านะ เป็นหนังที่ดีมากๆเลยละครับ เป็นหนังที่เกี่ยวกับคำถามแบบนี้แหละ แต่แบบออกศิลป์ทางอ้อมหน่อย
ยังมีตัวอย่างแบบนี้อีกเยอะ ที่ๆการใช้วัฒนธรรมเป็นเครื่องมือ เริ่มมีบทบาท นี่เป็นกลุ่มคนที่เพิ่้งได้ลองใช้ หนังสืออินเตอร์เน็ต ผ่านทางมือถือ ในอูกานดา แล้วก็สะบัดหนังสือไปมาแบบนี้นะครับ ผมว่ามันเป็นภาพที่เจ๋งมากเลยนะ ตอนนี้คุณก็สามารถที่จะให้คนเข้าหากัน แล้วก็เริ่มแสดงจุดยืนของตัวเองทั้งทางความคิดทางการเมืองและการกระทำ อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อย่างที่เราได้ยินเมือคืนกับ เมื่อต้นสัปดาห์นี้นะครับ นี่เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในการที่จะหาวิธีแก้ปัญหาใหม่ๆ™ เราจะต้องสร้างความเป็นจริงทางการเมืองแบบใหม่
ผมขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่า เราต้องสร้างความจริงทางการเมือง ไม่ใช่แค่ประเทศอย่าง อินเดีย อัฟกานิสถาน เคนย่า หรือ ปากีสถาน แต่ต้องเริ่มต้นที่บ้านของเราด้วย โลกใหม่ก็เป็นไปได้ แล้วก็พวกแนวคิดใหญ่ๆเช่น หยุดโลกาภิวัตน์ นะครับ เราพยายามปรับปรุงมันเยอะนะ โลกใหม่น่ะ ไม่ใช่แค่เป็นไปได้ แต่โลกใหม่น่ะอยู่ตรงนี้แล้ว ไม่ใช่แค่ว่าเราต้องจินตนาการ ว่ามันเปลี่ยนไป หรือ ข้างนอกเริ่มเปลี่ยนไปนิดๆ แต่เราต้องเริ่มลงมือทำในความเป็นไปได้นั้นอีกสักนิด เราต้องเราลงมือทำอย่างประธานาธิบดีของบราซิล ลูล่า มีใครรู้จักลูล่ามาก่อนมั้ยครับ โอเค ดี ครับ รู้จักเยอะกว่าคนทั่วๆไปเยอะเลย ลูล่า เป็นคนที่เต็มไปด้วยปัญหา เต็มไปด้วยความขัดแย้ง แต่สิ่งหนึ่งที่เค้าทำ ก็คือเค้าเริ่มพัฒนาแนวคิดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่เปลี่ยนความสมดุลย์จาก แบบคนเหนือพูดอย่าง คนใต้พูดอย่าง ไปสู่หนทางใหม่ของการไม่แบ่งแยกความสัมพันธ์ระดับโลก ถ้าเป็นผมนะ ผมจะจับตาคนนี้ไว้เลยละ
อีกตัวอย่างนึงก็คือ พวกเกมวางแผนที่คุณมีอำนาจเด็ดขาด พวกเกมแบบนี้เนี่ยได้สร้างแนวคิด เล่นอย่างจริงจังขึ้นมา ตอนนี้เราสนใจเรื่องนี้มาก เพราะมันเริ่มขยายไปทุกที่แล้วครับ อันนี้ภาพจาก "A Force More Powerful" นะครับ เกม "A Force More Powerful" นี้เป็นเกมที่ เวลาที่คุณเล่นมันจะสอน ให้คุณไม่ใช้ความรุนแรง และให้ใช้การเจรจาแทน อันนี้เป็นอีกเกมนะครับ ชื่อ "Food Force" เป็นเกมที่สอนให้เด็กฝึก บริหารค่ายลี้ภัย สิ่งเหล่านี้นะครับ เป็นการช่วยสร้างความร่วมมือ โดยเฉพาะในโลกที่กำลังพัฒนาเนี่ย คนเริ่มหันมา สนใจและจริงจังกับ ประชาธิปไตยเป็นอย่างมากเลยนะครับ เราได้ข่าวสารจากประเทศที่กำลังพัฒนาเหล่านี้น้อยมาก หลายๆครั้ง เราก็เลยลืมไปว่า ยังมีคนอีกหลายล้านที่กำลังพยายามที่จะเปลี่ยนสิ่งต่างๆ ให้เท่าเทียม อิสระ ให้เป็นประชาธิปไตยจริงๆ ให้คอรัปชั่นน้อยลง คุณรู้มั้ยครับ ว่าเราได้ยินเรื่องเหล่านี้น้อยเหลือเกิน เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นทั่วโลก และเครื่องมือพวกนี้สามารถเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้
สิ่งเหล่านี้เป็นจริงได้ ตอนนี้พอคุณผสมผสานกัน แล้วเริ่มใส่ "การก้าวกระโดด" และเครื่องมือใหม่ๆลงไป แบบพวกแนวคิดเกมวางแผนอะไรแบบนี้ แล้วคุณจะได้อะไรละ แน่นอน ในระยะเวลาสั้นๆ คุณก็ได้จะอนาคตสีเขียวสำหรับประเทศที่กำลังพัฒนา พวกพลังงานสีเขียวก็จะขยายตัวไปทั่วโลก คุณจะได้แบบ เอ่อ อันนี้เป็นตึกใน ไฮเดอแบท ที่อินเดียครับ เป็นตึกที่เขียวที่สุดในโลก คุณมีวิธีการแก้ไขปัญหาจากราก จากต้นตอ มีสิ่งที่ใช้ได้สำหรับคนที่ไม่มีทุนหรือคนที่อยู่ในที่กันดาร คุณจะได้วิศวกร เดินถือแผงโซล่าเซล์เข้าไปให้คนในภูเขา ยาจะเข้าถึงพวกเขาได้มากขึ้น นี่เป็น พยาบาลใน อินเดียกำลังเรียนวิธีใช้ PDA ครับ เพื่อที่จะได้ค้นหาข้อมูลต่างๆ ที่พวกเค้าไม่สามารถทำได้ที่บ้าน หรือ ที่ๆห่างไกล ตอนนี้คุณได้เครื่องมือใหม่ๆสำหรับโลกที่กำลังพัฒนา นี่เป็น ไฟแอลอีดี ที่กำลังช่วยคนประมาณร้อยล้านคน ทำให้เขารู้จักคำว่าแสงไฟ ในตอนกลางคืน คุณจะได้ระบบใหม่ๆ นี่เป็นตู้เย็นที่ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า มันคือหม้อใบเล็กที่อยู่ในหม้อใบใหญ่ครับ
คุณจะได้การจัดการด้านการประปา น้ำเป็นปัญหาใหญ่นะครับ นี่เป็นงานออกแบบที่จะเก็บน้ำฝนที่ถูกมากๆ ของพวกนี้สามารถเข้าถึงคนในโลกเหล่านี้ได้ นี่เป็นเครื่องกรองน้ำที่ใช้แสงอาทิตย์ นี่เป็นตัวกลั่นความชื้น สมมุติว่าถ้าคุณอยู่ในป่าที่ชื้นๆนะครับ มันจะกลั่นน้ำจากอากาศเป็นน้ำที่สะอาดและดื่มได้ อันนี้เป็นวิธีขนส่งน้ำครับ ผมชอบมากเลยละ จริงๆไอ้การขนน้ำเนี่ยเป็นเรื่องลำบากมาก แล้วคนนึงก็โผล่มาแล้วบอกว่า เฮ่ยทำไมไม่กลิ้งมันซะละ คือ มันเป็นงานที่เจ๋งมากเลยนะครับ อันนี้เป็นงานที่สุดยอดมาก มันคือ หลอดกรองน้ำ ง่ายๆเลยนะครับ คุณสามารถดูดน้ำอะไรก็ได้ผ่านหลอดนี่ แล้วมันจะกรองน้ำ พอถึงปากคุณปุ้ปมันจะเป็นน้ำที่ดื่มได้ นี่แหละครับ คนที่ต้องการน้ำมากๆก็สามารถหามาใช้ได้ อันนี้เป็นอีกอย่างที่ผมชอบมากๆมันเปลี่ยนโลกไปเลยละ เป็นม้าหมุน ออกแบบโดย บริษัท Roundabout ซึ่งจะปั้มน้ำเวลาที่เด็กขึ้นไปหมุนๆครับ ให้ตายเหอะ ตบมือให้เขาหน่อย สุดยอดจริงๆ ของพวกเนี้ยเป็นเรื่องจริงสำหรับคนที่กำลังเจอกับวิกฤติ
เรากำลังจะมีผู้ลี้ภัยมากกว่า 200 ล้านคน ภายในปี 2020 ซึ่งเกิดจากภาวะโลกร้อน และ ความไม่มั่นคงทางการเมือง แล้วเราจะช่วยพวกเขายังไงละครับ ก็ ตอนนี้เรามีงานออกแบบเจ๋งๆที่สร้างเพื่อผู้ใช้ กำลังอยู่ในช่วงพัฒนาร่วมกันจากหลายๆประเทศในโลก งานบางชิ้นก็รวมมีเรื่องของการลงมือทำ เช่นการแผนผังหมู่บ้านที่จะสร้างใจกลางค่ายลี้ภัย มีแผนใหม่สำหรับการฝึกสอนครู และเราก็มีเครื่องมือใหม่ๆ นี่เป็นอันที่ผมชอบที่สุดครับ มีใครรู้จักบ้างมั้ยครับเนี่ย
ผู้ฟัง: มันเอาไว้ตรวจกับระเบิดไง
ใช่แล้วครับ นี่เป็นดอกไม้จับระเบิด ถ้าคุณต้องอยู่ในที่ ที่ มีระเบิดราวๆ ห้าสิบล้านลูกฝังไว้แล้วละครับ คุณก็เอาหว่านเมล็ดเนี่ยลงไปในพิ้นที่ต่างๆ พอดอกไม้เริ่มโต มันก็จะโตรอบๆกับระเบิด รากของดอกไม้จะหาสารเคมีในระเบิด ทีนี้พอที่ไหนมีดอกไม้ที่เปลี่ยนเป็นสีแดง คุณก็ไม่เหยียบมัน ครับ เมล็ดๆเล็กๆบางทีก็ช่วยชีวิตคุณได้นะครับ
ผมรักมันเลยละเพราะว่า นี่เป็นตัวอย่างของเครื่องมีอที่ใช้เปลี่ยนแปลงโลก แล้วยังมีความงามในตัวมันเองอีกด้วย คุณรู้มั้ย มันไม่พอหรอกครับ ที่จะแค่อยู่รอด เราต้องทำอะไรที่มันดีกว่าสิ่งที่เรามีอยู่ และผมเชื่อว่าเราทำได้ ก่อนจะจบนะครับ H.G Wells เคยพูดไว้ว่า ผมคิดว่าสิ่งที่ดีกว่ากำลังจะมา ผมคิดว่า จริงๆแล้ว อดีตคือจุดเริ่มต้นของจุดเริ่มต้น สิ่งที่จิตของมนุษย์ได้บรรลุแล้ว ก็เป็นเพียงแค่ความฝันก่อนการตื่นเท่านั้น ผมเชื่อว่าเรื่องเหล่านี้จะเป็นจริง ทุกคนในที่นี้ได้ทำให้ผมเชื่อ เชื่อว่ามันจะเป็นไปได้
You can share this video by copying this HTML to your clipboard and pasting into your blog or web page. This video will play with subtitles.
You either have JavaScript turned off or have an old version of the Adobe Flash Player. To view this rating widget you
need to get the latest Flash player.
If your browser allows only "trusted sites" to execute Javascript, you should add the "googleapis.com" domain to your whitelist to allow our Flash detection to work properly.
Got an idea, question, or debate inspired by this talk? Start a TED Conversation, or join one of these:
อเล็ก สตีเฟ่น (ผู้ก่อตั้ง Worldchanging.com) เสนอแนวคิดที่ว่า การลดอัตราการขยายรอยเท้าทางนิเวศน์ของคนเป็นที่สิ่งสำคัญมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะ เวลาทีแนวคิดของการใช้ชีวิตแบบฝรั่งได้เริ่มขยายเข้ามายังประเทศที่กำลังพัฒนา
Alex Steffen explores our planet's future, telling powerful, inspiring stories about the hard choices facing humanity ... and our opportunity to create a much better tomorrow. Full bio »
Translated into Thai by Varut Rintanalert
Reviewed by weeraboon wisartsakul
Comments? Please email the translators above.
20:05 Posted: Apr 2007
Views 730,374 | Comments 102
23:19 Posted: Apr 2007
Views 638,215 | Comments 97
17:43 Posted: May 2008
Views 461,781 | Comments 54
Just follow the guidelines outlined under our Creative Commons license.
This comment will be attributed to . Not ? Sign Out.