Return to the talk Return to talk

Transcript

Select language

Translated by Kelwalin Dhanasarnsombut
Reviewed by Kanawat Senanan

0:11 เมื่อผมและพ่อเริ่มก่อตั้งบริษัท เพื่อที่จะสร้างเนื้อเยื่อและอวัยวะมนุษย์ โดยวิธีพิมพ์แบบสามมิติ บางคนคิดว่าพวกเรานี่ท่าจะเพี้ยนหน่อยๆ แต่จากตรงนั้น ได้มีความก้าวหน้าพัฒนามากมาย ทั้งในห้องทดลองของเราและห้องทดลองอื่นๆทั่วโลก และด้วยเหตุนี้ เราเริ่มจะได้รับคำถามดั่งเช่น "ถ้าคุณสามารถปลูกชิ้นส่วนมนุษย์ได้ล่ะก็ คุณจะปลูกผลิตภัณฑ์สัตว์เช่นเนื้อหรือหนังได้หรือเปล่า"

0:38 เมื่อใครสักคนแนะนำผมอย่างนี้เป็นครั้งแรก บอกตรงๆ เลยว่า ผมคิดว่านี่มันบ้าไปสักหน่อย แต่ต่อมาผมก็ได้ตระหนักว่า มันไม่ได้บ้าบออะไรเลย ที่บ้าบอนี่คือสิ่งที่เราทำทุกวันนี้ต่างหาก ผมเชื่อว่าในอีก 30 ปี เมื่อเรามองย้อนกลับมายังปัจจุบัน และวิธีที่เราเลี้ยงและฆ่าสัตว์หลายพันล้านตัว เพื่อเป็นเนื้อเบอร์เกอร์และทำกระเป๋าถือของเรา เราจะเห็นว่าสิ่งนี้สิ้นเปลือง และบ้าบอเสียจริงๆ คุณทราบไหมครับว่า ปัจจุบันเราเลี้ยง ฝูงสัตว์ในโลกนี้ 6 หมื่นล้านตัว เพื่อที่จะให้เราได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ เนื้อ นม ไข่ และหนัง และในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า เมื่อประชากรโลกได้ขยายตัวถึงหนึ่งหมื่นล้าน มันจำเป็นที่จะต้องเพิ่มสัตว์เกือบสองเท่า เป็นจำนวนหนึ่งแสนล้านตัว

1:27 แต่การที่จะเลี้ยงฝูงสัตว์นี้ ได้ย่ำยีโลกของเราไปอย่างมาก บรรดาสัตว์ไม่ได้เป็นแค่วัตถุดิบ พวกมันเป็นสิ่งมีชีวิต และปศุสัตว์ของเรานั้น ก็เป็นหนึ่งในผู้ใช้รายใหญ่อยู่แล้ว สำหรับทรัพยากรณ์พื้นแผ่นดิน น้ำจืด และเป็นหนึ่งในผู้ผลิตก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่ ซึ่งเร่งการเกิดสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อคุณมีสัตว์มากมายเหลือเกินเข้ามาอยู่ด้วยกัน มันสร้างแหล่งกำเนิดโรค และโอกาสที่จะเกิดอันตรายและทารุณกรรม เป็นที่ชัดเจนว่า เราไม่สามารถจะทำแบบนี้อีกต่อไป ซึ่งทำให้เกิดความสุ่มเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อม สาธารณสุข และความปลอดภัยของอาหาร

2:06 มันยังมีอีกหนทาง เพราะว่าโดยพื้นฐานแล้ว ผลิตภัณฑ์จากสัตว์เป็นแค่การรวมตัวกันของเนื้อเยื่อ และตอนนี้เราทำการผสมพันธุ์และเลี้ยง สัตว์ที่มีความซับซ้อนมาก เพียงเพื่อที่จะได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ ที่ทำจากเนื้อเยื่อที่มีโครงสร้างง่ายๆ จะเป็นอย่างไร หากแทนที่เราเริ่มจาก สัตว์ที่ซับซ้อนและมีความรู้สึก เราเริ่มจากอะไรก็ตามที่เป็นองค์ประกอบของเนื้อเยื่อ องค์ประกอบพื้นฐานของชีวิต เซลล์

2:37 นี่มันคือประดิษฐกรรมชีวภาพ ที่ซึ่งเซลล์เอง สามารถถูกนำไปใช้ปลูกเป็นผลิตภัณฑ์ทางชีวภาพ เช่นเนื้อเยื่อและอวัยวะ ในทางการแพทย์ เทคนิคการสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ทางชีวภาพนี้ ได้ถูกใช้ เพื่อปลูกชิ้นส่วนของร่างกายอันแสนวิจิตพิสดาร เช่น หู หลอดลม ผิวหนัง เส้นเลือด และกระดูก ที่ได้ถูกปลูกถ่ายให้กับคนไข้ได้เป็นที่สำเร็จ และมากไปกว่าทางด้านการแพทย์ ประดิษฐกรรมทางชีวภาพ สามารถที่จะเป็นอุตสาหกรรม ที่มีความเมตตา ยั่งยืน และเติบโตได้

3:08 และเราควรจะเริ่มโดยการให้ภาพพจน์ใหม่กับหนัง ผมเน้นย้ำถึงหนังเพราะว่ามันถูกใช้อย่างกว้างขวาง มันสวยงาม และมันอยู่ในประวัติศาสตร์ ของเรามายาวนาน การปลูกหนังนั้นยังใช้เทคนิคที่ง่าย กว่าการปลูกผลิตภัณฑ์จากสัตว์ชนิดอื่นเช่นเนื้อ หลักๆแล้วมันใช้เซลล์เพียงชนิดเดียว และมันก็ค่อนข้างจะมีแค่สองมิติ มันยังทำให้เกิดการโต้แย้งแบ่งฝ่ายน้อย ในวงผู้บริโภคและผู้มีอำนาจจัดการอีกด้วย จนกว่าประดิษฐกรรมทางชีวภาพนี้จะเป็นที่เข้าใจมากขึ้น เบื้องต้น อย่างน้อยๆมันเป็นที่ชัดเจนว่า มีคนยอมจะสวมใส่วัสดุแปลกใหม่ มากว่ายอมที่จะกินอาหารแปลกใหม่ ไม่ว่ามันจะอร่อยแค่ไหนก็ตาม ด้วยเหตุผลนี้ หนังจึงเป็นดั่งใบเบิกทาง เป็นจุดเริ่มต้นของกระแสอุตสาหกรรมประดิษฐกรรมชีวภาพ ถ้าเราสามารถที่จะประสบความสำเร็จตรงนี้ได้ มันจะนำผู้บริโภคผลิตภัณฑ์ชีวภาพ เช่น เนื้อ เข้าใกล้เราอีกขั้น

4:07 ทีนี้ เราจะทำอย่างไรล่ะ ในการปลูกหนัก เราเริ่มจากนำเซลล์ มาจากสัตว์ โดยการตัดเนื้อเยื่อแบบง่ายๆ สัตว์นั้นอาจเป็นวัว แกะ หรือแม้กระทั่งอะไรที่แปลกกว่านั้น กระบวนการนี้ไม่ได้ทำอันตราย และเดซี่ เจ้าวัวของเราก็สามารถมีชีวิตแสนสุขได้ จากนั้นเราก็แยกเซลล์ผิวหนัง และเพิ่มจำนวนพวกมันในอาหารเพาะเลี้ยงเซลล์ มันใช้เซลล์เป็นล้านๆ และเพิ่มจำนวนมันไปเป็นหลายสิบล้าน และจากนั้นเราก็เหนี่ยวนำให้เซลล์เหล่านี้ ผลิตคอลาเจน (collagen) อย่างที่มันทำตามธรรมชาติ คอลาเจนนี่เป็นสิ่งที่อยู่ระหว่างเซลล์ มันเป็นตัวประสานเนื้อเยื่อตามธรรมชาติ (connective tissue) มันเป็นสารระหว่างเซลล์​ (extracellular matrix) แต่ในหนัง มันเป็นส่วนประกอบพื้นฐานหลัก และต่อไปเราก็นำเซลล์และคอลาเจนของพวกมัน และเราก็แผ่พวกมันออกเป็นผืน และจากนั้นก็นำผืนเซลล์บางๆนี้ซ้อนกันทีละชั้นทีละชั้น เหมือนกับแผ่นแป้งฟิโล เพื่อที่จะได้ผืนหนังที่หนาขึ้น ซึ่งเราจะปล่อยให้มันเติบโต และในที่สุด เรานำผิวหนังหลายชั้นนี้ ผ่านกระบวนการฟอกหนังที่ใช้เวลาน้อยกว่าและใช้สารเคมีน้อยกว่า เราได้สร้างหนังขึ้น และผมก็ตื่นเต้นมากที่จะนำเสนอต่อหน้าคุณ เป็นครั้งแรก หนังที่ปลูกขึ้นชุดแรกของเรา สดใหม่จากห้องทดลอง นี่คือหนังจริงๆแท้ๆ ปราศจากการคร่าชีวิตสัตว์ มันสามารถที่จะมีคุณสมบัติทุกอย่างเหมือนหนัง เพราะว่ามันทำมาจากเซลล์แบบเดียวกัน และที่ดีกว่านั้น มันไม่มีขนที่เราต้องมาดึงออก ไม่มีแผล หรือรอยแมลงกัด และไม่มีของเสีย หนังนี้สามารถที่จะถูกปลูกขึ้นในรูปของกระเป๋าเงิน กระเป๋าถือ หรือว่าที่นั่งในรถยนต์ มันถูกจำกัดอยู่ในรูปร่างเบี้ยวๆของวัว หรือว่าจระเข้

5:58 และเพราะว่าเราสร้างวัสดุนี้ขึ้น พวกเราปลูกหนังนี้จากจุดเริ่มต้น เราสามารถที่จะควบคุมคุณสมบัติของมันในรูปแบบที่น่าสนใจมาก หนังชื้นนี้ ประกอบด้วยเนื้อเยื่อหนาแค่ 7 ชั้น และอย่างที่คุณเห็น มันแทบจะโปร่งแสง และหนังนี้ที่มีความหนา 21 ชั้น และค่อนข้างจะทึบ คุณไม่สามารถมีการควบคุมอย่างละเอียดเช่นนี้ เมื่อทำหนังด้วยวิธีดั้งเดิมปกติ และเราสามารถที่จะเปลี่ยนหนังนี้ให้มีคุณภาพเป็นดั่งต้องการ เช่น ความนุ่ม การระบายอากาศ ความทนทาน ความยืดหยุ่น และแม้กระทั่งลวดลาย เราสามารถเลียนแบบธรรมชาติ แต่ด้วยวิธีเดียวกันก็ยังสามารถพัฒนามันไปไกลกว่านั้นได้ หนังชนิดนี้สามารถทำในสิ่งที่หนังในทุกวันนี้ทำได้ แต่ถ้าเพิ่มจินตนาการเข้าไป บางทีมันเป็นได้มากกว่านั้น

6:55 อนาคตของผลิตภัณฑ์จากสัตว์จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร มันไม่จำเป็นต้องมีหน้าตาแบบนี้ ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีที่ดีที่สุดแล้ว ณ วันนี้ แต่เป็นเหมือนกับอะไรแบบนี้มากกว่า เราได้ทำการผลิตด้วยการเลี้ยงเซลล์ มาเป็นพันๆปีแล้ว เริ่มจากผลิตภัณฑ์ เช่น ไวน์ เบียร์ และโยเกิร์ต และเมื่อพูดถึงอาหาร อาหารจากกระบวน การผลิตทางชีวภาพได้มีการพัฒนา และในวันนี้ เราปรุงอาหารชนิดนี้ ในที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่สะอาดและสวยงามแบบนี้ ถังหมักนั้นหลักๆแล้วก็คือเครื่องปฎิกรณ์ชีวภาพ มันเป็นที่ที่การเพาะเลี้ยงเซลล์เกิดขึ้น ลองจินตนาการดูว่าเครื่องเหล่านี้ แทนที่จะทำการหมักเบียร์ เราเพาะเลี้ยงหนัง หรือเนื้อแทน ลองจินตนาการถึงการเยี่ยมชมสิ่งเหล่านี้ เรียนรู้ว่า หนังและเนื้อนั้นปลูกหรือเพาะเลี้ยงขึ้นได้อย่างไร ดูกระบวนการจากต้นจนจบ และแม้กระทั่งลองชิมดู มันสะอาด เปิดกว้าง และให้ความรู้ และมันก็แตกต่างกับ โรงงาน ที่หลบๆซ่อนๆ ได้รับการคุ้มกัน และอยู่ห่างไกล ซึ่งผลิตหนังและเนื้อในปัจจุบัน บางทีประดิษฐกรรมทางชีวภาพ เป็นวิวัฒนาการตามธรรมชาติของการผลิตสำหรับมนุษยชาติ มันห่วงใยธรรมชาติ มีประสิทธิภาพและ มีมนุษยธรรม มันให้โอกาสเรามีความคิดสร้างสรรค์ พวกเราสามารถออกแบบวัสดุใหม่ ผลงานใหม่ และเครื่องมืออุปกรณ์ใหม่ เราต้องเปลี่ยนจากอดีต ที่ต้องฆ่าสัตว์ เพื่อเป็นแหล่งวัตถุดิบ แล้วเปลี่ยนไปยังสิ่งที่มีอารายธรรมและพัฒนาไปมากกว่านั้น บางที เราพร้อมแล้วสำหรับอะไรบางอย่าง ที่มี "วัฒนธรรม" มากกว่านี้ ทั้งโดยนัยและโดยแท้จริง

8:41 ขอบคุณครับ

8:43 (เสียงปรบมือ)